ภาพจาก โหนกระแส
โดย สุรชัย สมบัติเจริญ เปิดใจผ่านวิดีโอคอลว่า
- ข้อเท็จจริงคือ ตนกับไดอาน่าคบหากันนานกว่า 40 ปี ตั้งแต่ปี 2526 และจดทะเบียนสมสกันในปีนั้น ตนกับไดอาน่ายังติดต่อกันทุกวัน จนมาเจออดีตภรรยา ซึ่งขอให้ตนจดทะเบียนสมรสในไทยเมื่อปี 2552
- ยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนกับเจี๊ยบเข้ากันไม่ได้ ตนจึงฟ้องหย่าเมื่อปี 2566 กระทั่งมีคำสั่งศาลให้หย่าเรียบร้อยเดือนตุลาคม 2567
- ย้ำว่าทำหน้าที่พ่อกับสามีอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน ไม่ได้หนีไปมีชู้อย่างที่ลูกชายกล่าวหา
- ที่รับไม่ได้คือ เขาหาว่าตนเป็นหมาที่อาศัยอยู่ในบ้าน ควรเอาน้ำร้อนมาราดดีหรือม่ ตนหมดหน้าที่เลี้ยงเขามาจนโต ก็ไม่ได้อยากเอาเรื่องเอาราว อยากให้เขาเดินน้าทำงานต่อไปได้
- ส่วนที่อดีตภรรยาพูดให้ร้ายตนกับไดอาน่า อยากให้เขาออกมารับผิดชอบและขอโทษกับคำพูดในรายการ หากไม่ขอโทษ ตนจะนำคลิปสำคัญที่อดีตภรรยาทำไว้มาเผยแพร่ให้สื่อ จะมอบผ่านทนายรณรงค์เพียงคนเดียว
- หากเคลียร์งานทางนี้เรียบร้อย คาดว่าจะกลับประเทศไทยเดือนพฤษภาคม และจำดำเนินการเรื่องที่คั่งค้างทุกอยางให้เรียบร้อย
- ฝากถึงเกรียนคีย์บอร์ดที่ชอบเมนต์ด่าว่า ตนไม่ติดใจ เข้าใจเหตุผลของแต่ละคน ตนรับได้ แต่ขออย่างหนึ่งคืออย่าด่าบุพการีหรือพี่น้องของตน ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
จากนั้น สุรชัย ได้โชว์ลูกคอร้องเพลง ไดอาน่าที่รัก กับเพลง รักริงโง ให้ทนายและสื่อมวลชนฟัง ก่อนที่ไดอาน่าจะบรรจงหอมแก้มสามีอย่างหวานชื่น
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สมบัติเจริญ สุรชัยไดอาน่า
- พ.ศ. 2526 ดิฉันไดอาน่า สมบัติเจริญ ได้จดทะเบียนสมรสกับ สุรชัย สมบัติเจริญ และทำพิธีในโบสถ์คริส โดยชอบด้วยกฎหมาย
- หลังจากสมรสไม่นาน จึงทราบว่ามีผู้หญิงอีกคนหนึ่งอ้างว่าตั้งครรภ์กับสุรชัย แม้จะเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างมาก ดิฉันตัดสินใจอย่างมีสติและเสียสละ โดยขอให้เขากลับประเทศไทยเพื่อรับผิดชอบ
- แม้ว่าเขาจะเป็นรักแรกและดิฉันรักเขาอย่างลึกซึ้ง ดิฉันเลือกยึดมั่นในศักดิ์ศรีและความถูกต้องมากกว่าความสุขส่วนตัว
- ในขณะนั้น แม้แต่ครอบครัวของเขาเองก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นบิดาของเด็ก
- ดิฉันไม่ต้องการมีข้อพิพาทหรือความขัดแย้ง ดิฉันได้ขอหย่า แต่เขาไม่ยินยอม เนื่องจากเราทั้งสองยังมีความรักต่อกัน แม้เช่นนั้น ดิฉันก็ตัดสินใจจากมา
- พ.ศ. 2552 ผู้หญิงคนดังกล่าวได้จดทะเบียนสมรสกับสุรชัย แต่ขอเรียนให้ชัดเจนว่า สุรชัย ไม่เคยอนุญาตให้เธอใช้นามสกุลของเขา
- แม้กระนั้น เธอกลับใช้นามสกุลของเขาบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่คลาดเคลื่อนและทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดถึงสถานะที่แท้จริง
- สุรชัยได้ชี้แจงภายหลังว่า เขาถูกกดดันให้ลงนามในทะเบียนสมรสเมื่อปี พ.ศ. 2552
- พ.ศ. 2554 เธอได้ย้ายออกจากที่อยู่อาศัยของสุรชัย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสองไม่ได้อยู่ร่วมกันอีก และความสัมพันธ์ได้สิ้นสุดลงในทางปฏิบัติ เหลือเพียงเอกสารทางกฎหมายเท่านั้น
- พ.ศ. 2564 หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ดิฉันและสุรชัยได้กลับมาติดต่อกันอีกครั้ง เขายืนยันว่าได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังตั้งแต่ปี 2554 เขาได้ขอเดินทางมาเยี่ยมดิฉันในอเมริกา ซึ่งดิฉันตกลงโดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป !!!
- ภายหลังจากนั้น ดิฉันได้เดินทางไปประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และได้เห็นด้วยตาว่าเขาใช้ชีวิตเพียงลำพังจริงตามที่กล่าว ดิฉันจึงตัดสินใจกลับมาสานสัมพันธ์กับเขาอีกครั้ง
- ความรู้สึกของดิฉันที่มีต่อเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขาเป็นสุภาพบุรุษ มีความอ่อนโยน และมีจิตใจดีเสมอมา อีกทั้งยังได้รับรู้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้เผชิญกับความยากลำบากหลายประการ ซึ่งเขาเก็บไว้เพียงลำพัง
- พ.ศ. 2564 มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยภายหลังจากที่เธอทราบว่าดิฉันกลับมาคบกับสุรชัย ได้พยายามสร้างภาพลวงต่อสาธารณะ โดยใช้บุตรสาวคนเล็กเป็นผู้ติดต่อสุรชัย เพื่อเชิญเขาไปที่บ้าน โดยมีเจตนาที่จะจัดฉากถ่ายภาพครอบครัวและเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์
- การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามอย่างจงใจในการทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกัน และเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
- แต่ความพยายามดังกล่าวไม่เป็นผล เนื่องจากความสัมพันธ์ของข้าพเจ้ากับสุรชัยตั้งอยู่บนความจริง
- พ.ศ. 2566 สุรชัยได้ดำเนินการยื่นฟ้องหย่า ในระยะแรกเธอไม่ยินยอม แต่ภายหลังจึงตกลง โดยเธอขอเป็นผู้ยื่นเรื่องเองเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตน ซึ่งสุรชัยยินยอม เนื่องจากมีจุดประสงค์เพียงเพื่อยุติเรื่องทั้งหมดและดำเนินชีวิตต่อไป
- พ.ศ. 2567 นางอัฐพรพิมพ์ โกมลเสน ย่อมหย่าให้ สุรชัย สมบัติเจริญ
- ข้อชี้แจงสุดท้าย คือ ข้อกล่าวอ้างใด ๆ ที่ระบุว่าสุรชัยยอมรับว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวนั้น ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง ข้อมูลหรือการนำเสนอใด ๆ ที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงนี้ ถือเป็นการบิดเบือนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด
ขอบคุณข้อมูลจาก โหนกระแส, เฟซบุ๊ก สมบัติเจริญ สุรชัยไดอาน่า





