ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ตอนที่จะมีความรักครั้งแรกเราก็รู้สึกว่ามันเป็นความสับสนมากเลย ว่าเราอยากได้อะไรเราไม่อยากได้อะไร ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอะไรดี คือความที่ดีมันคิดไว้ในหัว แล้วอะไรที่ไม่ดีเราก็เห็นจากพ่อแม่ ของใหม่มันมีความสับสนมากเลยนะ ตอนเริ่มที่จะรักคิดว่าคบไปงั้น ๆ แหละ แต่พอรักไปแล้วทุ่มสุดตัวมากเลย จนไม่เห็นค่าตัวเอง แล้วก็ลืมตัวเองไปเลย ความรักมันสำคัญมากมันยิ่งใหญ่มากเลยฉันทุ่มไปทุกสิ่งทุกอย่าง ทำไมเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้
แต่ตอนใหม่มาเจอเขา ใหม่ก็ยังไม่ได้แก้บทเรียนเลยนะ ใหม่ทุ่มสุดตัว จะว่าเป็นวัยเด็กไหม มันเป็นปมสำคัญเลยนะ เหมือนพอมันมีความรักเราอยากได้ความรัก มันสำคัญมากเลยจนฉันยอมทุ่มเททุกอย่าง โดยเฉพาะตอนนั้นแต่งงานแล้ว คบกัน 6 เดือนแต่งงานแล้ว แล้วก็ทุ่มมาขนาดนี้แล้ว ตายเป็นตายอย่างนั้นเลย
ถ้าเขาไม่หยุดไม่เลิกเราก็ตายพร้อมกับมันเลย เพราะว่าตอนนั้นมันเป็นเขาใช้เราใช้ เพราะว่ามันเป็นเหมือนกับว่าถ้าเราไม่สามารถพูดให้เขาหยุดได้ เพราะว่าทุกคนทำมาหมดแล้ว เราจะไม่เดินทางเดิม ๆ ที่แฟนทุกคนทำมาแล้วเขาไม่หยุด ดังนั้นเขาบอกเขารักเราก็เลยเอาตัวเราให้เขา ถ้าเขาอยากให้ชีวิตเราดี เขาต้องทำให้มันดี มันขึ้นอยู่กับเขา ดังนั้นเขาใช้ 1 หนูใช้ 2 เขาใช้ 2 หนูใช้ 3 เขาเดินไปใช้เมื่อไหร่ หนูเดินไปใช้ด้วย
เป็นปีเลยไหม ?
คุณเคยเฉียดตายไหม ?
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ก็ overdose ไง
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : คือรัก overdose ตรงที่ใหม่ overdose นั่นแหละ ทำให้พี่เปลี่ยนทิศ วันที่เห็นใหม่ชัก
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เขาได้เห็นใหม่ตั้งแต่ใหม่ยังไม่ได้ใช้ เริ่มรักกันเขาจีบเรา เราสดใสเป็นดอกไม้บาน พอเรามาอยู่กับเขาเราเริ่มใช้มันกลายเป็นดอกไม้จะตาย แล้วได้ตายเขาได้เห็นทั้งหมด มันเหมือนเขาได้เห็นวงจรผ่านตัวเรา
มีเรื่องไหนที่อยากให้คนรักพยายามกว่านี้ไหม ?
ถ้าวันนี้ต้องจากกันอยากจากเป็นหรือจากตาย ?
วู้ดดี้ : อยากจากตาย เพราะคำจากตายของผม หมายถึงว่าผมได้เห็นคุณจากไป แล้วก็ตายต่อหน้า ผม ไม่ได้อยากจะแยกกันในชีวิตนี้แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แล้วก็เป็นมนุษย์เป็นคนแล้วก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน (ร้องไห้) ก็เลยคิดว่าคงอยากจากแล้วก็ได้เห็นยูไป จะได้รู้ว่ายูไปออกจากร่างนี้แล้ว แล้วมันทำให้ไอรู้สึกมันสมบูรณ์แบบแล้วมันก็สิ้นสุด
แต่ถ้าเกิดจากเป็นแล้วมันเหมือนยังอยู่ในโลกนี้แล้วไอไม่ได้คุยกับยู รู้สึกว่าจะทุกข์มากเลย บางทีเราว่าหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนชีวิตพอมันได้เจอคำถามเซตแบบนี้พี่ต๊อบ มันทำให้รู้สึกมันเบา แค่นี้เอง แล้วมันเป็นการยืนยันกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าหลาย ๆ คู่บางทีเราไม่ได้คุยกัน หรือฟังเรื่องแบบนี้
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จากเป็นไม่ไหวหรอก เพราะว่าคงจะต้องไปส่องชีวิตเขาว่าอยู่กับใคร ห้ามมีคนอื่นเลิกกับเราไป เราหวงนึกออกไหม แต่ว่าต้องไปส่องชีวิตเขา การจากตายอย่างน้อย ๆ ก็รู้ว่าลุกออกจากร่างนี้ ก็ไปยืนรอมารับเขา เพราะว่าพี่คงเสนอตัวเป็นคนมารับเขาอยู่แล้ว ตอนที่เขากำลังจะจากไปนะ เพราะว่าตอนที่กำลังจะจากไปยังไงทุกคนก็จะกลัว
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : แต่ถ้าใหม่ตายก่อน ใหม่จะไม่ไปไหม จะยืนอยู่ข้าง ๆ ใหม่จะเป็นแบบนางฟ้า
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : อย่านะที่รักอันนี้มุกพี่ ที่พี่บอกไงว่าถ้าเกิดว่าพี่ตายก่อนนะ พี่ตายก่อนใหม่ยังอยู่แล้วใหม่มีแฟนใหม่ พี่จะทำยังไงพี่ก็สิงร่างแฟนใหม่ ยังไงก็หนีฉันไม่รอด (หัวเราะ)
ถ้าเกิดมีผู้หญิงคนหนึ่งสวยเดินมา เรา Express ไม่ได้เหรอว่าสวย ?
แล้วคุณพูดได้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้สวย ?
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : ใหม่พูดได้ เพราะใหม่ไม่ได้คิดอะไร
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : พี่ก็ไม่ได้คิดอะไร แค่บอกสวยแค่นี้ (หัวเราะ)
การบอกรักจำเป็นสำหรับชีวิตคู่แค่ไหน ?
โอ๊ต : ภาษารักโอ๊ตไม่ใช่การพูด ไม่ใช่การแสดงความรักผ่านการใช้คำพูด ไม่ใช่การบอกรัก ก็เลยรู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่สำคัญมากเท่าการที่อยู่ตรงนั้น แล้วก็เหมือนทำอะไรให้เราเป็นแบบภาษารักโอ๊ตชัดเจน การบริการหรือการทำให้มันไม่ใช่คำพูด แต่โอ๊ตรู้ว่าสำหรับคุณมันคือสิ่งนี้เลย มันคือคำพูดมันคือการบอกรัก ก็เลยทำให้เข้าใจว่ามันไม่ใช่ของเราแต่ว่ามันสิ่งที่เราต้องทำ การบอกรักไม่ได้จำเป็นสำหรับโอ๊ต แต่ว่ารู้ว่าโอ๊ตต้องทำเพราะว่ามันจำเป็นสำหรับคนที่เรารัก
วู้ดดี้ : เคยคิดนะว่าทำไมเขาไม่บอกรักเราเหมือนที่เราบอกรักเขา ผมสามารถพูดรักนะได้พร่ำเพรื่อมากเลยทั้งวัน รู้ไหมว่าผมรักคุณ รู้ไหมว่าผมรักจนวันหนึ่งก็เขาไม่พูดเลย หรือว่าเราต้องไม่พูด แล้วรู้สึกผิดว่าพูดเยอะเกินไป จนกระทั่งก็มานั่งคุยกันเรื่องภาษารัก ที่มี 5 แบบด้วยกัน เขาบอกว่าของเขาก็คือเป็น Acts of Service (การแสดงความรักผ่านการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ )
โอ๊ต : คือช่วยดูแล ช่วยจัดการ ช่วยโดยการทำโน่นทำนี่ให้อะไรอย่างนี้ แล้วก็บางทีก็ทำไมไม่ทำอะไรให้เราเลย ก็รู้ว่ามันก็ไม่ใช่ภาษาเขา
วู้ดดี้ : 5 ภาษารักประกอบไปด้วย 1 การสัมผัส อันที่ 2 ก็คือการให้ของขวัญ อันที่ 3 ก็คือ Words of affirmation ก็คือภาษารัก
เป็นคนพูดบ้างไหม ทำด้วยพูดด้วยไหม หรือทำอย่างเดียว ?
ถ้าพูดแล้วมันรู้สึกยังไง ?
โอ๊ต : เขิน ๆ นิดหนึ่ง ไม่ใช่เขินเพราะว่าเหมือนแบบเด็ก ถ้ามันไม่ได้อยู่ในโอกาสที่เหมาะสมที่จะพูดว่ามันรู้สึกจริง ๆ ว่าวันนี้อยากพูดนะ ไออยากจะขอบคุณ จะไม่พูดพร่ำเพรื่อ
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : แต่จริง ๆ แล้วก่อนที่เราจะพูดบอกใคร ว่าสมมติเราพูดถึงเรื่องของพลังงานอยู่นะ ว่าเราจะบอกใครสักคนว่าเรารักเขา เราต้องพูดออกมาจากใจ นั่นก็คือการการปลุกตรงนี้ให้ตื่นก่อน ด้วยวิธีไหนก็ตามนะ ด้วยโทนนิ่ง ด้วยลมหายใจด้วยอะไรก็ตาม direct energy มาไว้ตรงนี้ เสร็จแล้วบอกว่าผมรักคุณ มันไม่เหมือนกันกับ ผมรักคุณ ๆ คนที่รับก็รู้สึกไม่เหมือนกัน
เมื่อก่อนพี่ก็นึกว่าต้องให้ ต้องเป็นการให้อะไรสักอย่างก็ไม่รู้แต่ทีนี้ก็ไปติดอีก เพราะคำว่าให้กับคนที่คนรับ ให้ความรักด้วยการให้ทำโน่นทำนี่ให้ แต่คนที่เขารับเขาไม่รู้ แล้วสิ่งที่ให้เรานึกว่าอันนี้ สำหรับเราแล้วทำอาหารให้ เราบอกว่าทำอาหารให้ เป็นความรักเราถึงทำให้ แต่คนที่รับเขาก็ไม่ได้คิดว่าการทำอาหารให้คือเป็นการให้ความรักเขาก็ไม่รู้ แล้วเขาก็นึกว่าเขาไม่ได้รับ ในระหว่างที่เราก็คาดหวังว่าทำไมเราทำแล้วเขาไม่ appreciate แต่เขาไม่รู้นี่ว่ามันรัก
หลัง ๆ ก็เลยใช้วิธีการพูดดีกว่า แล้วก็พูดใหม่ว่า "ที่รักเค้ารักนะ" หรือไม่ก็การจับโดยไม่ได้มีเรื่องทางเพศอะไรเข้ามาเกี่ยว ก็แค่จับเพื่อที่จะให้เขารับรู้เฉย ๆ แล้วก็ "รักนะ" แต่พี่ก็เรียนรู้ที่จะพูดคำว่ารักนะ เมื่อก่อนนี้พี่ก็พูดไม่เป็น พูดแล้วไม่สบายตัว เพราะว่าคนที่เคยพูดกับพี่ พี่รู้ว่ามันไม่ใช่ สมัยก่อนการกระทำเขาไม่ได้เหมือนที่พูดว่าง่าย ๆ ทำไม่ได้เหมือนที่พูด แต่เขาบอกว่ารักนะ ๆ แต่เขาก็ทิ้งเรา บอกรักนะ ๆ แต่เขาก็เอาไปทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ แล้วไม่มารับอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก พอคนบอกว่ารักนะก็จะโอเคได้
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : สมมุติว่าพี่โอ๊ตตั้งใจทำของสิ่งนี้ให้พี่วู้ดดี้ตามปกติด้วยความรัก พอทำปุ๊บพูดเลยได้ไหม เพราะมันไปพร้อมกันว่ารักนะ มันจะได้เป็นธรรมชาติเขาจะได้รู้ว่าเราทำสิ่งนี้เพราะรักเราเหรอ มันก็ชัด
วู้ดดี้ : สรุปว่าก็อย่างที่ 4 ก็จะเป็นเรื่อง Acts of Service หรือว่าการดูแล แล้วอันที่ 5 คือการให้เวลา
อยากมีลูกมีครอบครัวมีสัตว์เลี้ยงไหม ?
เขาให้ความรักกับเรายังไงบ้าง ?
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จริง ๆ แล้วทาสแมวพี่เพิ่งเข้าใจไม่นานนี้ มันสั่งพี่ได้ทุกอย่างเลย พอมันมองตามานี่ปุ๊บ มาที่พี่ปุ๊บกระเป๋าทุกอย่างวางหมดเลย เดิน ๆ ไปที่บ้านเห็นแมวนอนอยู่ เขาเรียกว่าเป็นมุมแมว แล้วพอวันไหนคิดมากก็จะแวะไปตามมุมแมว แล้วเล่นกับแมว แล้วก็ให้พลังงานทั้งหมดแล้วดูว่า body language เขาเป็นยังไง เขามีความสุขไหม แล้วให้สมองมันพักก่อน Limbic brain เนี่ยพักก่อน หยุดพูดสักแป๊บหนึ่ง แล้วก็อยู่กับสัตว์เลี้ยง เขาก็เยียวยาเรา
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : แล้วมันทำให้เรามีบทบาทของพ่อและแม่ พ่อและแม่ที่จะแชร์กิจกรรมกัน เธอเอาไปสิ เธอเอาไปหน่อย เธอไปหวีขน เธอไปล้างตูด เธอไปตัดสิ แล้วมันมีกิจกรรมที่เรารักในสิ่งใดสิ่งหนึ่งร่วมกัน เขาดีสุขภาพดีเรามีความสุขด้วยกัน เวลาเขาป่วยเราทุกข์ด้วยกัน เขาจะเป็นตัวที่เก็บความทรงจำของพวกเราไว้ เขาจะเป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา เป็นลูกเรานั่นแหละ
อะไรคือสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้คุณยิ้มได้เสมอ ?
ครั้งแรกรู้สึกปิ๊งเลยไหม ?
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : หนูยัง เขามาพูดใหม่ก็ยังไม่เชื่อ จีบ ปากหวาน เขาก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าจริง ๆ
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : พี่ปิ๊งเลย อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ยิ้มได้เสมอเลย ก็คือความหวังที่เราจะไปมีครอบครัวอยู่ด้วยกัน ในบ้านป่าน้ำใสของเรา
ความหวังหมายความว่าอะไรเพราะคุณก็เป็นครอบครัวแล้ว ?
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : ถึงเวลาเรา 60 แล้วนะ เราก็อยากจะออกไปมีบ้านเรา ขอบเขตของเรา ที่บ้านหลังนี้เป็นที่ปลอดภัย ที่ร้องไห้ก็ได้ หัวเราะก็ได้ เรียนรู้การฟังกัน เรียนรู้การอยู่เพื่อกันและกัน ทำทั้ง 5 อย่างเมื่อกี้นี้ที่วู้ดดี้บอกให้สมบูรณ์พร้อม เป็นพื้นที่ๆ เพื่อน ๆ อยากมาเพราะมาแล้วมีความสุข พูดอะไรก็ได้ ร้องไห้เพื่อนก็ไม่ว่า จะหัวเราะเพื่อนก็ไม่ว่า มาทั้งอกหัก อยากจะเป็นบ้านแบบนั้น
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : คือเราจะสร้างอาณาจักรของเราที่นั่นด้วย อาณาจักรนี่หมายความว่าไม่ได้อาณาจักรใหญ่มากหรืออะไร แต่มันเป็นอาณาจักรในใจ เราจะเอาขันธ์รักษาของเราไปไว้ที่นั่น เราอยากจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คนพัฒนาจิตใจตัวเองทำทั้งสติ สมาธิ ปัญญา ให้มันเกิด และพ้นจากทุกข์ แล้วอยู่ท่ามกลางของน้ำและป่า เราอยากมีพื้นที่แบบนั้น พื้นที่ของเราที่มันเป็นทั้งความฝันเป็นทั้งความหวัง ที่มันไม่ใช่แค่เรา ที่ๆ เราจะเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นได้อีก
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : ห้องบำบัดที่เราเห็น มองออกไปยังไงในสายตาของพี่ ก็เห็นน้ำเห็นต้นไม้นึกออกไหม ได้ยินเสียงลมที่มันมาพัดโดนใบไม้กระทบกัน แล้วก็มีผีเสื้ออยู่ทุกที่ มันต้องเป็นอย่างนั้น ที่คนมาอยู่กับพี่ทั้งวัน หรือไม่บางทีอาจจะพักกับพี่คืนนั้นแล้วกลับออกไปรู้สึกเหมือนกับว่าเขามีแนวทางในการก้าวไป ใช้ชีวิตอย่างมีสติสมาธิและปัญญามากขึ้น
พี่เลิกดื่มเหล้านานรึยัง ?
เลิกเหล้าแล้วเราเลิกความแพรวพราวด้วยไหม ?
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เลิกทุกอย่างค่ะ เลิกทุกอย่างแล้ว แล้วหันมาเป็นใหม่
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จีบใหม่ทุกวัน
โอ๊ตจีบวู้ดดี้ทุกวันรึเปล่า ?
ป๋าต๊อบเป็นคนหัวโบราณแแล้วถือตัว ?
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เป็นคนหัวโบราณแแล้วถือตัวมาก ดูเหมือนเขาแบบเรียกว่าแรดใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วเลือกคนมาก เรื่องก็เยอะ พลังงานก็ต้องใช่ แบบจู้จี้จุกจิกแล้วใครจะมาจับตัวมากอด หวงตัวสุด ๆ
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : นี่แก้ข่าวทั้งหมดในชีวิตพี่หมดเลยนะ กับความที่พี่แรดกับความที่พี่เจ้าชู้แล้วก็เลือกผู้หญิงก็ไม่เคยเลือกอะไรอย่างนี้ แสดงว่าพี่เป็นคนเลือกใช่ไหมค่ะ
ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ : เลือกค่ะ เลือกเยอะด้วยก่อนหน้านั้น ก่อนที่พี่จะเลิกสิ่งเสพติดใหม่ไม่รู้จักพี่ แต่ตอนนี้พี่เลือกเยอะมาก
ป๋าต๊อบ ปฏิญญา : จริง ๆ แล้วเป็นคนหวงตัว ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันน่าจะเป็นปม อันนี้คือปมเด็กเป็นเรื่องซีเรียสเลยนะถ้าถามเรื่องนี้ เพราะว่ามันเป็นปมตั้งแต่วัยเด็กที่ขาดการอุ้มชู ขาดการเลี้ยงดู ขาดความอบอุ่น การกอด ขาดการยอมรับ





