x close

วิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า ส่องเคล็ดลับให้ผิวกลับมาเนียนใส

          วิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า จะมีวิธีใดที่ช่วยให้รอยแผลเป็นจางลงได้ไว ให้ผิวเรียบเนียนกลับมาอีกครั้ง มาดูกันว่าลบรอยแผลเป็นบนใบหน้าทำยังไงได้บ้าง
วิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า

          ปัญหาผิวของสาว ๆ นอกจากริ้วรอยและสิวแล้ว ยังมีปัญหาแผลเป็นที่อาจจะเกิดจากสิวหรือปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าไม่เรียบเนียน และทำลายความมั่นใจของสาว ๆ ไปมากเลยทีเดียว แล้วถ้าหากเกิดแผลเป็นที่หน้า จะมีวิธีดูแลผิวยังไงบ้างที่จะทำให้รอยแผลเป็นหายไปเร็ว ๆ กระปุกดอทคอมมีวิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้ามาฝาก ถ้าอยากให้ใบหน้ากลับมาเรียบเนียนและมั่นใจอีกครั้ง ห้ามพลาด

รู้จักประเภทของรอยแผลเป็น

          ก่อนจะเริ่มหาทางรักษารอยแผลเป็นด้วยตัวเอง เราต้องทำความรู้จักประเภทของรอยแผลเป็นต่าง ๆ ก่อนว่ามีแบบไหนบ้าง เพื่อที่จะหาวิธีรักษาได้อย่างถูกต้อง
  • แผลเป็นคีลอยด์ - เกิดจากเซลล์ผิวหนังที่ทำปฏิกิริยาต่อการรักษาแผล กลายเป็นแผลเป็นนูน มีสีเข้ม และรักษาค่อนข้างยาก
  • แผลเป็นแบบผิวหนังย่น - เกิดจากการหดตัวของผิว มักเกิดหลังผิวได้รับการเผาไหม้หรือบาดเจ็บรุนแรง และอาจทำให้ผิวหนังตึงขึ้นได้
  • แผลเป็นจากสิว - สามารถเกิดขึ้นได้จากสิวที่รุนแรงซึ่งเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แม้จะมีการรักษาสิวแล้ว รอยแผลเป็นจากสิวก็สามารถคงอยู่ในรูปแบบของหลุมหรือรูขุมขนลึกบนผิวหนัง
  • รอยแตกลาย - เกิดขึ้นเมื่อผิวหนังยืดเร็วเกินไป มักพบในผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่อ้วน หรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

วิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า
ด้วยตัวเอง

          เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนเลือกที่จะหาวิธีดูแลผิวที่ทำได้ด้วยตัวเองก่อนหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงเกินไป ดังนั้น วิธีลบรอยแผลเป็นที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน มีดังนี้

1. ลบรอยแผลเป็น ด้วยเจลว่านหางจระเข้

          ว่านหางจระเข้เป็นที่รู้จักในด้านคุณสมบัติในการช่วยรักษาและต้านการอักเสบ วิธีการง่าย ๆ คือ ใช้เจลว่านหางจระเข้บริสุทธิ์ทาเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออก อาจจะเติมน้ำมันทีทรีลงไป 2-3 หยด เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดสิวด้วยก็ได้

2. ลบรอยแผลเป็น ด้วยน้ำมันมะพร้าว

          ส่วนใหญ่แผลเป็นคือผิวที่แห้ง ดังนั้นจึงควรหมั่นเติมความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณนั้นเป็นพิเศษ โดยใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ประมาณ 3-5 กรัม นวดให้ทั่วแผลเป็น และทิ้งไว้ได้นานเท่าที่ต้องการ

3. ลบรอยแผลเป็น ด้วยน้ำส้มสายชูแอปเปิล

          เหมาะกับผิวที่มีรอยแผลเป็นจากสิวและมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวอีก เพราะน้ำส้มสายชูแอปเปิลมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อ เพียงแค่ผสมกับน้ำในสัดส่วน 1:1 แล้วใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูที่ผสมแล้วนำมาเช็ดให้ทั่วใบหน้า เน้นรอยดำและรอยแผลเป็นจากสิว ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก
วิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า

4. ลบรอยแผลเป็น ด้วยน้ำมันฝรั่ง

          น้ำมันฝรั่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับการจัดการรอยแผลเป็นและจุดด่างดำ เพียงแค่คั้นน้ำมันฝรั่งแล้วนำมาทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก หรือจะใช้มันฝรั่งฝานบาง ๆ แล้วนำมาวางบริเวณที่มีรอยแผลเป็นก็ได้

5. ลบรอยแผลเป็น ด้วยน้ำผึ้งและนม

          สูตรนี้จะช่วยให้ผิวหน้าดูนุ่มและกระจ่างใส วิธีการคือ ผสมนมสด 1 ช้อนชา เข้ากับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมาทาบริเวณแผลเป็น ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออก จะช่วยให้รอยแผลเป็นดูจางลง และผิวบริเวณนั้นอ่อนนุ่มขึ้นด้วย

วิธีลบรอยแผลเป็นด้วยเทคโนโลยี

          นอกจากการรักษาแผลเป็นด้วยตัวเองแล้ว อีกวิธีที่ได้ผลคือการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ โดยสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

1. สักลบรอยแผลเป็น

          วิธีนี้จะใช้การสักเข้ามาอำพรางรอยแผลเป็น โดยใช้สีที่เหมือนกับสีผิวจริงสักลงไปบริเวณที่เกิดรอยแผลเป็น ทำให้สีผิวกลมกลืนกับรอยแผลเป็น รวดเร็วและทำให้รอยแผลเป็นดูหายไปได้ทันตา

2. ใช้ฟิลเลอร์ลดรอยแผลเป็น

          วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่เป็นหลุม เช่น หลุมสิว โดยแพทย์จะเติมฟิลเลอร์ลงไปยังหลุมสิวเพื่อให้เนื้อผิวเต็มขึ้น ช่วยทำให้หลุมสิวจางลง แต่ผลจะคงอยู่ประมาณ 18 เดือน และต้องเติมเรื่อย ๆ
วิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า

3. Microneedling

          ตามธรรมชาติแล้วเมื่อผิวเกิดความเสียหาย ผิวจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเพื่อทดแทนเนื้อเยื่อที่สูญเสียไป หลักการนี้จึงทำให้เกิดเทคโนโลยี Microneedling ขึ้นมา โดยวิธีการคือ แพทย์จะจำลองความเสียหายของผิวหนังโดยการแทงด้วยเข็มขนาดเล็กและแม่นยำลงไปที่แผลเป็น ทำให้แผลเป็นถูกซ่อมแซมด้วยคอลลาเจนธรรมชาติ ทำให้มีขนาดลดลง

4. รักษาด้วยเลเซอร์

          เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยจะใช้เลเซอร์ชนิด IPL หรือการบำบัดด้วยแสง เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อแผลเป็นใต้พื้นผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อทำต่อเนื่องจะทำให้แผลเป็นจางลงได้

          ทราบวิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้ากันแล้ว ใครที่กำลังกลุ้มใจเรื่องรอยแผลเป็นกันอยู่ก็ลองเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองกันดูนะคะ แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นจะดีกว่า เพราะการจะกู้หน้าให้กลับมาสวยเรียบเนียนได้ใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูลจาก : healthline.com, medicinenet.com, sprsi.com, coolaser.clinic

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิธีลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า ส่องเคล็ดลับให้ผิวกลับมาเนียนใส อัปเดตล่าสุด 6 กันยายน 2566 เวลา 16:20:19 21,409 อ่าน
TOP