x close

ไก่ วรายุฑ ตัดใจขายสตูฯ 100 ล้าน เผยเหตุโพสต์ไม่มีงาน 3 ปี ช่วงวิกฤต หนักสุดในชีวิต !

                ไก่ วรายุฑ ตัดใจขายสตูฯ 100 ล้าน เปิดใจสาเหตุโพสต์ 3 ปีไม่มีงาน เจอช่วงวิกฤตหนักสุดในชีวิต รายจ่ายเดือนละหลายล้านแต่ไม่ค่อยมีเงินเข้า
ไก่ วรายุฑ

                วันที่ 5 เมษายน 2567 ไก่ วรายุฑ ผู้จัดละครชื่อดัง เปิดใจที่แรก หลังโพสต์ตัดพ้อ 3 ปี ไม่มีงาน ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านบาท ประกาศขายวราวิลล์ สตูดิโอราคามากกว่า 100 ล้าน พร้อมเผยครั้งแรกสาเหตุน้องชายคนเดียวเสียชีวิต พูดหมดเปลือกผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
ไก่ วรายุฑ

- เกิดอะไรขึ้นโพสต์ 3 ปีไม่มีงาน ?

                ไก่ วรายุฑ : จริง ๆ มากกว่า 3 ปี เพราะ 3 ปี เรื่องสุดท้ายคือละครวาย ก่อนหน้านั้นมีโควิดโน่นนี่นั่นต่าง ๆ นานา ก็นานโขอยู่ที่ไม่งาน เราก็ชิล ๆ สบาย ๆ บางทีเบื่อ ๆ ก็อยากบอกคนบ้างว่าเฮ้ย กูเบื่อแล้วนะ กูไม่มีงาน เสียใจก็เสียใจ แต่ก็เซฟตัวเอง

- หลายคนเป็นห่วง ว่ามีภาวะอย่างอื่นมาด้วยมั้ย ?

                ไก่ วรายุฑ : มีบ้าง มันไม่มีเงินเข้า หลายปีมีแต่เงินออก เราก็รู้สึกว่าต้องเป็นแบบนี้ไปอีกนานมั้ย ชีวิตฉันต้องใช้เงินเก็บที่เก็บที่ทั้งชีวิตอีกนานหรือเปล่า แต่ลูกน้องเรามีอยู่เยอะ เราก็ต้องเลี้ยงเขา ดูเขา ถ้าจะให้เด็กออก เคยปรึกษาเลขาฯ ว่าเจี๊ยบถ้าพี่จะหยุดรายการ ไม่ทำแล้วนะอลหม่าน ไม่ทำแล้วนะบางกอกกอสซิป พี่ก็อยู่ได้แล้ว เจี๊ยบบอกพี่ไก่เขามีลูก มีผัว มีพ่อแม่ต้องเลี้ยง ถ้าหยุดหนึ่งคน ครอบครัวอีก 5-6 คน หลายสิบเลยนะ ไม่ใช่แค่ตรงนั้น งั้นเราก็ทำก็ทำวะ เราต้องแบกบริวารเราด้วย

ไก่ วรายุฑ

- ทั้งรายการด้วย ละครด้วย ละครไม่ได้ทำแต่ทีมงานยังอยู่ การจ่ายเงินเดือนพนักงานคือ 30 คน ?

                ไก่ วรายุฑ : ก็จ่ายอยู่ทุกเดือน เราอยากลดเขานะ เห็นบริษัทโน่นนี่ลด เราก็อยากลดบ้าง แต่พอหันไปซ้าย อีนี่ก็อยู่มาสิบกว่าปี อีนี่ก็อยู่กันมาสิบกว่าปี ก็ทำอะไรไม่ได้

- เหมือนอยู่กันเป็นครอบครัว ช่วงไม่มีงานถือว่าเป็นเจ้านายที่ดีที่ซัพพอร์ต ?

                ไก่ วรายุฑ : เฮ้อ แต่มันก็เหนื่อย ช่วงสุดท้ายจริง ๆ ไม่ไหวจริง ๆ แล้ว เมื่อสองปีที่แล้ว ขอพูดหน่อย ขออนุญาตนะ บางคนพี่ไม่ไหวแล้ว แต่ก็ชดใช้ตามกฎหมายแรงงานทุกอย่าง เราให้เขา 10 กว่าคน ถามว่าเหนื่อยมั้ย เหนื่อย หนักมั้ยหนัก เยอะมั้ยก็เยอะอยู่ แต่ก็ต้องให้ ไม่งั้นก็อีกหลายปี เราก็เก็บไว้ในส่วนที่ไปไม่รอดจริง ๆ สงสารจริง ๆ ตอนนี้จ้างให้อยู่เฉย ๆ ก็หลายคนจริง ๆ ตอนงานละครไม่มี เขาก็ไปกวาดบ้าน เช็ดบ้าน ก็โอเค

- เงินเดือนที่ต้องจ่ายแต่ละเดือน ตกค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ?

                ไก่ วรายุฑ : ตอนนั้นหลายล้านอยู่ 30 กว่าคน อาศัยตัวเองทำงานตั้งแต่เด็ก ๆ เก็บตังค์ไว้ก็พอได้เงินมา เรายังไม่เจ็บก็ยังสามารถช่วยเหลือจุนเจือคนอื่นได้ แต่ใกล้เจ็บเมื่อไหร่ก็ต้องมีระยะผ่อนว่าเอาไว้แค่นี้ที่เราจะดูแลเขาได้อีกหลายปี ตอนนี้ก็คำนวณนะว่าเงินเราเหลือแค่นี้ เด็กที่ไว้แค่นี้ งานมีแค่นี้ เราจะดูแลเขาได้อีกกี่ปี

ไก่ วรายุฑ

- ดูแลทุกคน ไม่ใช่แค่นักแสดงนำ ดูแลทุกคน เหมือนกับข้าวนักแสดงได้กินดีเยอะหมด แต่พี่ไก่เท่าเทียมกันหมด ตอนเย็นหลังเลิก พระอาทิตย์ตก ต้องมีน้ำเก็กฮวยมาเสิร์ฟ แล้วเสิร์ฟทุกคนยันทีมงาน ช่างกล้องช่างไฟถ้ารู้ว่าจะได้ทำละครพี่ไก่จะแย่งกันทำ ทุกคนอยากมา มันมีความสุข แต่ถึงเวลาก็อย่างที่บอก ต้องตัดใจ ละครตอนนี้ไม่มี ?

                ไก่ วรายุฑ : ไม่มี แต่เรากระหายอยากทำ เราเกิดจากละคร ก็อยากตายไปกับละคร เราอยากให้เห็นว่าอย่างน้อยฉันมีคุณค่าของตัวเอง ยังมีสมองที่จะผลิตให้คนอื่นดูได้ เราก็สามารถเอาเด็กสมัยใหม่มาร่วมคิดกับเรา และทำต่อไปได้

- ตอนนี้มีรายการอลหม่านจานเด็ด และบางกอกกอสซิป บางทีทำแต่ก็เข้าเนื้อ ?

                ไก่ วรายุฑ : เข้าเนื้อค่ะ ก่อนมาทำที่บ้าน ตอนนี้มีสตูดิโออยู่ในบ้าน โชคดีตอนนั้นมีสตางค์ และคิดทำสตูดิโอขึ้นมาในบ้านเพื่อถ่ายรายการ แต่ถ้าไม่คิดอย่างนี้ไว้ก่อน เราสวัสดีแน่ เพราะหนึ่งเช่าสตูดิโอเท่าไหร่ ค่าเก็บฉาก สร้างฉาก ค่าโฟโน่นนี่ แต่ตอนนี้เรามีของเราเอง เราไม่มีเงินเข้ามา ไม่มีเงินเข้ามาให้เรา เราก็เอาของที่เรามีเอาออกไปจุนเจือตรงนั้น สองรายการถามว่าอยู่ได้มั้ย เกือบอยู่ได้และเกือบอยู่ไม่ได้ในบางเดือน ต้องเอาเดือนนี้มาปะเดือนนี้ เพราะโฆษณามันไปที่อื่นกันหมด มันแชร์ไปเยอะ คนทำทีวีและเป็นเจ้าของรายการเอง ขอบอกเลยนะคะว่าน้ำตาตกใน ต้องทำ ต้องเลี้ยงตัวเองและเลี้ยงคนอื่น ถึงไม่ได้เงินก็หน้าดิฉัน ฉิบหายไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ (หัวเราะ)

ไก่ วรายุฑ

- ถือเป็นวิกฤตที่หนักสุดในชีวิต ?

                ไก่ วรายุฑ : หนักค่ะ ตอนนี้สงสารตัวเองด้วย และสงสารนักแสดง ไม่ว่าใหม่หรือเก่า อย่างน้อยละครทุกช่องก็ผลิตน้อยลง ใช้ดาราน้อยลง ใช้ทีมงานน้อยลง ช่างผมช่างหน้าช่างเสื้อผ้าไฟกล้องอะไรก็น้อยลง ฉะนั้นเป็นวิกฤต ทุกคนต้องอยู่ให้รอดให้ได้

- เหมือนวงการบันเทิงมีอะไรใหม่ ๆ มาให้ตลอด แต่เบื้องหลังยากนะ อยู่ยากกว่ายุคก่อนเยอะมาก ?

                ไก่ วรายุฑ : มากเลย เพราะเดี๋ยวนี้วิวัฒนาการมันสมัยใหม่ขึ้น แพลตฟอร์มมันเยอะขึ้น คนคิดอะไรที่มันต่างจากทีวีได้ มันสามารถออกอะไรก็ได้ เล่นอะไรก็ได้ที่อยากเสนอ คนก็ไปดูทางนั้น ทีวีมีขอบเขตจำกัดในการออกอากาศ มีเซ็นเซอร์มีโน่นนี่นั่น ความสนุกมันก็ลดน้อยลงกับการเราไปเปิดที่อื่น ตบกันเลย ด่ากันเลย กระชากหัวได้ทันที มันสนุกกว่า แต่ในทีวีมันลดลงนิดนึงแค่นั้นเอง

- สิ่งที่กลัวที่สุดไม่ใช่เงินทอง แต่กลัวตัวเองจะไม่มีคุณค่าในตัวเอง ?

                ไก่ วรายุฑ : ใช่ ตัวเองรู้สึกว่าวันนึงเดินไปไหนแล้ว คนไม่ทักไม่เรียกไม่รู้จัก ไม่พูดถึงละครหรือรายการเรา อยู่ได้มั้ยล่ะ รู้สึกอายตัวเองนะ ว่าเฮ้ย หายไปแล้วเหรอ ไม่มีตัวตนเหรอ ทำไมเราด้อยค่าแบบนี้ คนจำงานเราไม่ได้แล้วเหรอ ไม่ได้ ฉันต้องดิ้นรน ถึงตอนนี้ไม่มีงานก็ต้องดิ้นรน

ไก่ วรายุฑ

- เงินไม่ใช่เป้าหมายหลัก เป้าหมายหลักคืออยากให้ตัวเราเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าอยู่ในอาชีพ ?

                ไก่ วรายุฑ : อยากให้คนเห็น

- เชื่อว่าคนไม่มีทางลืมงานพี่ไก่ ต่อให้ผ่านไปกี่ปี แต่ยุคนี้อาจคนดูละครเปลี่ยนไป ?

                ไก่ วรายุฑ : ใช่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด

- เรากลัวคนจำเราไม่ได้ กลัวเราด้อยค่าในตัวเอง กลัวไม่ภูมิใจในความเป็นเรา เราจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไง ?

                ไก่ วรายุฑ : เราต้องไม่นอยด์ ต้องสร้างกำลังใจให้ตัวเอง ต้องขอบคุณแฟน ๆ ละคร แฟน ๆ รายการ แฟน ๆ ไก่ที่ให้กำลังใจมาตลอด ตอนโพสต์ไป ไม่ว่าจะนักแสดง หรือแฟน ๆ หรือใครก็ตาม เดินไปก็บอกว่าคุณไก่อย่าเสียใจนะ ฉันให้กำลังใจนะ ทำให้เรารู้สึกว่าเฮ้ย คนยังจำฉันได้อยู่ สิ่งนี้แหละ ที่ทำให้เราต้องทำอะไรขึ้นมาอีก ไม่ว่าอะไรก็ตาม ต้องหาโอกาสจากตรงนั้นให้ได้ ตอนนี้กำลังหาโอกาสให้คนรู้ว่าฉันยังอยู่นะ

ไก่ วรายุฑ

- ปกติไม่ค่อยเห็นพี่ไก่ท้อ ?

                ไก่ วรายุฑ : ปกติใครเครียดก็ให้มาที่บ้าน ไม่นอยด์ ไม่รู้สึกว่าต้องสลด ซึมเศร้า เพื่อ ! ต้องหาความสุขให้ตัวเองเท่าที่เรามีและให้คนอื่นได้ตลอดเวลา

- ล่าสุดได้ยินมาว่าแพลนจะขายสตูดิโอที่ชื่อว่าวราวิลล์ ?

                ไก่ วรายุฑ : ใช่ค่ะ เพราะที่ทำเอาไว้ให้ตอนนั้นทำเป็นสตูดิโอถ่ายละคร แล้วสร้างเป็นบ้านเป็นอะไรไว้ให้ เพราะเรามีน้องชาย เราคิดว่ายังไงเราก็ต้องตายก่อนมัน มันก็ต้องดูแลไป แต่เขามาไปก่อนเรา เราก็ถามลูกเขาว่า เอามั้ยลูก ดูแลต่อ เขาบอกว่าไม่เอา ก็ทำยังไงล่ะ ก็ต้องจำหน่ายขายออกไป ทั้งที่รักนะ เราทำด้วยความรัก มันสวย ใครจะซื้อเราก็ยกให้หมดเลย ไม่เก็บ

- ใจหายมั้ย ?

                ไก่ วรายุฑ : แวบแรกค่ะ ตอนตัดสินใจจะขาย แวบเลย แต่พอตัดใจได้แล้วก็ตัดเลย ขายเลย

- ของทุกชิ้นเป็นของรักหมดเลย ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ?

                ไก่ วรายุฑ : วิวสวยมาก มองไปก็โปร่งโล่งหมดเลย จริง ๆ เป็นร้านอาหาร เปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่สิบโมงเช้าถึงสองทุ่ม เป็นเชฟเทเบิ้ล ทำอาหารเอง หน้าร้อนจะทำข่าวแช่ตำราคุณแม่ กำลังเตรียมตัว ลองโน่นนี่นั่นดู

ไก่ วรายุฑ

- วราวิลล์ขายได้หลายร้อยล้านแน่นอน พี่ไก่จะเอาไปลงทุนทำซีรีส์วาย ?

                ไก่ วรายุฑ : ใช่ ถ้าได้เงินมา ลูกน้องเรายังอยู่ ไฟเรายังมี เราก็ต้องหาทำอะไรที่สนุก ๆ เพื่อตัวเราเองและเพื่อตัวลูกน้องเราด้วย คิดว่าจะทำซีรีส์วาย ไม่ต้องมีใครจ้าง เราก็ไปซื้อเวลาเขาออกโฆษณาช่องไหนก็ได้ ก็อยากทำ ยังมีความรู้สึกว่ายังมีอะไรในชีวิตที่คนไม่เห็น ยังมีอีกเยอะ ต้องทำให้เขาเห็น ส่วนราคาก็ต่อรองกันได้ ติดต่อมาได้เลย ช่วงเชฟเทเบิ้ล จะเป็นอาหารในเรื่องปริศนากับสี่แผ่นดิน มีละครปริศนา สี่แผ่นดินให้ดู แล้วเสิร์ฟอาหารในยุคนั้น แม่พลอยเข้าในวังทำอะไรให้ที่บ้านกินบ้าง มีสตอรี่นิดนึง มีดนตรีสดด้วย 

- ตอนนี้มีแพลนทำอะไรบ้าง ?

                ไก่ วรายุฑ : มีเยอะแยะเลยค่ะ ละครก็อยากทำอยู่ วันก่อนมีคนถามเราว่าทำไมเราไม่ทำครีม เราหน้าดีเพราะอะไร เราใช้ครีมของเราเองอยู่ เดี๋ยวจะไปค้นตำราตรงนั้น เรามีความรู้จากการไปญี่ปุ่นเกาหลี เดี๋ยวเอาทุกอย่างมารวมกันแล้วอาจทำขึ้นมาเพื่อยังชีพของตัวเองและให้แฟน ๆ ละครได้ใช้ของที่เราใช้อยู่ แต่ต้องขอพิจารณานิดนึงว่าทำได้หรือเปล่า ไม่ดีก็ไม่ใช่วรายุฑเนอะ เอาของเฮงซวยมาขายก็โดนด่า ไม่คุ้ม ต้องลองดูก่อน ส่วนงานบันเทิงก็ไม่ทิ้ง อยากเสนองานละครตัวเองอีก

                ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ไก่ วรายุฑ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไก่ วรายุฑ ตัดใจขายสตูฯ 100 ล้าน เผยเหตุโพสต์ไม่มีงาน 3 ปี ช่วงวิกฤต หนักสุดในชีวิต ! โพสต์เมื่อ 6 เมษายน 2567 เวลา 19:52:57 12,427 อ่าน
TOP