ภาพจาก Instagram plengasavahame
ภาพจาก Instagram plengasavahame
ความทุกข์ที่เกิดขึ้น มันปั่นสิ่งที่เราควบคมได้หรือไม่ ? แล้วถ้าเราควบคุมได้ เราสามารถทำอะไรให้ดีขึ้นกว่านี้ไหม ? ถ้าคำตอบคือเราทำดีที่สุดแล้ว..... เราก็ต้องยอมรับและปล่อยวางค่ะ (แต่บางเรื่องก็ใช้เวลามากกว่าเรื่องอื่น)
อีกคำถามหนึ่งที่เพลงมักจะจะถามตัวเองเสมอคือ is it worth my energy & time ? และเมื่อ reflect แล้ว, ได้ closure แล้ว ก็จะพยายามไม่วนคิดซ้ำอยู่ที่เดิม จะเอาเวลาไปทำอะไรที่ดีต่อสุขภาพจิตสุขภาพใจและร่างกายของตัวเองค่ะ เช่น ไปทำ hobby ที่ตัวเองชอบ อยู่กับสัตว์เลี้ยง อยู่กับครอบครัวหรือเพื่อนที่เรารัก"
ภาพจาก Instagram plengasavahame
สำหรับเพลงแล้ว ในการ move on เพลงมักจะ self-reflect ตัวเอง โดยแยก "emotion กับ "rationale/logic เพลงให้เวลากับตัวเองค่อนข้างมากในการ self-reflect ทั้งอารมณ์ ความรู้สึก และเหตุผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์
ในฝั่งของอารมณ์ เพลงเลือกที่จะปล่อยให้ตัวเองได้ "feel" อย่างเต็มที่ ไม่ suppress และไม่วิ่งหนีความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเสียใจ โกรธ bitter หรือแม้แต่ความสุข แต่เพลงเชื่อว่าหากเราอยาก move on เราต้อง heal จากสิ่งสิ่งนั้น และถ้าอยาก heal เราจำเป็นต้อง live through emotion นั้นให้ได้ หลายคนไม่ชอบความรู้สึกทุกข์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าเราไม่เปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้รู้สึก วันหนึ่งความรู้สึกเหลำนั้นก็อาจไปปะทุในรูปแบบอื่นแทน
เรื่องของเวลา ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันควรจะสั้นหรือยาวแค่ไหน แต่วันที่เราหันกลับมารักตัวเองได้อย่างเต็มตัว เราควรจะให้เวลากับเรื่องนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน ในส่วนของ rationole และ logic เป็นช่วงเวลาที่เพลงมัก reflect ความคิดกับตัวเอง กับ safe zone รวมถึงกับ therapist เพลงรู้สึกว่าการได้เข้าใจทั้งตัวเองและคนที่เราเคยมีความสัมพันธ์ด้วย ช่วยให้เข้าใจและ move on ได้ง่ายขึ้นมาก เพราะหลาย ๆ การกระท่ามักมีรากมาจาก childhood upbringing, trauma, personality และ volues ของแต่ละคน
การยอมรับในความเป็นตัวเราและความเป็นตัวเขาเป็นสิ่งสำคัญมาก สิ่งที่เพลงให้ความสำคัญที่สุดคือการหันกลับมามอง values และ ethics/ morales ของทั้งเราและเขาอย่างตรงไปตรงมา หากสิ่งเหล่านี้ไม่ตรงกันอีกต่อไป การเดินไปด้วยกันก็จะยากขึ้น เพราะนับวันเราจะ grow apart มากกว่า grow together เราไม่ควรเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรืออดทนจนต้อง lower standard ของตัวเอง รวมถึงไม่ควรหาเหตุผลมา support การกระทำที่ทำร้ายเรา ลองถามตัวเองว่าเราคู่ควรกับอะไร ? สิ่งไหนที่เราต้องการ ?
รัก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรักตัวเอง (อย่าคาดหวังให้ใครมาเติมเต็มสิ่งนั้นให้กับเรา) วันที่เรารักตัวเองอย่างถูกวิธี (ไม่เบียดเบียนใคร) และให้เกียรติตัวเองมากพอ เราจะรู้ว่าเราคู่ควรกับอะไร ในขณะเดียวกันเราก็จะ set boundaries of how we are to be treated
ส่วนตัวเพลงรู้สึกว่าเรายังสามารถ เก็บความรักและความทรงจำ ที่สวยงามของความสัมพันธ์นั้น ไว้ในใจเราได้ แม้ต้อง เดินออกมา เพราะเชื่อว่าทุกความสัมพันธ์มีเรื่องราวดี ๆ และทุกความรักจะมีบทเรียนที่สอนเราเสมอ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังอยู่ในช่วง healing นะคะ"
ภาพจาก Instagram plengasavahame
ภาพจาก Instagram plengasavahame
ภาพจาก Instagram plengasavahame
ภาพจาก Instagram plengasavahame






