x close

ม้า อรนภา ยันไม่ได้ตบหน้า ดาราหนุ่ม แค่แตะหน้าแบบ อีนี่จะบ้าเหรอ ไม่รู้ทำไมน้องไม่จบ

            ม้า อรนภา ยอมรับมือไว ไม่ได้ตบหน้าดาราหนุ่ม แค่แตะเฉย ๆ หลังบอกจะไปกินปูแต่เทแพลนเฉย ยืนยันขอโทษตั้งแต่ตรงนั้น และไปกินปูกันต่อ แต่ไม่รู้เกิดอะไร ทำไมน้องไม่จบ

           จากกรณีที่ม้า อรนภา ถูกปล่อยคลิปว่าตบหน้าดาราหนุ่มคนหนึ่ง หลังจากที่ม้าพาน้องไปศัลยกรรมที่เกาหลีใต้ จนกลายเป็นข่าวใหญ่ ล่าสุด 30 พฤศจิกายน 2565 ม้า อรนภา ได้ออกมาแถลงข่าวในกรณีนี้

             อ่านเพิ่มเติม ทนายตั้ม ปล่อยคลิปดราม่ากินปู ตบหน้าสั่น ชัด ๆ เน้น ๆ ใครบอกทนายพูดเกินไป ?
 

ม้าเล่าปฐมบท พาดาราไปศัลยกรรมเกาหลี ชี้จะเข้าวงการไม่ควรมีจมูกงุ้ม - น้องขอไปเที่ยวก่อน 2 วัน

             ม้า อรณภา ยอมรับว่าตนเองเสียใจและยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีการปรับความเข้าใจกัน จนต่างคนต่างเข้าใจกัน แต่น่าจะมีสิ่งที่ติดคาใจเขา เขาเลยไปปรึกษาทนายความ ม้ายืนยันว่าติดต่อกับน้องไม่ได้ เลยต้องคุยกันผ่านผู้จัดการของน้อง และได้เจอกันวันที่ 29 พฤศจิกายน เป็นวันสุดท้าย ตนขอโทษคุณพ่อคุณแม่ และขอโทษที่ทำให้ทุกคนผิดหวัง และอยากให้ฟังเราทั้งสองคนจากปาก

             ม้าเริ่มทำธุรกิจพาดาราไปศัลยกรรม จากการที่มีคนมาขอคำปรึกษา ซึ่งถ้าม้าทำเองมักจะทำให้งานดีไปเลย เช่น ต้องไปกินข้าวตรงไหน ไปเอาท์เลตตรงไหน ช่วงโควิด 19 ก็หยุดไป เคสนี้เป็นเคสแรกหลังโควิด ที่ได้มาทำเพราะว่ารู้จักกันผ่านผู้จัดการเก่าของน้อง

           ม้ามองว่าน้องเป็นคนหล่อ แต่คนหล่อไม่ควรมีจมูกงุ้ม เพื่อให้เข้าสู่วงการบันเทิงได้ วันหนึ่งผู้จัดการบอกว่าน้องเขาจะไปศัลยกรรมแล้ว เลยมีการติดต่อกับม้า ม้าก็ติดต่อกับทางเกาหลี และน้องขอพิเศษว่าขอไปเที่ยวก่อน 2 วัน อยากไปถ่ายรูป และให้ม้าพาไปเที่ยวด้วย ม้าตอบตกลง เพราะมองว่าต้องคอยดูแลตั้งแต่ก่อนทำจนถึงหลังทำให้จบทั้งหมด โดยการไปแต่ละครั้งม้าจะไม่บอกว่าคนที่ไปด้วยเป็นใคร ไม่อยากให้เกิดการด่างพร้อยในอนาคตว่าน้องเคยไปทำศัลยกรรม

           อย่างไรก็ตาม น้องจองตั๋วเครื่องบินไม่ทัน ทั้งที่เตือนทุกวัน และจองชั้นประหยัดของเอเชียน่าไม่ได้ เขาไปอีกไฟลต์ซึ่งไปถึงก่อนประมาณ 2 ชม. เมื่อเจอกันแล้วยังไม่ถึงเวลาเช็กอินโรงแรม จึงไปนั่งกินอะไรกันก่อน เพื่อเรียนรู้กัน และน้องมาคนเดียวยิ่งต้องคอยดูแลน้อง

เข้าสู่บทตบ เหตุตกใจ อยู่ดี ๆ มาเทแพลนทั้งที่นัดกันไว้ดิบดี เจอน้องด่า ตบหน้าอย่างนี้ไม่ได้

              เมื่อคุยกันน้องก็พยายามยุให้ม้ากลับเข้าวงการ แต่ม้ากลับไม่ได้ ถ้าไม่มีใครเรียก เขาก็ยิ่งยุ ม้าเลยไปจับที่แขนเขาแล้วบอกว่า “หยุด ฟ้งก่อน อย่ากดดัน” และตีที่ต้นแขน

              จากนั้นเมื่อถึงตอนเย็น ก็บอกว่าจะไปเมียงดงกัน ม้าแนะนำให้โซล ทาวเวอร์ ดาราหนุ่มก็ตกลง และม้าก็ถามว่าอยากกินอะไร ไปกินปูไหม และที่แนะนำร้านปูเพราะม้ามีประสบการณ์ ไปกินหลายร้านมา ทางดาราหนุ่มก็ตกลงว่าจะไปกินปู อย่างไรก็ตาม ช่วงนั้นร้านและโรงแรมปิดเยอะมาก จึงให้ทางโรงแรมช่วยเช็กว่าร้านปูเปิดไหม ร้านปูเปิดตั้งแต่เที่ยงถึงเที่ยงคืน จึงคิดว่ากินจบแล้วจะได้งดน้ำ-อาหาร 6 ชม. ก่อนผ่าตัด

             เมื่อไปเที่ยวโซลทาวเวอร์จนเสร็จ น้องก็ขออนุญาตแยกตัว เพราะอ้างว่าเกรงใจม้า ม้าเริ่มเข้าใจว่าต่างคนต่างมีความต้องการ ม้าก็บอกว่าไม่ต้องเกรงใจ แต่เดี๋ยวม้าจะอยู่ที่ร้านหนึ่งให้น้องไปเที่ยวตามสบาย เมื่อเขากลับมา ม้าเห็นว่าเขามีรองเท้ามาด้วย เขากับม้าเลยไปที่ร้านขายรองเท้า ซึ่งม้าก็พยายามถามเขาว่าไหวไหม น้องก็บอกว่า ไหวครับ

             ม้ายังย้ำว่าไหวไหม ถ้าไม่ไหวก็ว่ามา ม้าก็เป็นนักช้อป น้องก็ยืนยันว่าไหว ถึงร้านรองเท้าก็ไปซื้อเสร็จ จ่ายเงินเสร็จ ก็ไปกินอาหารกัน แต่น้องกลับบอกว่าไม่กินปูแล้ว ทำให้ม้ามือไว และโบกไปว่า “จะบ้าเหรอ” ซึ่งไม่ใช่การโมโหแต่อย่างใด แค่ตกใจเพราะทุกอย่างแพลนไว้แล้ว

             น้องเองก็ตกใจเลยถามว่า “ตบหน้าผมเลยเหรอ ถ้าเป็นคนอื่นผมด่าไปแล้ว ตบหน้าอย่างนี้ไม่ได้” ม้าก็ตกใจและกล่าวขอโทษ

ม้าเข้าไปขอโทษจริง ๆ และดาราหนุ่มบอกว่าจะไม่บอกใคร สุดท้ายทุกอย่างเป็นปกติจนถึงผ่าตัด

             ทั้งนี้ ม้าบอกว่าเป็นแค่การแตะ ไม่ใช่การตบ ซึ่งทางดาราหนุ่มบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ม้าเสียใจมาก ดาราหนุ่มจึงบอกว่าปล่อยผม ม้าจึงปล่อยไป

             ม้าจึงไปยืนแทะข้าวโพดที่หน้าเมียงดง พักใหญ่ ๆ จึงเข้าไปจับมือขอโทษเขา สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นถามแล้ว น้องต้องเข้าใจ การจะอยู่ร่วมกับใคร สิ่งสำคัญต้องเดินมาคนละครึ่ง จะไปไม่ไปก็บอกกัน และตนก็เป็นคนมือไว มันอันตรายอยู่นะที่เราจะต้องรับผิดชอบในการนัดหมาย ซึ่งนี่เป็นเรื่องสำคัญ ม้าขอโทษตลอด ขอโทษจริง ๆ ขอโทษมาก ๆ ดาราหนุ่มบอกว่าเข้าใจ และจะไม่บอกใคร รวมไปถึงผู้จัดการ

             จากนั้นเมื่อขอโทษขอโพยกันแล้ว ก็เลยไปกินปูกัน เราก็คุยกันหลายเรื่อง จนถึงร้านปูก็กินปูกันปกติ ถ่ายรูป และมีการขอให้ถ่ายคลิปขายห่อหมกให้ด้วย เมื่อกินปูเสร็จดาราหนุ่มก็บอกว่าส่งรูปไปให้แม่ดู แม่ก็บอกว่าน่ากิน และดาราหนุ่มขอกลับไปดูละคร จนกินเสร็จเรียบร้อย เมื่อถึงโรงแรม ก็นัดเจอกัน 11.30 พรุ่งนี้ เพราะต้องพบแพทย์ก่อนเข้าห้องผ่าตัด

              ม้าก็ปล่อยเขาไป แต่กลัวว่าเขาจะไปเที่ยวกลางคืน และบอกไม่ให้ดื่มน้ำเยอะหรือดื่มเหล้า จนเมื่อไปถึง รพ. ก็พูดคุยกันปกติ และส่งเขาเข้าห้องผ่าตัด และตอนเย็น ๆ ก็กลับมารับ เขามาทำจมูกอย่างเดียว เคสไม่ได้ใหญ่มาก ดาราหนุ่มบอกว่าอยากนอน ม้าจึงปล่อยให้เขาไปนอนและเย็น ๆ ค่อยไปหาอะไรกิน แต่ทางดาราหนุ่มปฏิเสธไม่ไปด้วย ม้าจึงเตือนให้กินยา และม้าก็ไปเที่ยวเอง

              เช้ามา ม้าก็ไปเคาะห้องดาราหนุ่ม เพื่อช่วยดูแลว่าเป็นอย่างไร ซึ่งทางดาราหนุ่มไม่อยากให้เข้าห้องเพราะโป๊ ม้าจึงเตือนว่าออกไปเดินบ้างเพื่อลดบวม และม้าก็ไปเที่ยวเอง ปล่อยให้เขาอยู่ ม้าถามแบบนี้ตลอดเช้าเย็น เพราะกลัวว่าดาราหนุ่มจะไม่กินยา

เรื่องแดง น้องเก็บของออกจากโรงแรม - ไปแจ้งตำรวจตามคำแนะนำทนาย แต่สุดท้ายทุกอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

             จนถึงวันที่ล้างแผล ก็มีการพูดคุยกันปกติหมดทุกอย่าง ซึ่งม้าต้องอยู่กับลูกค้าตลอดเวลา เพื่อให้รู้ว่าดูแลตัวเองอย่างไร จนล้างแผลเสร็จ ก็เดินออกมา และบอกว่าวันที่ 29 พฤศจิกายน เจอกันเพื่อตัดไหม ซึ่งม้าก็ถามว่าจะไปไหน ดาราหนุ่มก็บอกว่าจะเดินแถวนี้

             มีอยู่วันหนึ่งที่ม้าทักไลน์ไปหาผู้จัดการของเขา ผู้จัดการก็บอกว่าไม่ได้ดูแลน้องคนนี้น้องแล้ว เพราะทะเลาะกัน และเพิ่งรู้ว่าเขาเคยเป็นเด็กพี่ปิ๊ก ชาญฉลาด แต่ไม่มีสัญญาอะไรแล้ว แล้วในระหว่างที่ตนไปทำหน้า ก็มีข่าวออกมาจากเมืองไทยว่าทนายษิทราเอามาโพสต์ และผู้จัดการของตนบอกให้ม้ารีบออกจากเกาหลี

             เรื่องนี้ทำให้ม้างงว่า ไหนบอกว่าจะไม่บอกใคร แล้วทัวร์ก็ลงมาด่าทั้งในไอจีและเฟซบุ๊ก ส่วนที่น้องไปแจ้งความนั้น ก็ไม่มีการเรียกตัวจากตำรวจ เพราะไม่อย่างนั้นตนก็เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ ซึ่งน้องอาจจะได้รับการบอกเล่าจากทนายว่าต้องทำแบบนี้ ๆ ซึ่งน้องไปแจ้งตำรวจเพื่อเอาภาพวงจรปิด แต่น้องไม่น่ามีเลขพาสปอร์ตของม้า เลยทำอะไรไม่ได้

               หลังจากเกิดเรื่อง ม้าโทร. หาน้องทันที ติดแต่ไม่รับ เลยพิมพ์ไปว่า ทำไมต้องทำขนาดนี้ แต่น้องไม่ตอบ จึงลบข้อความออกไป

               ส่วนเรื่องโรงแรมที่ว่าน้องหนีนั้น ต้องบอกว่าน้องอายุ 26 ตนเป็นหญิงแก่ ถ้าน้องฟาดมาตนก็คงล้มไปแล้ว ม้าได้พยายามไปเคลียร์เรื่องนี้กับโรงแรม ว่ามีการย้ายโรงแรมไหม ทางโรงแรมก็บอกว่าไม่มีอะไร เพราะส่วนหนึ่งคือโรงพยาบาลจัดให้ อีกส่วนเราต้องจัดหาเอง ม้าสงสัยว่าน้องยังอยู่ไหม ด้วยความที่ห้องติดกันเลยพยายามฟังเสียง ได้ยินเสียงก๊อกแก๊ก เลยไปเปิดประตูดูและเห็นว่าแม่บ้านมาเก็บของไปหมดแล้ว น้องไม่อยู่แล้ว

               จากวันนั้นม้าก็ติดต่อน้องไม่ได้ ม้าส่งข้อความไปให้ก็ไม่อ่าน ม้าจึงต้องส่งข้อความผ่านผู้จัดการเพื่อส่งไปให้น้อง

ม้ายืนยัน ไม่ติดใจเรื่องนี้ แค่ต้องดูแลน้องให้จบกระบวนการ จากนี้นัดเคลียร์ใจกันใน คุยแซ่บโชว์

           ตอนที่กินปูเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เจอกันแค่วันที่ 29 พฤศจิกายน เพราะต้องไปตัดไหม และทางผู้จัดการก็บอกว่าไม่ต้องไปเจอก็ได้ แต่ม้ายืนยันว่าจะต้องทำให้จบสิ้นขบวนการ ตนเป็นผู้ใหญ่แยกแยะได้ งานก็งาน ส่วนตัวก็ส่วนตัว เลยไปรอก่อนเวลา ทางโรงพยาบาลก็รู้เรื่องกระทั่งย้ายวันกลับ จริง ๆ วันที่จะกลับคือ 29 กลับด้วยกัน แต่กลายเป็นว่ารถมารับม้าคนเดียว และน้องกลับเองวันที่ 30 พฤศจิกายน

           สุดท้ายเมื่อเจอกัน ดาราหนุ่มบอกว่า พี่คงไม่เครียด แต่ผมน่ะเครียดมาก ผมแค่ต้องการสั่งสอนว่าไม่ควรไปตบหน้าใคร และตนก็ได้รับสิทธิ์นั้นเรียบร้อยทุกอย่าง และก็ไม่ได้ว่าอะไร

           ตนได้ถามผู้จัดการเก่าเขาแล้ว พ่อแม่เขาเข้าใจ และจากนี้จะไปเจอกันในรายการหนึ่งเพื่อเคลียร์กัน ส่วนการดำเนินคดีที่เมืองไทยคิดว่าไม่ได้ เพราะเรื่องเกิดขึ้นที่โน่น เรื่องนี้ตนคิดว่าน่าจะจบที่ริมถนนตรงเมียงดง และเขาก็เข้ามากอดและบอกว่าไปกินปูกัน ซึ่งตอนนี้ยังไม่เป็นคดีความ ม้าให้สถานทูตเช็กแล้ว และสถานีตำรวจเมียงดงก็มีคดีแบบนี้แต่ละวันเยอะมาก สำหรับตนไม่อะไรแล้ว ส่วนตบกับแตะมันไม่เหมือนกันไหม ตนไม่ทราบ เขาเป็นผู้ชายคงมีศักดิ์ศรี

           ส่วนวันพรุ่งนี้เขาจะไปที่รายการคุยแซ่บโชว์ และจะไปเจอกันที่รายการนี้ ส่วนประเด็นเกินเลยนั้นไม่มีแน่นอน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ม้า อรนภา ยันไม่ได้ตบหน้า ดาราหนุ่ม แค่แตะหน้าแบบ อีนี่จะบ้าเหรอ ไม่รู้ทำไมน้องไม่จบ อัปเดตล่าสุด 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 17:25:05 14,216 อ่าน
TOP