หลังจากที่โตโน่ ภาคิน เตรียมว่ายน้ำในโครงการ One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2565 เพื่อระดมทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในไทยและ สปป. ลาว แต่กลายเป็นว่างานนี้มีดราม่าตามมาไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะที่มีหลายคนออกมาเตือนว่าตอนนี้แม่น้ำโขงเชี่ยวและน้ำกำลังขึ้น ทำให้เป็นอันตรายมากกว่าปกติ อีกทั้งงานนี้จะต้องใช้ทีมงานจำนวนมากโดยเฉพาะกู้ภัยและทีมแพทย์ ที่สุดท้ายอาจไปเป็นการเพิ่มหน้าที่ให้คนทำงานโดยไม่จำเป็น
แต่แม้กระแสดราม่าจะถาโถมมามากเพียงใด ก็เหมือนจะไม่สามารถหยุดความตั้งใจอันแรงกล้าของโตโน่ได้ โดยที่โตโน่เริ่มซ้อมว่ายน้ำที่บึงตะโก้ครั้งแรก มีระยะทาง 1,650 เมตร จากระยะทางรวมกว่า 15,000 เมตร ซึ่งโตโน่บอกว่าเป้าหมายยังอีกไกล แต่ก็จะพัฒนาขึ้นทุกวัน
"เหลือเวลา อีก 14 วัน จะได้เห็นว่า แม่น้ำโขงที่นครพนมและท่าแขก สวยงามขนาดไหน จากน้ำใจ รอยยิ้ม ของคนไทย และคนลาวทุกคนครับ"
ภาพจาก Instagram mootono29
พอลงภาพปุ๊บ คอมเมนต์ก็ฟาดกันยับ ๆ ทั้งสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งก็มีหลายคนเข้ามาให้กำลังใจโตโน่ มองว่าสิ่งที่โตโน่ทำนั้นก็เพื่อคนอื่น คนที่ได้ประโยชน์จากการว่ายน้ำครั้งนี้ก็มีไม่น้อย การบั่นทอนกำลังใจกันไม่มีประโยชน์ใด ๆ ขอส่งกำลังใจให้สำเร็จด้วยดี
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีคอมเมนต์เป็นกระแสซัดมาอีกฝั่งว่า ตอนนี้แม่น้ำโขงไหลเชี่ยวและไหลแรงมาก อีกทั้งยังน้ำขุ่น คนในพื้นที่ยังไม่กล้าลงไป น้ำไม่ได้ใสแจ๋วแบบที่ซ้อมในบึง การที่โตโน่ทำแบบนี้ เสียเวลาเจ้าหน้าที่ เสียเวลาทีมแพทย์ หากจะเป็นกำลังใจให้กันก็ควรเป็นกำลังใจให้กันบนพื้นฐานที่ว่าทำไปแล้วไม่เดือดร้อนคนอื่น รวมไปถึงการตั้งคำถามว่าโตโน่ถนัดร้องเพลง ทำไมไม่ร้องเพลงเพื่อระดมทุน แต่กลับทำสิ่งที่เสี่ยงอันตรายทั้งต่อตัวเองและต่อคนอื่น






