
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง3
ตุ๊กตา อุบลวรรณ ฉะดีเจวาสุ ลั่นให้ทนายดำเนินการ บอกมีคลิปหลักฐาน
ตุ๊กตา อุบลวรรณ พร้อมเหล่าดีเจที่เคยทำงานกับคลื่น FM95 ได้ออกมาแถลงข่าวอีกครั้งในช่วงเย็นวันที่ 3 มิถุนายน โดย ตุ๊กตา ชี้แจงว่า ตอนนี้ได้ให้ทนายดำเนินการในเรื่องของกฎหมายที่จะฟ้องในส่วนของ กทช.เรื่องทุจริต และในประเด็นในเรื่องของการทำร้ายร่างกายแล้ว โดยตนยืนยันที่จะเดินหน้าขอสู้เต็มที่ หากว่าโดนฟ้อง เพราะมีคลิปเป็นหลักฐาน แต่เท่าที่ทราบในตอนนี้ คือ ทางด้านของนายวาสุ เลิศจรรยา ยังไม่ได้มีการแจ้งความแต่อย่างใด ยังไงทางตนก็คงรอให้มีการแจ้งความก่อน แล้วก็จะให้ทนายจัดการ
ทั้งนี้ ตุ๊กตา ยังยืนยันว่าที่ตน และเหล่าเพื่อน ๆ พี่ ๆ ดีเจที่มาในวันนี้ ไม่ได้มีการรวมหัวกันที่จะจัดตั้งคลื่นวิทยุขึ้นมาใหม่ และไม่กลัวคนจะคิดเช่นนั้นด้วย โดยตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คือ วันที่ 1 หลังจากที่มีข่าวออกไป ก็มี SMS ที่หยาบคายเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของตน ถึง 6 ข้อความ หาว่าเนรคุณบ้าง หาว่าเป็นหมาบ้าง โดยเบอร์ที่ส่งมา เป็นเบอร์ที่ไม่สามารถเช็กได้ ข้อความพวกนี้จะคิดว่ามาจากใครล่ะ ยังไงถ้าตนเป็นอะไร ก็ต้องเป็นเพราะมีคนมาประทุษร้ายตนแน่ ๆ
ดีเจตุ๊กตา กล่าวต่ออีกว่า การที่ตนต้องออกมาทำอย่างนี้ เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาสู้ อยากถามว่า ใครกันแน่ที่โดนรังแก ผิดด้วยหรือที่ออกมาทำแทนทุกคน วอน อสมท.ช่วยมาดูแล เพราะเขาใช้อำนาจในทางที่ผิด มีหลายคนที่โดนกระทำ ตนอยากให้ประชาชนตัดสินใจ การที่จำกัดสิทธิไม่ให้ตนไปรับงานอื่น ทำไมไม่จ้างคนธรรมดามาเป็นดีเจ มาจ้างดาราทำไม เขาไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย ไม่มีน้ำใจ รังแกเด็กผู้หญิง เหตุการณ์นี้มีหลายครั้ง บอร์ดบริหารก็น่าจะมีการตรวจสอบ โดยตนก็ขอฝากถึง วาสุ ในฐานะเจ้านายเก่า ถ้ามีความเป็นลูกผู้ชายจริง ๆ มีคุณธรรม ขอให้พูดความจริง

ตุ๊กตา อุบลวรรณ

ตุ๊กตา อุบลวรรณ
ผู้อำนวยการ คลื่นลูกทุ่งมหานคร เตรียมฟ้องกลับ ดีเจตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด ไม่หวั่นฝ่ายตรงข้ามขู่แฉ ด้าน ตุ๊กตา อุบลวรรณ ยอมรับทำร้ายร่างกายจริง แต่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดก่อน พร้อมทั้งเตรียมฟ้องกลับคู่กรณี
โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าของวันที่ 1 มิถุนายน น.ส.อุบลวรรณ บุญรอด หรือ ตุ๊กตา นักแสดงสาวและผู้จัดรายการวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานคร ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดใจกรณีบันดาลโทสะทำร้ายร่างกายนายวาสุ เลิศจรรยา ผู้อำนวยการฝ่ายสถานีวิทยุ อสมท.เอฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานคร
ซึ่ง น.ส.อุบลวรรณ ยอมรับว่าได้ทำร้ายร่างกายของนายวาสุจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกนายวาสุสั่งพักงาน เพราะตนไปทำงานสาย เป็นผลจากที่ตนไปร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ทำงานเป็นผู้จัดรายการ ก็มีปัญหากับนายวาสุมาโดยตลอด นอกจากนี้นักจัดรายการคนอื่น ๆ ที่ลาออกก็ถูกต่อว่าเช่นนี้เหมือนกัน
อีกทั้ง นายวาสุยังเขียนรายงานแจ้งกับผู้ใหญ่ระหว่างการประชุมภายในบริษัทว่า ตนเป็นคนยื่นขอลาออกเอง จนกระทั่งเมื่อเช้าของวันที่เกิดเหตุ ตนมีโอกาสได้พบกับนายวาสุที่ลานจอดรถของวัดพระราม 9 ในงานทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสที่ทางสถานีเปิดมาครบรอบ 7 ปี จึงได้เข้าไปสอบถามถึงกรณีที่นายวาสุนำจดหมายลาออกซึ่งอ้างว่าตนเป็นคนเขียน ไปแสดงในที่ประชุม อีกทั้ง ยังมีเรื่องที่นายวาสุด่าว่ามารดาของตน ที่โทรหานายวาสุถึงสาเหตุที่ไล่ตนออก ตนจึงมีปากเสียงกับนายวาสุ และผลักนายวาสุล้มลง พร้อมทั้งเตะอีกหลายครั้ง จนผู้เห็นเหตุการณ์ต้องเข้ามาห้ามและจับตนแยกออกมา

ตุ๊กตา อุบลวรรณ
[1 มิถุนายน]ตุ๊กตา อุบลวรรณ ดุ! ไล่กระทืบ ผอ.คลื่นวิทยุ
ดีเจตุ๊กตา อุบลวรรณ ฉุน ผอ.คลื่นลูกทุ่ง บอกให้หยุดจัดรายการ แต่แจ้งผู้ใหญ่ว่าลาออกเอง เกิดบันดาลโทสะไล่ตื้บ ผอ.คาลานจอดรถ
วันนี้ (1 มิถุนายน) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่าง นางสาวอุบลวรรณ บุญรอด หรือ ตุ๊กตา อดีตดาราสาววัย 33 ปี และปัจจุบันเป็นดีเจสถานีวิทยุคลื่น เอฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานคร กับดีเจวาสุ เลิศจรรยา ผู้อำนวยการฝ่ายสถานีวิทยุ อสมท เอฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานคร ซึ่งทั้งคู่มาร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสที่ทางสถานีเปิดมาครบรอบ 7 ปี ที่บริเวณลานจอดรถของวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ
โดยผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เห็นตุ๊กตา อุบลวรรณ เดินเข้าไปพูดคุยกับนายวาสุที่ข้าง ๆ รถซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถ แต่คุยกันได้ไม่นาน ตุ๊กตา อุบลวรรณ ก็ได้ผลักนายวาสุล้มลงกับพื้น แล้วเข้าไปไล่เตะนายวาสุหลายครั้ง จนผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนที่อยู่บริเวณนั้นต้องรีบวิ่งเข้าไปห้ามปรามและแยกทั้งคู่ออกจากกัน
จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง ตุ๊กตา อุบลวรรณ ถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งดีเจสาวยอมรับว่า ตนลงมือทำร้ายนายวาสุจริง เพราะไม่พอใจที่นายวาสุสั่งให้ตนหยุดจัดรายการวิทยุ แต่กลับเขียนรายงานแจ้งกับผู้ใหญ่ว่า ตนเป็นคนยื่นขอลาออกเองทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง เมื่อเจอตัวนายวาสุในงาน จึงได้เข้าไปสอบถามถึงสาเหตุที่เขียนแจ้งผู้ใหญ่ไปเช่นนั้น แต่นายวาสุกลับบ่ายเบี่ยง และโยนความผิดให้คนอื่น ทำให้ตนโมโห และลงมือก่อเหตุดังกล่าว
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก








