x close

เต๊ะ ศตวรรษ เปิดตัวลูกสาว น้องยาดาห์ รับลูกเปลี่ยนชีวิต จากเคยคิดนับถอยหลังวันตาย

          เต๊ะ ศตวรรษ อุ้มลูกสาววัย 7 เดือน น้องยาดาห์ เปิดตัวครั้งแรก ลั่นลูกเปลี่ยนชีวิต จากเคยคิดนับถอยหลังวันตาย - เคยคิดเป็นพ่อที่ดีไม่ได้
เต๊ะ ศตวรรษ

          คุณพ่อป้ายแดง เต๊ะ ศตวรรษ อุ้มลูกสาววัย 7 เดือน น้องยาดาห์ เปิดตัวออกสื่อครั้งแรก ลั่นลูกเปลี่ยนชีวิตในวัย 42 ปี จากเคยนับถอยหลังวันตาย อยากอยู่ให้นานที่สุดเพื่อลูก และทำไมถึงคิดว่าเป็นพ่อที่ดีไม่ได้ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ช่อง one31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เป็นการออกสื่อครั้งแรกของลูกสาว ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ใช่ครับ

ปกติลูกต้องมีคุณแม่มาด้วย แต่นี่ฉายเดี่ยว ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ปกติช่วยกันอยู่แล้วครับ แต่ช่วงนี้แจ็คกี้ต้องเทรนเพื่อกลับไปบิน เขาเป็นแอร์ฯ ครับ เราเลี้ยงกันเอง ดูกันเอง เราไม่มีพี่เลี้ยงครับ

ช่วงน้องเกิด คุณพ่อเห่อมาก เข้าไปในห้องคลอดเลย ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ใช่ครับ เป็นประสบการณ์ที่เราก็เคยเห็นคนอื่นบอกว่าเข้าไปดูลูกตั้งแต่ห้องคลอดนะ พอเป็นตัวเองมันตื่นเต้นจริง ๆ คนบอกเหมือนจะเป็นลม ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ มันเป็นอารมณ์หวิว ๆ งง ๆ แต่พอได้ยินเสียงลูกร้อง น้ำตามันมาเองเลย มันไหลออกมาเองเลย ก็เป็นโมเมนต์ที่ดีมากที่ได้เห็นหน้าน้องยาดาห์ คำแรกที่ผมพูดคือขอบคุณพระเจ้า เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคน หนึ่งคืออยากเห็นลูกสุขภาพแข็งแรง เมื่อเขาสุขภาพแข็งแรง เสียงร้องดังมาก ผมก็ขอบคุณพระเจ้าที่เขาแข็งแรง แต่หลังจากนั้นมีเหตุการณ์อย่างหนึ่ง ปกติเขาจะให้คุณแม่พักสักพักหนึ่งแล้วพาลูกขึ้นมา แต่คุณหมอยังไม่พาลูกขึ้นมา แล้วโทร. มาบอกว่าคุณเต๊ะขอคุยด้วย ผมก็แบบ..เริ่มต้นการหายใจของยาดาห์ การเอาออกซิเจนเข้าไปไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เลยต้องอบ และให้อากาศเพิ่ม อยู่ในตู้ 3 ชม. แต่นึกภาพ หมอบอกว่าคุณพ่อครับ คุณหมอขอคุยด้วยได้ไหม ประโยคนี้มันแบบเกิดอะไรขึ้นกับลูก ไม่นะ พระเจ้า ผมบอกพระเจ้าว่าผมเริ่มการดีแล้ว ต้องสำเร็จสิ ผมเข้าไปคุยกับคุณหมอ ถ้าบอกว่า 1 2 3 4 คงใจสลายมาก แต่คุณหมอบอกว่าขอลองเพิ่มออกซิเจนให้หน่อยนะ หลังจากนั้น 3 ชม. ก็เรียบร้อยดีครับ

น้องอยู่ในตู้ 3 ชม. แล้วสัมผัสแรกเป็นยังไง ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ผมรู้สึกว่าการที่เราได้เป็นผู้ปกครองเป็นเรื่องมหัศจรรย์นะ เป็นเหมือนของขวัญจากพระเจ้าจริง ๆ เพราะผมเองก็อยากมีน้อง ที่สำคัญเป็นความฝันครอบครัวผมด้วยที่อยากมีหลาน แต่น่าเสียดายที่คุณพ่อกลับไปหาพระเจ้าเร็วไปหน่อย ไม่งั้นจะได้อุ้มหลานด้วย สิ่งสำคัญคือขอบคุณพระเจ้าที่เขาหน้าตาคล้ายผมเยอะ (หัวเราะ) เห็นแล้วเอ๊ะ ทำไมหน้าเหมือนเราจังเลย สำคัญสุดคือ เห็นเขาครบบริบูรณ์ เป็นอะไรที่ดีใจมาก

พ่อได้เห็นลูกก่อนแม่ ได้จับลูกก่อนแม่ ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ตลกมาก ผมอยู่ในห้องผ่า ผมเห็นพร้อมแจ็คกี้เลยนะ แต่แจ็คกี้ไม่รู้เรื่องนี้ แล้วผมก็ไม่ได้บอกเขาว่า 2-3 ชม. คืออะไร เขาก็เอ๊ะ ทำไมลูกไม่มาสักที ผมต้องหันหลัง น้ำตามันไหลจริง ๆ เราเล่นละครมาหลายเรื่อง แต่ชีวิตจริงมันเล่นละครไม่ได้ น้ำตามันไหลจริง ๆ มันเป็นเรื่องชีวิต ถ้าเป็นละครเราเล่นแล้วเทกได้

ที่มาที่ไปชื่อน้อง ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : จริง ๆ แล้วชื่อยาดาห์เป็นภาษาฮิบรู อยู่ในพระคัมภีร์ แปลว่าสรรเสริญพระเจ้า เป็นอากัปกิริยา เหยียดมือออก น่ารักมาก พระเจ้าน่ารักจริง ๆ ตอนยาดาห์ออกมา เขาก็เหยียดมือออกมาแบบนี้เลย (หัวเราะ) ทำตามชื่อเลย

ดูเลี้ยงง่าย แสดงว่าเจอคนเยอะ ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ใช่ครับ พาไปคริสตจักรตั้งแต่ 2 เดือน ไปเจอกับพี่น้องที่นั่น เขาเลยไม่กลัวคนเท่าไหร่

ตอนนี้ 7 เดือนพัฒนาการเป็นยังไง ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : เยี่ยมมากเลยครับ เขานั่งได้นานมาก ตอนอายุ 2 เดือนมีการเทสต์ให้เด็กลองคว่ำ ดูการยกคอ คุณหมอตกใจมาก เด็กคนอื่นอาจได้แค่ 2 วิ 10 วิ แต่เขาไม่ยอมลงเลย ก็เลยเป็นฉายาเลย น้องเต่า (หัวเราะ) ตอนนี้นั่งได้นาน หัวเราะได้เยอะขึ้น ป่วนหม่าม้า ปะป๊าได้เยอะขึ้น ตอนนี้เขาพยายามจะยืน เร็วมาก ผมก็บอกใจเย็นลูก ให้เข่ามันแข็งแรงหน่อย จะข้ามสเต็ป

เต๊ะ ศตวรรษ

เลี้ยงกันเองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ พ่อแม่แบ่งหน้าที่กันเลี้ยง ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : จริง ๆ เรามีคุณยายมาช่วยดูด้วย แบ่งหน้าที่จริง ๆ หลัก ๆ ดูว่าใครว่าง เพราะบางครั้งเป็นช่วงผมต้องทำงาน บางครั้งเป็นช่วงที่แจ็คกี้ต้องทำโปรดักต์แม่และเด็ก เขาก็วุ่น แต่กลางคืนใช้วิธีคนละ 3-4 ชม. เรื่องของเรื่องคือเรามีฟูกอยู่ด้านล่างให้ยาดาห์นอน เพราะเขาเริ่มม้วน ต้องเอาลงล่างแล้วสลับกับแม่ ช่วงกลางวันก็แบ่ง ๆ กัน ดูว่าใครได้ทำงานหรือไม่ได้ทำงาน

แสดงว่าพ่อต้องเปลี่ยนแพมเพิร์สเอง ล้างก้นให้ลูก ทำเองหมดเลย ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ผมมองว่าเป็นเรื่องปกตินะครับ ผมมองว่าเป็นความสุขมาก โรคจิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ (หัวเราะ)

แล้วอะไรที่รู้สึกว่ายากกับการเลี้ยงลูก ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : บางทียาดาห์หิวนม แล้วเขาพยายามคว้าเต้าหม่าม้า แต่หม่าม้าไม่อยู่ เขาก็มาคว้าเต้าผมเล่น ผมโดนลูกงับนมไปหลายรอบมาก เจ็บครับ (หัวเราะ) แต่พื้นฐานยาดาห์เลี้ยงง่าย เรามีการเตรียม กรณีคุณแม่ไม่อยู่ คุณแม่ก็เตรียมน้ำนมไว้ให้ ก็ค่อนข้างสบายเลย

พัฒนาการทุกอย่างดีมาก แข็งแรง น้องเป็นเด็กเลี้ยงง่าย นิสัยเป็นยังไง ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ความร่าเริงของยาดาห์ต้องขอบคุณพระเจ้าจริง ๆ เขาไม่ค่อยร้อง ไม่หงุดหงิดง่าย ชอบเล่นกับคนอื่น ผมก็ค่อนข้างกลัวนะ เคยเล่นกับลูกเพื่อนๆ คนอื่น เขาอารมณ์เกรี้ยวกราดพอสมควร แต่ยาดาห์จะมีเฉพาะช่วงเขาหิว ภาพรวมค่อนข้างโอเค ชอบเล่นกับคน

ต้องเปลี่ยนตัวเองเยอะมาก อายุ 42 มีน้อง การใช้ชีวิต จากผู้ชายแมน ๆ ตอนนี้อยู่ในห้องจิ๊จ๊ะ ๆ กับลูก ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : โดยทั่วไปทุกคนต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว อย่างน้อยแผนการในชีวิต การวางแผนก็เปลี่ยนไป แต่ก่อนเวลาวางแผน คนแต่งงานก็จะมองแค่เราและภรรยา แต่พอมีน้องทุกอย่างต้องเปลี่ยนเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะแผนระยะยาว สมัยก่อนอยากทำอะไรมันก็ค่อนข้างไม่ได้คิดอะไรขนาดนี้ แต่ตอนนี้วางแผนระยะไกลมาก ทั้งเรื่องการงาน เรื่องโรงเรียน ที่เราไปดู ๆ แล้ว เรื่องความสัมพันธ์ของเรากับภรรยาก็ต้องวางแผนเหมือนกัน อย่างที่บอกว่าต่างคนต่างดูลูก เอาตรง ๆ มันขโมยเวลาไปเยอะพอสมควรเหมือนกัน ต้องกลับมาลำดับเวลากันใหม่หมดเลย

พ่อเป็นคนมุ้งมิ้งเลย ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ใช่ เล่นทุกอย่าง เขาเล่นอะไรก็อยากเล่นกับเขา เป็นเรื่องปกติเลย แค่ผมทำให้เขาหัวเราะได้ผมก็มีความสุข

อีกหน่อยพูดได้ พ่อจะมุ้งมิ้งกว่านี้อีก เผลอ ๆ ใส่ชุดเจ้าหญิงเป็นเพื่อน ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ผมใส่ที่คาดผมมาแล้วครับ (หัวเราะ) เราก็ปรับเยอะเหมือนกัน เราได้รับความผิดชอบจากของขวัญที่พระเจ้าให้ ผมว่ามันเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องปรับตัวเองเช่นกัน

ตอนแรกเห็นในงานหนึ่ง เต๊ะเอาเด็กมาด้วย ก็คิดว่าร้องแน่ ๆ แต่เขาไม่ร้องสักแอะ พ่อแม่เลี้ยงแบบคุยกับเขาตลอด ทุกคนเล่นกับเขาหมด ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ใช่ครับ เขาติดพี่ติ๊นามาก พี่โบว์ก็มาทักทาย เขาก็ให้ทุกคนเล่นด้วยหมดเลย การที่เขาไม่กลัวคนอาจมาจากเราคุยกับเขาเยอะ สื่อสารกับเขาเยอะ ถ้าเราใช้เวลาพูดกับเขาเยอะ ๆ มันจะทำให้ตัวเขารู้สึกคุ้นเคยกับเสียง

อนาคตห่วงไหม ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ห่วงมาก เรื่องห่วงเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องหวงแอบคิดเหมือนกัน อย่าว่าผมนะ ตอนนี้เขา 6 เดือน แต่ผมคิดถึงช่วงที่เขาแต่งงาน ผู้ชายบนโลกก็ไม่ได้ดีทุกคนนะลูก (หัวเราะ) เราคิดเยอะจริง ๆ แล้วเคยเห็นคลิปหนึ่งไหมที่มีงานแต่งงานแล้วพ่อบอกสามีว่า ถ้าวันหนึ่งไม่รักให้เอามาคืนนะ โห ผมเห็นภาพนั้นแล้วขออย่าให้พูดประโยคนี้นะ ขอให้มีสามีที่ดีนะลูก เราคิดไปไกลมากครับ

น้องเคยผ่านเหตุการณ์ทำให้พ่อแม่มือใหม่เกือบหัวใจวาย น้องป่วยครั้งแรกและหนักมาก ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : มันมีความซับซ้อนเยอะมาก เนื่องจากวันนั้นผมไปรับใช้คริสตจักรหนึ่งแล้วพายาดาห์และภรรยาไปด้วย ขณะที่กำลังเตรียมตัว 40 นาทีต้องรับใช้ ยาดาห์มีตุ่มแดง ๆ ขึ้นที่ปาก ผมก็อุ้มน้องขึ้นบ่า คนข้างหลังก็บอกว่าหน้าน้องแดง ๆ เนอะ เราก็คิดว่าที่เราเห็นตรงริมฝีปากเฉย ๆ พอเอาน้องออกมาน้องหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ หน้าก็เริ่มบวม ผมตัดสินใจยากมาก เพราะวันนั้นคนมาเยอะ คนมารอฟังเยอะ ก็เลยแยกกันให้ภรรยาเอายาดาห์ขึ้นรถไปโรงพยาบาลใกล้เคียงคือ รพ.รามคำแหง สักพักฝนก็เริ่มตก และตกหนักมาก ผมก็คุยกับทีมว่าต้องแยกตัวแล้วนะ ก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปดักรอที่ห้องอีอาร์ ฝนก็ตกหนักเรื่อย ๆ แจ็คกี้ก็บอกว่าลูกร้องตลอดเลย ผมอยู่ฝั่งตรงข้ามวิ่งข้ามถนนไป เปิดประตูท้ายรถแล้วเอาเด็กออก อุ้มข้ามมา ขอบคุณพระเจ้าที่ รพ.รามคำแหง ก็ดูแลเด็กอย่างดี ทำทุกอย่างรวดเร็วมาก สุดท้ายคือเขามีอาการแพ้ และไม่ใช่เด็กทุกคนจะแพ้ เขาแพ้ตระกูลน้ำมันส้ม อาจมีเปลือกส้มอยู่บริเวณใบหน้าเขา เขาไปจับเล่น ๆ แล้วไปโดนหน้าเขา ก็ขอบคุณพระเจ้านะ พอเรารู้ว่าเขาเซนซิทีฟด้านไหนเราก็จะได้ระวัง ก็ทำให้เราเรียนรู้ บางทีเราคิดว่าเราโอเคแล้วนะกับการดูแลน้อง แต่ก็มีบางจุดที่เราขาดตกบกพร่องเช่นกัน

          เหตุการณ์แบบนี้ทำให้เราหันกลับมามอง เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนอาจมีโมเมนต์นี้ว่าทำไมเราเลี้ยงลูกไม่ดีเลย หลังเหตุการณ์นั้นทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ทำให้ผมนอยด์เหมือนกันว่าเราลืมเรื่องอะไรไป เราตั้งคำถามว่าเราเป็นพ่อที่ดีได้จริงเหรอ มันรบกวนความคิดเยอะมาก

โทษตัวเองซะงั้น พาน้องไปตรวจไหม ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ตรวจครับ หมอบอกว่าขอลองดูอาการ เพราะมันเป็นแค่ช่วงสั้น ๆ บางคนแพ้อาจรุนแรง แต่อาจไม่ได้แพ้ด้วยตัวเอง อาจเพราะเขาเด็กเกิน อาจไม่ได้แพ้สารนั้นจริง ๆ มันก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ครับ

เต๊ะ ศตวรรษ

ก่อนหน้านี้คิดมากอยู่แล้วหรือเพราะมีลูก ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ก่อนรู้จักพระเจ้าผมเป็นคนคิดมาก ผมถึงขนาดเป็นคนป่วย มีภาวะซึมเศร้า ผมป่วย 5 ปี ต้องใช้เวลาในการรักษา จะมีชุดความคิดบางอย่างที่ด้อยค่าตัวเอง หรือวิตกกังวลอะไรบางอย่างมากเกินไป แล้วชุดความคิดนี้ก็หายไปนานมากแล้วนะ แต่พอเรามีน้อง เรารักใครสักคน รักอะไรมาก ๆ ความเป็นห่วงเป็นใยก็สร้างความกังวลให้เราได้เช่นกัน ความกังวลนี่แหละก็เลยมาสร้างชุดความคิดใหม่ว่าทำไมเราถึงทำไม่ดีขนาดนี้ ทำไมอันนี้ทำไม่ได้เท่าคนอื่น มีการเปรียบเทียบ วนเวียนอยู่หลายสัปดาห์ แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่พี่น้องในคริสตจักรได้ทักเข้ามาคุยส่วนตัว ผู้นำคริสตจักรก็ให้คำแนะนำหลายอย่าง ซึ่งไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ดีที่สุด ผมเรียนรู้อย่างหนึ่งว่าการเปรียบเทียบไม่ใช่คำตอบ บางทีเราชอบดูสื่อ ลูกคนนั้นคนนี้เป็นยังไง บางทีก็กระทบความคิดเหมือนกัน จนต้องเลี่ยงดูว่าลูกคนนั้นคนนี้เขาเลี้ยงยังไงนะ มันกลายเป็นแรงกดดัน ผมเชื่อว่าพ่อแม่หลายคนเป็นนะ เอาแค่ชุดนักเรียน โห เขาเรียนโรงเรียนนี้เหรอ แล้วลูกฉัน ผมคิดเยอะจริง ๆ สุดท้ายคำตอบที่ได้คือพอผมใช้เวลากับพระเจ้ามากขึ้น สิ่งที่แตะใจผมคือจริง ๆ ยาดาห์ไม่ใช่ของผม แต่เป็นของพระเจ้าที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผมมีส่วนในการดูแลและอารักขาเขา คนดูแลและเตรียมแผนการเขาจริง ๆ ในอนาคตคือพระเจ้าเท่านั้น เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ที่เหลือพระองค์จะเป็นผู้จัดเตรียม ผมรู้สึกปลดล็อกเลย

ไม่คิดว่าตัวเองจะยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อลูกเยอะแยะมากมาย ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : อย่าคิดว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อลูก คิดว่ามีชีวิตถึงตอนนี้ก็เกินความคาดคิดแล้ว เพราะสมัยก่อนผมเคยป่วยมาก่อน ผมทำงานที่ไต้หวันแรงกดดันเยอะมาก ผมเคยอยู่กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องมาก่อน มีการทำบาปทำหลายอย่างที่รบกวนชีวิตของผม พอเราป่วยมันก็มาอยู่ในการล่อลวงว่าเราดีไม่พอนะ ทำไมเป็นคนแบบนั้น ทำไมทำแบบนี้ มันทำให้เราเข้าสู่กระบวนการป่วย แล้วการป่วย 5 ปี มันทรมานมาก ๆ ฉะนั้นการที่วันนี้ผมมีลูกได้ มีคนที่ผมต้องดูแล มันเกินความเข้าใจมาก ๆ แต่มันก็ยังแวบเข้ามารบกวนบ้างเช่นกัน แต่การรบกวนมันอาจไม่เหมือนเดิม สิ่งที่ผมรู้สึกในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผมเริ่มคิดว่าในวัย 42 ของผม ผมจะอยู่กับเขาได้นานเท่าไหร่ เนื่องจากคุณพ่อผมเสียตอน 77 ผมก็คำนวณแล้วว่าเออว่ะ ก็ไม่เยอะนะ ถ้าได้เท่าคุณพ่อ แต่ก็ขอบคุณพระเจ้านะ เพราะสมัยก่อนผมคิดว่าพรุ่งนี้ผมจะตายยังไง ผมไม่อยากอยู่แล้ว ไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว ผมรู้สึกว่าโลกนี้มันอยู่ยากจังเลย

จริงเหรอที่เคยบอกว่าเคยนับถอยหลังวันตายของตัวเอง ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ใช่ เคยคิดว่าการอยู่บนโลกเป็นเรื่องที่ยากมาก สมัยก่อนผมได้ยินคำว่าผู้ป่วยซึมเศร้า ผมไม่เคยเข้าใจเลย แต่พอผมกลายเป็นผู้ป่วยเอง ผมถึงเข้าใจวิธีคิดและความเจ็บปวดมากขึ้น มันเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูยากไปหมด ทำไมโลกเราไม่เหมือนคนอื่นเขา ทำไมชีวิตเราแย่จังเลย คนรอบตัวไม่ดี ทั้งที่จริง ๆ มันดีนะ แต่เรามองไม่เห็นมุมนั้น แต่จากคนที่นับถอยหลังจะตาย ตอนนี้พระเจ้า ผมอยากอยู่นาน ๆ อยากมีชีวิตอยู่ อยากเล่นกับเขา อยากรู้ว่าอนาคตเขาเป็นยังไง อยากเป็นเพื่อนเขา อยากคอยปลอบเขา อยากให้กำลังใจเขา อยากอยู่ใกล้ ๆ เขาไปยาว ๆ ผมคิดว่าหลายคนที่เคยมีประสบการณ์อยากฆ่าตัวตาย แล้วเขาได้อยู่จุดนี้ ได้มีโอกาสดูแลเด็กสักคนหนึ่ง ดูแลของขวัญที่พระเจ้าให้ ผมว่าเขาจะเปลี่ยนความคิดแบบผม ผมรู้สึกว่ามันเป็นคำตอบที่พระเจ้าให้ผ่านแจ็คกี้และยาดาห์ผ่านมาถึงผม ว่าการที่ผมตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อนั้นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

ตอนนั้นก็ดังมาก ประสบความสำเร็จมาก ดูพร้อมมากในทุก ๆ ด้านของชีวิต อะไรทำให้กลับไปอยู่ในสภาวะแบบนั้น ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ต้องยอมรับว่าการประสบความสำเร็จเป็นเรื่องที่ดี แต่ขณะที่ประสบความสำเร็จ ผมอยู่ต่างประเทศคนเดียว ผมไม่มีผู้ปกครอง ไม่มีคนที่คอย Consult เวลาผมมีปัญหา ผมไม่มีใครเลย ผมต้องคิดเอง ถามเอง ตอบเองตลอด ยุคผมไม่เหมือนยุคน้อง ๆ ที่ไปจีน ไต้หวัน ยุคนี้สบายหน่อย แต่ยุคผมเหมือนยุคทางลูกรัง น้องเขาไปแบบทางด่วน ผมไปแบบทางลูกรัง ทำงานหนักมาก ตื่นตี 4 เสร็จ 4 ทุ่ม 90 วันต่อเนื่อง ร่างกายมันไม่ไหว สอง อย่างที่บอก แม้ผมจะมีชื่อเสียง มีรายได้ที่ดี แต่ก็เป็นประตูนำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเข้ามาในชีวิตด้วย สมัยก่อนเคยกินเหล้า สูบบุหรี่ เคยเที่ยว หรือการเคยมีชีวิตคู่มาก่อน ผมก็เป็นสามีที่ไม่สัตย์ซื่อ ถูกล่อลวงด้วยหลายสิ่ง สิ่งนี้ก็กลับมาจู่โจมผม ในวันที่ผมอ่อนแอที่สุด ในวันที่ผมป่วย ผมถึงได้บอกว่าความคิดต่าง ๆ เข้ามาว่าแกไม่ดี ๆ เต็มไปหมดเลย แล้วไม่มีเหตุผลที่เราจะตอบว่าใช่ มันไม่ดีจริง ๆ

          ก่อนหน้านั้นผมมีข้อผิดพลาดเยอะมาก แต่ด้วยความรักจากพระเจ้า มีคนเข้ามาพูดกับผมเยอะมากว่าพระเจ้ารักพี่เต๊ะนะ ผมก็ไม่เข้าใจความหมายว่ารักแล้วยังไงวะ จากที่ผมปิดใจ ผมก็เริ่มให้พระเจ้าเข้ามาในชีวิตของผม ผมเริ่มไปโบสถ์ ยอมให้คนบางคนเข้ามานั่งคุยกับเรา เมื่อก่อนผมคุยกับใครไม่ได้เลย คิดว่าเขาจะเข้ามาทำร้ายเรา จะตำหนิเราตลอด แต่พอเราเริ่มต้นใหม่ถึงรู้ว่าชีวิตมีค่ามีความหมายมาก ถึงได้ขอบคุณพระเจ้าจริง ๆ ที่ผมได้กลับมาเริ่มต้นใหม่และมีชีวิต สามารถกลับมามีลมหายใจและได้รับของขวัญที่เป็นน้องยาดาห์

มีโอกาสสวีตกับภรรยาบ้างไหมตั้งแต่มีลูก ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ลดลงจริง ๆ ครับ ชีวิตมันเปลี่ยนไปในทางที่ดีนะครับ เราอาจไม่ได้ออกไป 2 คนเหมือนเดิม ไปต่างจังหวัดก็น้อยมาก นอกจาก 3-4 เดือนที่เขาเริ่มนั่งคาร์ซีตได้แข็งแล้วถึงออกไป ก็น้อยลงจริง ๆ แต่ก็ทดแทนด้วยเรื่องอื่น ๆ

มีไหมออกไปสวีตกันเองสองคนแต่ไม่รอด ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : มีครับ เราตั้งใจฝากคุณยายไว้ แต่สุดท้ายก็ต้องรีบกลับมา ตอนนี้กลายเป็นว่าชีวิตปัจจุบันของเราคือเสร็จงานกลับบ้าน ผมคิดว่าครอบครัวก็เป็นประมาณนี้แหละ แต่ก็แปลกนะ เมื่อก่อนเราจับมือกันสองคน ตอนนี้เราจับรถเข็นด้วยกัน (หัวเราะ) ก็เปลี่ยนไป

คุณภรรยากำลังจะเตรียมตัวไปบิน ?

          เต๊ะ ศตวรรษ : ใช่ครับ เรามีแผนมีน้องคนที่สอง แต่ประเด็นคือแจ็คกี้เขาเป็นแอร์ฯ เขาต้องเก็บชั่วโมงให้ได้ ก็อาจไม่ใช่ปีสองปีนี้ ก็อาจต้องเว้นช่วงเหมือนกัน ผมก็คิดเหมือนกันว่าตอนนั้นผมจะไหวไหม (หัวเราะ) ผู้ชายหรือผู้หญิงก็แล้วแต่พระเจ้าเลย แล้วแต่ว่าจะให้น้องสาวหรือน้องชาย ยาดาห์ก็จะเป็นพี่ที่ดีเสมอ

          ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube Channel : Orange Mama

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เต๊ะ ศตวรรษ เปิดตัวลูกสาว น้องยาดาห์ รับลูกเปลี่ยนชีวิต จากเคยคิดนับถอยหลังวันตาย อัปเดตล่าสุด 10 กรกฎาคม 2567 เวลา 23:58:45 9,770 อ่าน
TOP