ต้นแขนใหญ่เป็นปัญหาของคนลดน้ำหนัก เพราะลดต้นแขนยากที่สุด ถ้ามีปัญหาแขนใหญ่ต้องทำยังไง ออกกำลังกายแบบไหน เพื่อให้แขนดูเรียวเล็ก
ปัญหา "แขนใหญ่" เป็นเรื่องชวนปวดหัวอันดับต้น ๆ ของใครหลายคนเลยใช่ไหมคะ ? จะใส่เสื้อแขนกุดทีไรก็ขาดความมั่นใจ หรือเวลาโบกมือบ๊ายบายทีไร ต้นแขนก็สั่นตามไปด้วย เรามาทำความเข้าใจกันดีกว่าว่าทำไมต้นแขนใหญ่ถึงลดยากกว่าส่วนอื่น และเราจะมีวิธีลดต้นแขนอย่างถาวรได้ยังไงแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ
ทำไมแขนถึงเป็นอวัยวะที่ลดยากที่สุด ?
หลายคนอาจจะรู้สึกว่า พอน้ำหนักลง พุงก็ยุบ หน้าก็ตอบ แต่ทำไมแขนยังใหญ่เหมือนเดิม สาเหตุหลัก ๆ มาจากปัจจัยเหล่านี้ค่ะ
- พันธุกรรมและโครงสร้างร่างกาย : ร่างกายของแต่ละคนมี "ตู้เซฟ" เก็บไขมันต่างกัน บางคนสะสมที่สะโพก บางคนลงพุง และหลายคนแจ็กพอตลงที่ต้นแขน ซึ่งจุดที่ร่างกายเลือกสะสมเป็นที่แรกมักจะเป็นจุดสุดท้ายที่ยอมปล่อยไขมันออกมาเสมอ
- ความเข้าใจผิดเรื่องการ "ลดเฉพาะส่วน" : นี่คือกับดักที่ใหญ่ที่สุด หลายคนพยายามดัมเบลยกแขนเป็นร้อยครั้งเพื่อหวังให้ไขมันแขนหายไป แต่ในความเป็นจริงร่างกายเราไม่สามารถเลือกเบิร์นไขมันแค่จุดใดจุดหนึ่งได้ การออกกำลังเฉพาะส่วนช่วยแค่สร้างกล้ามเนื้อ แต่ถ้ายังมีชั้นไขมันพอกอยู่ แขนก็อาจจะดูใหญ่กว่าเดิม เพราะกล้ามเนื้อไปดันไขมันขึ้นมานั่นเอง
- ฮอร์โมน : ความไม่สมดุลของฮอร์โมนบางชนิด เช่น อินซูลิน หรือฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) มีส่วนทำให้ร่างกายสะสมไขมันตามส่วนต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงบริเวณต้นแขนด้วย
- กล้ามเนื้อไม่กระชับ : เมื่อเราไม่ได้ใช้งานกล้ามเนื้อแขน (โดยเฉพาะหลังแขนหรือ Triceps) นาน ๆ กล้ามเนื้อจะฝ่อตัวลง ทำให้ผิวหนังที่หุ้มอยู่ดูหย่อนคล้อยและดูใหญ่กว่าความเป็นจริง
วิธีลดต้นแขนที่เห็นผลต้องทำยังไง
การจะลดแขนให้เรียวสวยต้องใช้กลยุทธ์แบบ "สองประสาน" คือการลดไขมันทั้งตัวควบคู่ไปกับการปั้นกล้ามเนื้อค่ะ
- การกินต้องมาก่อน : ต่อให้ยกน้ำหนักหนักแค่ไหน แต่ถ้ายังกินมากกว่าที่ใช้ ไขมันก็ไม่หายไปค่ะ ลองเริ่มจากลดของหวาน น้ำชง และของทอด แล้วหันมากินโปรตีนให้ถึง เพื่อช่วยรักษาและสร้างกล้ามเนื้อที่จะมาแทนที่ไขมัน
- คาร์ดิโอเพื่อเผาผลาญ : การเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที จะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันสะสมออกมาใช้ เมื่อไขมันรวมในร่างกายลดลง แขนก็จะเล็กลงตามไปด้วย
- เน้นบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน (Triceps) : จุดที่ทำให้แขนดูย้วยที่สุดคือหลังแขน ลองท่า Tricep Dips (ใช้เก้าอี้ช่วยยันตัวขึ้น-ลง) หรือท่า Overhead Dumbbell Extension (ถือดัมเบลยกขึ้นเหนือหัวแล้วพับแขนไปด้านหลัง) ท่าเหล่านี้จะช่วยให้แขนดูเฟิร์ม ไม่ย้วยเวลาโบกมือ
- อย่าลืมบริหารไหล่และหน้าแขน : การมีหัวไหล่ที่คมชัดจะช่วยหลอกตาให้แขนเราดูเรียวและสมส่วนมากขึ้น ลองเล่นท่า Lateral Raise (กางแขนออกข้างลำตัว) ควบคู่ไปด้วยจะดีมาก
- เวตเทรนนิ่งทั่วร่าง : การเล่นกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ เช่น ขา หรือหลัง จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ดีกว่าการเล่นแค่แขนอย่างเดียว ซึ่งส่งผลทางอ้อมให้ไขมันที่แขนลดลงไวขึ้น
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคนต้องการลดต้นแขน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ : น้ำช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้ผิวพรรณดูเต่งตึง ไม่เหี่ยวหย่อนหลังจากไขมันลดลง
- พักผ่อนให้พอ : การนอนน้อยทำให้ฮอร์โมนความเครียดพุ่งสูง ซึ่งเป็นตัวการสะสมไขมันที่ลดยาก
- ความสม่ำเสมอคือหัวใจ : แขนไม่ได้ใหญ่ขึ้นในวันเดียว ดังนั้น มันก็ไม่เล็กลงใน 3 วันเช่นกัน ให้เวลาร่างกายอย่างน้อย 8-12 สัปดาห์ แล้วจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
- เช็กท่าทาง (Posture) : บางครั้งการห่อไหล่หรือบุคลิกภาพที่ไม่ดีก็ทำให้แขนดูหนาและล่ำกว่าความเป็นจริง ลองปรับการยืนและการนั่งให้หลังตรง อกผาย จะช่วยให้ช่วงบนดูโปร่งขึ้นทันที
การลดต้นแขนไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจว่า "เราลดเฉพาะส่วนไม่ได้ แต่เราปั้นเฉพาะส่วนได้" หัวใจสำคัญคือการคุมอาหารเพื่อลดไขมันรวมทั้งร่างกาย และออกกำลังกายแบบแรงต้านเพื่อสร้างกล้ามเนื้อแขนให้กระชับ เมื่อทำสองอย่างนี้ไปพร้อมกัน แขนเรียวสวยที่คุณฝันไว้ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน






