เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ อดีตภรรยา สุรชัย สมบัติเจริญ พูดความจริงที่เก็บไว้กว่า 47 ปี แฉร้อยร้าวก่อนหน้าหย่าร้าง ขอปกป้องจิตใจลูก ๆ
ภาพจาก ช่อง one31
วันที่ 15 มีนาคม 2569 เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ อดีตภรรยา สุรชัย สมบัติเจริญ เปิดใจหลังออกรายการกับลูก ๆ ทั้ง 4 คน ถึงเรื่องที่อดีตสามีออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่าที่ผ่านมานั้นคือภาระและหน้าที่ จนลูก ๆ ต่างรู้สึกเสียใจ
แม่เจี๊ยบเผยว่า ตนเคยรู้เรื่องเขากับฝ่ายหญิงคนนี้มาก่อน ตอนนั้นแม่มีลูก 3 คนแล้ว และมีผู้ชายชาวต่างชาติโทร. มา บอกว่าอยากแฉนักร้องดังที่มาเป็นชู้กับภรรยาของเขา จึงได้รู้เรื่องว่าเขามีผู้หญิงคนนี้อยู่ ตอนนั้นก็มีเรื่องกัน ทางผู้ชายก็ให้ผู้หญิงฟ้องหย่านักร้อง ต่อมาเขากับผู้หญิงน่าจะทะเลาะกันหนัก จนวันหนึ่งเขาก็ชวนแม่ไปจดทะเบียน ทุกอย่างเหมือนจะกลับมาดีเป็นปกติ
จนกระทั่งผ่านไปหลายปี เขาพาผู้หญิงคนนั้นมางานศพอาที่ไทย ซึ่งก่อนหน้านี้อดีตสามีพยายามโน้มน้าวไม่ให้พวกตนไปงานนั้น จนมาเห็นในสื่อว่ามีผู้หญิงอื่นอยู่ข้าง ๆ สามี หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เปิดตัวกัน ทั้งที่ยังจดทะเบียนกับตนอยู่
สาเหตุที่ไม่ได้ถามสามีเรื่องนี้ เพราะตลอดชีวิตแต่งงานมาก็มีเหตุการณ์ทำนองนี้มาเรื่อย ๆ ทั้งมีจดหมาย หรือมีคนมาหาหน้าบ้าน บางคนก็มานั่งอยู่ที่โซฟาในบ้าน ครั้งนี้จึงไม่ได้ถาม ตนดูจนให้แน่ใจว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งฝ่ายสามีของผู้หญิงก็มีหลักฐานส่งมาให้ดู
ประเด็นที่ว่าสามีจดทะเบียนกับผู้หญิงอีกคนนานหรือยัง ตนเองไม่ทราบ ทราบเพียงว่าปัจจุบันเขาเพิ่งหย่ากับตนไป 2 ปี เรื่องว่าใครเป็นภรรยาก่อนกัน จำได้ว่าตอนนั้นตนเองมีลูก 3 คนแล้ว สามีจึงเริ่มไปที่สหรัฐฯ ช่วงนั้นเขาน่าจะยังไม่มีวีซ่าที่นั่นด้วยซ้ำ
หลังจากที่ตนรู้เรื่องที่เขาถูกผู้หญิงฟ้องหย่า ตนก็บอกเรื่องนี้กับเขา ซึ่งเขาก็นิ่งไป คาดว่าคงไปจัดการเรื่องนี้ของเขา แล้วชีวิตหลังจากนั้นก็เป็นปกติ เหมือนช่วงหลังพายุฝน ชีวิตก็เหมือนที่ผ่านมา
ภาพจาก ช่อง one31
ส่วนสาเหตุที่เลือกจะไม่ทำอะไร เพราะช่วงนั้นกลัวว่าลูกจะเครียด กลัวลูก ๆ โตไปแล้วจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา อยากให้ลูกโตมาแล้วยังมีหัวใจที่สมบูรณ์ ส่วนใครจะเป็นอย่างไร ก็คงเป็นแบบนั้น เราคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้
กรณีที่สามีขอฟ้องหย่า ยอมรับว่าไม่เคยมีสัญญาณมาก่อนเลย ซึ่งตนมองว่าอย่างน้อยหากมาพูดกันตรง ๆ ก็คงจะจบกันด้วยดีกว่านี้ เรื่องที่สามียืนยันว่าจะฟ้องหย่า ตนก็ไม่ว่าอะไร ในเมื่อเลือกทางของเขาแล้วก็ไปเถอะ แต่ขอเพียงให้บอกให้ชัดว่าเหตุผลในการหย่าคืออะไร เพราะที่อ้างว่าตนเป็นฝ่ายทิ้งร้างคงไม่ใช่ ทำให้เขาไม่สามารถฟ้องหย่าได้
ซึ่งตนเป็นฝ่ายที่บอกว่า หากอยากไปก็เดี๋ยวตนจะฟ้องหย่าให้เอง และเขาก็ยอมรับต่อศาลว่าได้ไปอยู่กับผู้หญิงอื่นจริง จึงได้หย่ากัน หลังจากนั้นตนก็ไม่ได้ติดตามเรื่องของเขาอีก เพราะเราทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดแล้ว และก็ไม่ได้คิดจะฟ้องชู้ด้วย ทั้งที่สามีสารภาพเองต่อศาล
สาเหตุที่เลือกจะอยู่กับเขามาตลอดในช่วงที่ผ่านมา เพราะเชื่อว่ามุมมองของผู้หญิงที่มีสามีแล้ว เขาก็คือครอบครัว เราต้องดูแล ปกป้อง ช่วยเหลือ และซัพพอร์ตเขา อะไรก็ตามที่เขาสบายใจเราก็ยินดี ทุกวันนี้ก็ไม่เคยเสียใจ เพราะเราทำเต็มที่แล้ว ไม่ว่ามันจะจบอย่างไรก็ตาม และสิ่งที่แม่ภูมิใจที่สุดคือลูก ๆ ทุกคน
ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจออกมาพูดครั้งแรกในรอบ 47 ปี เพราะตนเป็นแม่ และต้องมาเห็นลูก ๆ เสียใจจากเรื่องของพ่อ ตนจึงต้องเล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมา ซึ่งตนไม่เคยคิดจะออกสื่อหรือเป็นที่รู้จักของผู้คน ตอนนี้ไม่มีอะไรอยากบอกถึงเขาอีกแล้วตั้งแต่หย่ากัน และทุกวันนี้ตนเองก็มีความสุขดีแล้ว





