x close

อิงฟ้า ย้อนเล่ามรสุม ไร้เงิน เช่าห้องเล็กกว่าห้องน้ำ ท้อจนเคยคิดสั้น - มงลง FC สายเปย์จุก ๆ

           อิงฟ้า วราหะ ย้อนเล่ามรสุมชีวิตแสนลำบาก ไม่มีเงินซื้อข้าว ท้อหนักเคยคิดสั้น พอมงลงชีวิตเปลี่ยน งานแน่น แฟนคลับเปย์ซื้อที่ดินให้ทั้งในไทยและต่างประเทศ พวงมาลัยเงิน ทองคำอีกจุก ๆ

             อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 เข้าของแฮชแท็ก #อิงฟ้ามหาชน ที่วันนี้ (2 มิถุนายน 2565) พลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือที่การตอบรับจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม พร้อมเล่าเรื่องราวชีวิตที่หลายคนยังไม่รู้ และวินาทีสูญเสียคุณพ่อที่ทำเอาชีวิตเครียดหนักถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้ชีวิตแด๊ดดี๊เปลี่ยนไปแค่ไหน ?

            อิงฟ้า : หน้ามือเป็นหลังมือเลย จากคนที่ว่างงานมาเยอะในช่วงโควิด ตอนนี้ก็กลายเป็นว่างานแน่นเลย

เรียกว่าแทบไม่ได้นอนเลย ?

            อิงฟ้า : นอนน้อย แต่นอนนะ

ตอนนี้มีพ่อยก แม่ยก สายเปย์มากได้อะไรมาบ้าง ?

            อิงฟ้า : หลัก ๆ ก็เป็นพวงมาลัยที่เราออกคอนเสิร์ต มีทองคำ

เขาได้ที่ดินด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นที่ในประเทศและต่างประเทศ ?

            อิงฟ้า : ใช่

รู้สึกยังไงบ้างอยู่ดี ๆ มีคนมาเปย์ให้เราเยอะขนาดนี้ ?

            อิงฟ้า : มันเกินความคาดหมายมาก ๆ หนูไม่คิดว่าตัวเองจะมาอยู่จุดนี้ได้เหมือนกัน เราไม่คิดว่าคนที่เขารัก เขาจะซัพพอร์ตเรามากขนาดนี้ มันเยอะมากจริง ๆ

แค่ไปกินข้าวแล้วตั้งไลฟ์ แล้วแฟนคลับโทร. เข้าที่ร้าน มื้อนี้หนูขอจ่าย อิงฟ้าบอกไม่เอา ?

           อิงฟ้า : ใช่ ๆ สรุปวันนั้นเขาไม่ได้จ่าย

ทำไมเวลามีคนมาขอจ่ายให้เราถึงปฎิเสธ ?

           อิงฟ้า : เกรงใจ เพราะว่าร้านที่ทานก็รู้จักกันอยู่แล้ว ก็ช่วยอุดหนุนคุณป้าเขาไป

ถ้าตีเป็นมูลค่าของที่ได้ตอนนี้เท่าไหร่ ?

           อิงฟ้า : โอ้ว...ถ้าหนูตีคร่าว ๆ ก็น่าจะประมาณหลักล้านค่ะ

กว่าจะประสบความสำเร็จทุกวันนี้ย้อนไปช่วงประกวด มีช่วงแอบท้อเยอะเลย ?

           อิงฟ้า : เยอะมากค่ะ เพราะว่าการเก็บตัวมันค่อนข้างที่จะเหนื่อย ช่วงระยะเวลาการเก็บตัวมันก็จะมีกลุ่มแฟนนางงามที่เขาจะคอยแบบนู่นนี่นั่น ซึ่งนางงามทุกคนก็จะรับรู้ตลอด บางทีเราจะเจอกระแสดราม่า นู่นนี่นั่น มันก็จะทำให้เราเหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ ช่วงที่เราท้อก็มี ก็มีหลายคนที่เป็นเหมือนกัน

อะไรที่ทำให้เราสู้แล้วผ่านตรงนั้นมาได้ ?

           อิงฟ้า : ก็ถามตัวเองว่าเรามาอยู่ตรงนี้เพราะอะไร เรามีเป้าหมายของเราชัดเจนว่าเราอยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราต่อยอดชีวิตครอบครัวของเราให้ดีขึ้น ก็ต้องสู้ กำลังใจจากด้อมก็สำคัญมาก ส่วนใหญ่ด้อมหนูจะไม่ใช่แฟนนางงามตั้งแต่แรกเริ่ม มาจากกลุ่มร้องเพลง การทำขวัญนาค หรือว่าคนที่มาจากกระแสการจิ้น หรือว่าการที่เรามีจุดยืนของเรื่อง LGBTQ เขาก็จะมาตามเราตรงนี้ เขาจะไม่เข้าใจบริบทของนางงามว่ามันจะต้องมีดราม่าเยอะขนาดนี้เลยเหรอเป็นกำลังใจให้น้องนะ มันก็เลยเกิดแรงซัพพอร์ตที่มันค่อนข้างมาก

คุ้มค่าไหมกับการที่น้องต้องเหนื่อยแล้วมาถึงจุดนี้ ?

           อิงฟ้า : คุ้ม หายเหนื่อยเลยค่ะ วันที่ได้มงฯ คือไม่เล่นโซเชียลอะไรเลย นอน อิ่มแล้วก็หลับเลย หายเหนื่อย

กว่าจะสำเร็จแบบนี้เห็นว่าครอบครัวอิงฟ้าต้องย้ายถิ่นฐานค่อนข้างเยอะ ?

           อิงฟ้า : เหมือนโดนคำสาป เวลาอยู่ที่ไหนไม่เคยเกิน 3 ปี หนูต้องย้ายตลอด ตั้งแต่เด็กก็อยู่อุทัย ย้ายไปศรีสะเกษศรีสะเกษ กลับมาอุทัย อุทัยกลับมาสุพรรณ สุพรรณไปราชบุรี ราชบุรีกลับมาอุทัย อุทัยกลับมากรุงเทพฯ อย่างนี้

เคยถามครอบครัวไหม ทำไมเราต้องต้องย้ายบ้านบ่อยขนาดนี้ ?

           อิงฟ้า : มันจะมีคำตอบในแต่ละปีเลย เหมือนพ่อหนูด้วยความที่เขาเป็นศิลปิน เขาจะค่อนข้างที่แบบถ้าเราอยู่ตรงนี้แล้วไม่โอเค ไม่รุ่ง เราย้ายกันดูไหม เพราะเราก็ไม่ได้มีสมบัติติดตัวอะไรกันอยู่แล้ว

พ่อหนูเป็นสายติสต์ อยากย้ายไปที่ใหม่ ๆ ?

           อิงฟ้า : เหมือนเวลาเราทำอาชีพขายของ เวลาขายแล้วไม่ค่อยเวิร์กหรือว่าเจ๊งเราก็ย้าย เราไม่ได้มีสมบัติอะไร ไม่ได้มีบ้าน

ในวัยเด็กเราย้ายบ่อย ๆ แบบนี้ เรามีเพื่อนทันไหม ?

           อิงฟ้า : มีนะคะ แต่ไม่รู้เป็นอะไร ตอนเด็ก ๆ หนูไม่เคยติดเพื่อนเลย อาจจะด้วยความที่เราย้ายบ่อย เราเลยไม่ติดเพื่อนจะติดพ่อกับแม่มากกว่า

ครอบครัวย้ายบ่อย ขยันทำงานก็จริง เห็นบอกว่ามีช่วงที่ไม่มีเงินเลยก็มี ไม่มีเงินซื้อข้าวกินเลยก็เคยเกิดขึ้น ?

           อิงฟ้า : มีค่ะ ตอนนั้นจำได้ขึ้นใจเลย ตอนนั้นอยู่ที่สุพรรณ มีข้าวแต่เราไม่มีเงินที่จะไปซื้อกับข้าวกิน เพราะเหมือนว่าเงินมันหมุนไม่ทัน เราก็เดินออกไปเด็ดผักบุ้งที่มันอยู่ตามคลอง เด็ดมาก็มาผัดกินกันในครอบครัว ตอนนั้นหนูไม่ได้รู้สึกซีเรียสอะไร เพราะว่าเรารู้ว่าถ้าแม่ทำกับข้าวนั่นคืออร่อยแล้ว

มีช่วงหนึ่งที่รู้สึกถึงความลำบาก เพราะคุณพ่อป่วย ?

           อิงฟ้า : เราไม่รู้มาก่อนเลย เพราะอาจจะด้วยความที่เรายากจนกันด้วย เวลาเป็นอะไรคุณพ่อก็จะไม่บอก กลัวว่าต้องไปรักษา ก็ต้องเปลืองเงิน จะเป็นคนที่เก็บอาการเก่งมาก เก็บรักษาความเจ็บปวดมาตลอด จนมีอยู่วันหนึ่งที่เขาเริ่มผอมลง ๆ ครอบครัวก็เริ่มสังเกตแล้วว่าแปลก ๆ แล้วเขาก็ปวดท้องหนักมาก เราเรารู้สึกว่าไม่ได้แล้ว ต้องไปตรวจ พอไปตรวจคุณหมอก็ถามว่าไปอยู่ไหนมา ทำไมเพิ่งมาตรวจนี่คือเข้าขั้นระยะที่ 4 แล้ว

พ่อป่วยเป็นอะไร ?

           อิงฟ้า : มะเร็งตับ ด้วยตอนที่เป็นศิลปิน ช่วงที่เขาวัยรุ่น เขาดื่มเหล้า ดูดบุหรี่บ่อย

ณ ตอนที่ตรวจเจอ ตอนนั้นคุณพ่ออายุเท่าไหร่ ?

           อิงฟ้า : 43 ค่ะ ส่วนฟ้าอายุ 17 คาบ 18

พ่อเคยสัมภาษณ์ในรายการ ถ้าลูกผมเป็นศิลปิน ผมนี่แหละจะเป็นคนดูแลลูกให้อยู่ในสังคม อยู่ในวงการให้ดีที่สุด ณตอนนั้นคือรู้ว่าเป็นหรือยัง ?

           อิงฟ้า : ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็น แต่ตอนนั้นเป็นช่วงที่ซูบลง ผอมลง

หลังจากที่เรารู้มีเวลาทำใจนานแค่ไหน ?

           อิงฟ้า : คุณหมอแจ้ง ถ้ากำลังใจดี เต็มที่ก็ 4 เดือน เขาก็สู้ของเขาเต็มที่มาก ๆ ก็ 4 เดือนจริง ๆ

ครอบครัวเรามีกันกี่คน ?

           อิงฟ้า : ปกติจะอยู่กัน 5 คน มีคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว 2 คนแล้วก็ฟ้า มีลูกสาวทั้งหมด 5 คน

เดิมทีมันไม่ได้ดีอยู่แล้ว แต่นี่ขาดหัวหน้าครอบครัว ขาดกำลังหลัก หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?

           อิงฟ้า : ก็แตกแขนงออกไปหมดเลย หลังจากที่คุณพ่อเสีย คุณแม่ก็ขอไปบวชประมาณ 2 ปี ตัวฟ้าเองก็ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ พี่คนกลางทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน พี่คนโตแต่งงานมีครอบครัว มีลูก อยู่ที่ราชบุรี

พ่อป่วยเป็นอะไร ?

           อิงฟ้า : มะเร็งตับ ด้วยตอนที่เป็นศิลปิน ช่วงที่เขาวัยรุ่น เขาดื่มเหล้า ดูดบุหรี่บ่อย

ณ ตอนที่ตรวจเจอ ตอนนั้นคุณพ่ออายุเท่าไหร่ ?

           อิงฟ้า : 43 ค่ะ ส่วนฟ้าอายุ 17 คาบ 18

พ่อเคยสัมภาษณ์ในรายการ ถ้าลูกผมเป็นศิลปิน ผมนี่แหละจะเป็นคนดูแลลูกให้อยู่ในสังคม อยู่ในวงการให้ดีที่สุด ณตอนนั้นคือรู้ว่าเป็นหรือยัง ?

           อิงฟ้า : ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเป็น แต่ตอนนั้นเป็นช่วงที่ซูบลง ผอมลง

หลังจากที่เรารู้มีเวลาทำใจนานแค่ไหน ?

           อิงฟ้า : คุณหมอแจ้ง ถ้ากำลังใจดี เต็มที่ก็ 4 เดือน เขาก็สู้ของเขาเต็มที่มาก ๆ ก็ 4 เดือนจริง ๆ

ครอบครัวเรามีกันกี่คน ?

           อิงฟ้า : ปกติจะอยู่กัน 5 คน มีคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว 2 คนแล้วก็ฟ้า มีลูกสาวทั้งหมด 5 คน

เดิมทีมันไม่ได้ดีอยู่แล้ว แต่นี่ขาดหัวหน้าครอบครัว ขาดกำลังหลัก หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?

           อิงฟ้า : ก็แตกแขนงออกไปหมดเลย หลังจากที่คุณพ่อเสีย คุณแม่ก็ขอไปบวชประมาณ 2 ปี ตัวฟ้าเองก็ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ พี่คนกลางทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน พี่คนโตแต่งงานมีครอบครัว มีลูก อยู่ที่ราชบุรี

ถ้าคุณพ่อดูอยู่ ณ ตอนนี้อยากบอกอะไรคุณพ่อ ?

           อิงฟ้า : อยากบอกว่าไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว ตอนนี้สำเร็จทุกอย่างแล้ว ในเรื่องของคุณแม่ ครอบครัวตอนนี้ทุกอย่างลงตัวหมดแล้ว

ช่วงนั้นลำบากมาก ห้องก็เล็ก เงินก็ไม่มี คุณแม่เริ่มป่วย เป็นหวัด เป็นเบาหวาน ยังไม่มีเงินพาคุณแม่ไปหาหมอเลย ?

           อิงฟ้า : ใช่ค่ะ มันมีช่วงหนึ่งที่เราออกมาทำงานด้วยตัวเอง คุณแม่จะป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ หลายโรครุมเร้า เขาต้องไปตรวจเช็กร่างกายตลอดทุกเดือน จะมีช่วงนึงที่เขาขอค่ารถไป ซึ่งเราก็เงินไม่พอจะทำยังไงก็มีช่วงที่หนักหน่วงอยู่พอสมควร

เห็นว่าอิงฟ้ามีช่วงที่หมดกำลังใจ เห็นบอกว่าแย่มาก ๆ ถึงขั้นไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ ?

           อิงฟ้า : ใช่ค่ะ ก็คิดสั้นค่อนข้างที่จะบ่อยเหมือนกัน เหมือนกับว่าเรามองข้ามความเจ็บปวดยังไม่ได้ แค่กลัวว่าถ้าสมมติเราทำแล้วเราไม่ตายเนี่ย คนข้างหลังเราจะเดือดร้อน คิดแค่นั้น แต่ตอนช่วงที่เราคิดสั้น ณ โมเมนต์ตอนนั้น ไม่ดีนะคะไม่ควรทำ เหมือนเราคิดว่าชีวิตเราวนลูปอยู่แค่ตื่นมา ทำงาน แล้วก็นอน แล้วมันก็มีเรื่องทำให้กดดันแล้วเครียดทุกวัน เราเลยรู้สึกว่าเราอยากหยุดไว้แค่นี้แล้วกัน ไม่อยากมีลมหายใจต่อแล้ว

มันเป็นพรสวรรค์ของอิงฟ้าในเรื่องของการร้องเพลง แต่ตอนนั้นหมดแพชชั่นไปเลย ?

           อิงฟ้า : ใช่ค่ะ ตลอดเวลาที่เราร้องเพลงมา เราจะเห็นคุณพ่อคอยให้กำลังใจตลอด เพราะว่าหนูไม่เคยประกวดชนะเลยตั้งเด็ก เป็น 10 ปี เขาจะคอยให้กำลังใจ คอยหาข้อดีของเราตลอด เราก็เลยมีกำลังใจทุกครั้งที่เราจะขึ้นเวที แต่พอวันนึงที่เขาหายไปแพชชั่นในการร้องเพลงของเรามันก็ค่อย ๆ ลดลง ๆ จนคอนที่ทำงานออฟฟิศ คุณแม่ทักว่าจะหยุดความฝันของเราจริง ๆ เหรอ แน่ใจแล้วนะ เราก็เลยฉุกคิด ก็ประจวบเหมาะกับตอนนั้นมีประกวดร้องเพลงรายการหนึ่งระดับประเทศ

เห็นว่าอิงฟ้าทำมาหลายอาชีพมาก ?

           อิงฟ้า : ถ้าตั้งแต่เด็กเลยก็เยอะมาก ถ้าเป็นแม่ค้าก็ขายมาทุกอย่างแล้ว พอเริ่มโตมา แคดดี้ก็เคย ตอนนั้น 13 ปีเอง เป็นนักร้อง หมอทำขวัญนาค นางแบบ พิธีกร และเป็นพนักงานออฟฟิศทั่ว ๆ ไป

จากนักร้องไปเป็นหมอทำขวัญนาคได้ยังไง ?

           อิงฟ้า : ตอนเด็กหนูถูกปลูกฝังกับคุณตา คุณยาย คุณแม่ชอบพาหนูไปดูลิเก เรารู้สึกว่าหมอทำขวัญนาคและลิเก เป็นสิ่งที่เราอยากจะเป็นตั้งแต่เด็ก พอเราอยากเป็นปุ๊บ โตมาเราเริ่มร้องเพลงเป็น ตอนเรียน ม.ปลาย ก็มีครูบอกว่าลองไปแข่งขับเสภาดูไหม เป็นตัวแทนของโรงเรียน เราก็ไปกับเขา พอหนูเรียนจบ ม.ปลาย ปุ๊บก็มีครูที่เขาทาบทามไปทำขวัญนาคดูไหม เราก็ไปฝึกกับเขา

พอไปทำขวัญนาค แม่ของนาคจีบหมอทำขวัญ ?

           อิงฟ้า : มีบ่อยค่ะ จะเป็นฟิวส์แบบขอไลน์ส่วนตัวเราไว้สำหรับถ้าลูกเขาสึกแล้ว เราก็บอกว่าแม่ติดต่อผ่านไลน์ที่ให้งานได้เลยเหมือนกัน

เรื่องความรัก เรายอมรับว่าอยู่ในกลุ่ม LGBTQ ?

           อิงฟ้า : จริง ๆ ยอมรับมานานแล้วก่อนเข้าวงการนางงามอีก แต่ตอนนั้นมันไม่ได้เป็นกระแส เราไม่ได้ดัง คนก็เลยไม่รู้

เคยมีแฟนแบบว่าผู้หญิงหรือยังไง ?

           อิงฟ้า : มีค่ะ

เห็นว่าแฟนคนแรกก็เป็นผู้หญิงเลย ?

           อิงฟ้า : ไม่เชิงเป็นแฟนคนแรก แต่ ณ ตอนนั้นเป็นเหมือนช่วงที่ใกล้จะเรียนจบ ก็เป็นแฟนผู้หญิงที่เรารู้สึกว่าเราเปิดใจ

เจอผู้หญิงแบบไหนที่รู้สึกทำให้เราละลายได้ ?

           อิงฟ้า : จะชอบคนมีเสน่ห์ แต่ถ้าเป็นสเปกจริง ๆ จะชอบคนฟันสวยและตัวหอม

คุณพยายามทุกอย่างเวลาแม่พูดอะไรออกมา คุณพยายามจะเป็นคนนั้นให้ได้ อย่างเช่น ชอบคนที่สูงกว่า คุณจะไปต่อขาเลยจริงไหม ?

           อิงฟ้า : ไม่ค่ะ ๆ แค่แซวเล่น หยอกน้องเล่น

มีคลิปนึงที่คุณชาล็อตเขาร้องเพลงเพี้ยน แล้วคุณเอามือเลื้อยไปข้างหลังเขาแล้วเอามือกลับมาตีมือตัวเอง มันคืออะไร ?

           อิงฟ้า : เป็นความเคยชิน ปกติหนูร้องกับพี่ กับเพื่อน เวลาเขาร้องผิดหนูก็จะบอกว่าเอาใหม่ ๆ พอเราชินแล้วเห้ย..มันไม่ได้

มีอยู่คอนเสิร์ตนึง นางนั่งเอาไหล่พิงกัน แล้วหันไปขอคุณแม่ดื้อ ๆ เลยว่าวันนี้เป็นแฟนพี่ปลอม ๆ สักวันได้ไหม ?

           อิงฟ้า : เป็นโชว์ที่เราร้องวันสุดท้าย ที่เป็นหมอลำ x มิสแกรนด์ คืนสุดท้ายเราอยากทำโมเมนต์ที่มันน่ารัก ๆ การร้องเพลงคู่กันก็อยากให้น้องอินร่วมไปกับเราด้วย ก็เลยบอกว่าวันนี้ลองแกล้งเป็นแฟนกันสักวันนึงนะ

ชาล็อตคือสเปกไหม ?

           อิงฟ้า : หัวเราะ

ชาล็อตฟันสวยไหม ?

           อิงฟ้า : สวยค่ะ

ตัวหอมไหม ?

           อิงฟ้า : หอมค่ะ

             ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์ - วันศุกร์  เวลา 13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
อิงฟ้า ย้อนเล่ามรสุม ไร้เงิน เช่าห้องเล็กกว่าห้องน้ำ ท้อจนเคยคิดสั้น - มงลง FC สายเปย์จุก ๆ โพสต์เมื่อ 2 มิถุนายน 2565 เวลา 21:16:09 21,390 อ่าน
TOP