เปิดหมดเปลือก ! ซาร่า ควง ดาริล เปิดใจรักแท้ 2 ปีในเรือนจำ ลุ้นขอแต่งงานใหม่ที่อิตาลี

           ซาร่า ควง ดาริล ยัง เปิดใจ 2 ปีพิสูจน์รักแท้ในเรือนจำบทเรียนรักที่เกือบปล่อยมือ วาดฝันให้ฝ่ายชายขอแต่งงานใหม่อีกครั้งที่อิตาลี
ซาร่า คาซิงกินี

           ครั้งแรก ซาร่า คาซิงกินี ขอควงสามีสุดหล่อ ดาริล ยัง มาเปิดความน่ารักของลูก ๆ น้องแม็กซ์เวลล์ และ น้องเอมมิลี่ พร้อมเปิดใจหมดเปลือกหลังสามีถูกยกฟ้องคดี Forex-3D เล่าโมเมนต์ตลอด 2 ปีที่รอคอย กับบทพิสูจน์รักแท้ในเรือนจำ ที่มีทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง one31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ หนิง ปณิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

แม็กซ์เวลล์กี่ขวบแล้ว ?

           แม็กซ์เวลล์ : 11 ครับ 

เอมมิลี่กี่ขวบ ?

           เอมมิลี่ : 5 ขวบ

บ้านนี้ลูกต่างกันสุดขั้ว ?

           ซาร่า : ใครเป็นเด็กแสบ เอมมิลี่มีความแก่น ๆ เป็นผู้ชายในตัวเยอะ เล่นแรง ๆ ไม่เหมือนผู้หญิง ลุย ๆ หน่อยค่ะ

แม็กซ์เวลล์แสบยังไง ?

           แม็กซ์เวลล์ : บางทีชอบปีนของในบ้าน 
           ซาร่า : ปีนของคืออะไรลูก เหมือนเราไม่ใช่มนุษย์ (หัวเราะ)

แม็กซ์เวลล์ละมุน ใจดี อบอุ่น จริงไหม ?

           แม็กซ์เวลล์ : จริง 
           เอมมิลี่ : ไม่จริง ชอบแกล้ง แล้วก็ตี 
           แม็กซ์เวลล์ : ตีเล่น ๆ
           ซาร่า : เขาไม่นอน พี่ชายก็ตีก้น ตบ ๆ ให้นอน เขาก็จะดราม่านิดหนึ่งว่าเจ็บมาก แรงนะ เขาจะแอ็คติ้งเยอะ พี่แตะนิดหน่อยก็เว่อร์ไว้แล้ว ฟ้องแล้ว มันเจ็บยิ่งใหญ่มาก 
           เอมมิลี่ : พี่แม็กซ์ตีแรง 
ซาร่า คาซิงกินี

เวลาทะเลาะกันแม่ทำยังไง ?

           ซาร่า : ก็เรียกมาคุย ให้อธิบายว่าเกิดอะไรกันทั้งคู่ จะมีมุมมองที่ต่างกัน ให้มาพูดว่ารู้สึกผิดไหม ทำได้ไหม ก็ค่อย ๆ เรียนรู้และฝึกกันไปในแต่ละวัน

เวลาทะเลาะกัน คุณแม่ทำยังไง ?

           แม็กซ์เวลล์ : เรียกคุยด้วยกันว่าทำอะไรบ้าง 

อะไรทำให้ยอมจบ ?

           แม็กซ์เวลล์ : เวลาน้องร้องไห้ 

แดดดี๊กับหม่ามี้ใครดุกว่ากัน ?

           เอมมิลี่ : หม่ามี้ค่ะ หม่ามี้ตี ใช้ไม้แขวนเสื้อ 
           ซาร่า : เคยโดนยัง 
           เอมมิลี่ : โดนแล้ว 
           ซาร่า : มั่วแล้ว (หัวเราะ) มีแต่ขู่ค่ะ ไม่เคยใช้
           เอมมิลี่ : แต่หม่ามี้เคยตีพี่แม็กซ์
           ซาร่า : ไม่ใช่ไม้แขวนเสื้อค่ะ เป็นมือ 
           แม็กซ์เวลล์ : ไม่เจ็บ 

แดดดี๊ใจดีไหม ได้ข่าวว่าสปอยล์ ?

           เอมมิลี่ : ไม่รู้ 
           แม็กซ์เวลล์ : แดดดี๊สปอยล์ครับ 
           เอมมิลี่ : ให้โทรศัพท์เล่นด้วย 
           ซาร่า : อะไรที่เราทำเป็นกฎไว้ เขาพังหมดเลย ห้ามเล่นไอแพด เล่นโทรศัพท์ ถ้าเข้าเซเว่นฯ ให้ซื้อขนมแค่คนละชิ้น นี่ก็เกิน 1 ชิ้น จากเดือนละครั้ง นี่ก็แทบทุกวันหลังเลิกเรียน 

แดดดี๊สปอยล์ยังไง ?

           ดาริล : เขาอยากได้อะไรก็ซื้อให้ ของกินในเซเว่นฯ พาไปหลังเลิกเรียน ก็มีห้ามบ้าง
           ซาร่า : ห้ามแต่ปาก (หัวเราะ) เราก็ดุเขา บ่นเลย เหมือนลูกสามค่ะ (หัวเราะ)

แม็กซ์เวลล์เริ่มเป็นหนุ่ม เริ่มมีการขอคุณแม่ไปเที่ยว ?

           แม็กซ์เวลล์ : บางทีแม่ก็ไม่ให้ ก็เสียใจนิดหนึ่งครับ ก็จะขออีก บางทีก็ได้ครับ 
           เอมมิลี่ : บางทีไม่ได้ 
ซาร่า คาซิงกินี

เอมมิลี่ฟ้องทุกคน ?

           แม็กซ์เวลล์ : ถ้าใครทำอะไรน้องก็จะฟ้องทุกคนครับ

คนแสบสุดในบ้าน เรารู้แล้วล่ะว่าคือใคร เอมมิลี่หรือเปล่า ?

           เอมมิลี่ : พี่แม็กซ์ค่ะ

ทำไมไม่ให้ลูกไปกับเพื่อน ?

           ซาร่า : จะดูพฤติกรรม ถ้าตั้งใจเรียน ทำการบ้านครบ กลับมาไม่เข้าจอก่อนก็จะให้ไป จะดูด้วยไปที่ไหน ไปกี่วัน ทำอะไรบ้างค่ะ

วาเลนไทน์ที่ผ่านมา พี่เลี้ยงออนไลน์ใจฟู พี่น้องมีของขวัญให้หม่ามี้ด้วย แม็กซ์เวลล์ให้อะไร ?

           แม็กซ์เวลล์ : บ้านกับดอกไม้ครับ 
           ซาร่า : เรานั่งถ่ายปกติเลย เขาบอกแม็กซ์จะซื้อบ้านให้แม่ ถ้าโตขึ้นแม็กซ์จะหาเงินให้เยอะขึ้นแล้วซื้อบ้านให้แม่ 
           แม็กซ์เวลล์ : แม่เลี้ยงแม็กซ์มาหลายปีแล้ว อยากให้ครับ 

พอลูกชายบอกว่าอยากให้ของขวัญเป็นบ้าน เพราะเราเลี้ยงเขามา รู้สึกยังไง ?

           ซาร่า : ก็รู้สึกดีใจ จริง ๆ ในคลิปก็น้ำตาซึม ๆ เขาพูดน่ารัก เป็นเด็กที่น่ารักค่ะ

ทำไมมีความคิดนี้ในหัว ?

           แม็กซ์เวลล์ : แม็กซ์รักแม่มากครับ 

ถ้าสาว ๆ แอบชอบแม็กซ์ แม็กซ์จะรักสาว ๆ มากกว่าแม่ไหม ?

           แม็กซ์เวลล์ : ไม่
           ซาร่า : เขาเคยบอกว่าจะไม่มีแฟน จะอยู่กับแม่ตลอด 

ใครฉายแววเข้าวงการบันเทิงได้บ้างไหม ?

           ซาร่า : เอมโตขึ้นอยากเป็นอะไร
           เอมมิลี่ : เมอร์เมด
           แม็กซ์เวลล์โตขึ้นอยากเป็นอะไร ?
           แม็กซ์เวลล์ : เอนจิเนียร์ สร้างของ บ้าน หรือดีไซน์ก็ได้ครับ 
ซาร่า คาซิงกินี

เกิดเรื่องในเดือน เม.ย. เกิดอะไรขึ้น ?

           ซาร่า : เป็นช่วง April Fool's Day จริง ๆ เราเล่นทุกปี แฟนคลับที่ติดตามจะรู้แหละ 
           ดาริล : ตั้งใจอยากจะมีลูก แต่ลืมไปว่าเป็น April Fool's Day พอมารู้ตอนหลังก็เซ็งนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจว่าต่างประเทศเขาก็เล่นกันสนุกจริงจัง แวบนึงก็ดีใจไปแล้ว 
           ซาร่า : ในคลิปเขาร้องไห้เลย ตอนหลังเขาร้องไห้จริงจังก็เริ่มเครียดแล้ว ทำไมเขาร้องไห้ขนาดนี้ ก็เลยเฉลยเลย 
           เอมมิลี่ : หม่ามี้บอกเอมว่ามีเบบี๋อยู่ในท้อง
           ซาร่า : โดนทั้งบ้านค่ะ (หัวเราะ)

อยากมีน้องเพิ่มอีกคน ?

           ซาร่า : จริง ๆ เราแพลนที่จะมี ปล่อยธรรมชาติเป็นปี แต่ยังไม่ติด พอเราเล่นเขาก็เชื่อเขาดีใจค่ะ 
           ดาริล : พอรู้ก็โอเค รับได้ว่าเป็น April Fool's Day ก็ไปกินข้าวดินเนอร์เลย 

เป็นคู่สุดทรหด อยากให้แชร์ว่าความรักกว่าจะกลับมาแบบนี้ได้ ?

           ซาร่า : ไม่กล้าพูด เขิน (หัวเราะ) 

ช่วงที่แฟนต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ 2 ปี ตอนนั้นชีวิตทรมานมาก ?

           ดาริล : ปีแรกที่อยู่ข้างในก็เครียดครับ กังวลด้วย ความรู้สึกที่อยู่ข้างในเหมือนอยู่ไปวัน ๆ ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีจุดหมายในชีวิต ไม่มีคำตอบให้ตัวเองด้วยครับ จะคิดถึงซาร่า และเด็ก ๆ และครอบครัวที่บ้าน ปีแรกก็เป็นหนักมากครับ แพนิก ซึมเศร้านิดหนึ่ง แต่ยังดีที่เจ้าหน้าที่ข้างในเขาดูแลเต็มที่ ซัพพอร์ต พาหาหมอ ดูแลสุขภาพจิตและร่างกายครับ

ซาร่าไปเยี่ยมทุกวัน ?

           ดาริล : ใช่ครับ เขามาทุกวัน ไม่เคยคิดที่จะทิ้ง บางทีผมก็มีช่วงที่ดาวน์มาก คิดว่าอยากให้เขาไปมีชีวิตเลย ไม่อยากให้เขามาลำบาก ไม่อยากให้เหนื่อย เขามาเยี่ยมทุกวันก็ไม่ได้ง่ายสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งครับ 

อยู่เรือนจำกี่ปี ?

           ดาริล : 2 ปีครับ ปีที่ 2 ก็ดีขึ้น ต้องพยายามบอกตัวเอง อยู่ในนั้นถ้าเราไม่รักตัวเองก็ไม่มีใครรักเราอยู่แล้ว ก็เลยเปลี่ยนความคิดใหม่ 

ช่วง 2 ปีนั้น ซาร่าก็งานหด แทบไม่มีรายได้ ?

           ซาร่า : เหมือนช่วงนั้นก่อนมีข่าว เรามีงานที่ดีลไว้ ก็ถูกยกเลิก 2 ปีที่อยู่ในเรื่องราวคดี งานหายไปเลย เขาก็รับรู้และรู้สึกไม่ดี เป็นเพราะเขาหรือเปล่าทำให้เราไม่มีงาน ไม่มีรายได้เหมือนเดิม บวกกับระยะเวลาที่เราสามารถไปเยี่ยมเขาได้วันละ 20 นาที เราต้องไปตั้งแต่ 8-9 โมง เพื่อรอคิว เพราะคนไปเยี่ยมจำนวนเยอะมาก เราไป 8-9 โมง เราอาจได้รอบเที่ยง รอบบ่าย มันเหมือนเยี่ยมวันละ 20 นาที แต่เหมือนเราไปทั้งวัน

ทำไมไปเยี่ยมทุกวัน ?

           ซาร่า : เปล่า ผลกระทบเรื่องงานเรื่องการเรา ใจเขาก็หนัก พลังลบที่เขาให้เรามา ใจหนึ่งเขาอยากให้เราอยู่ อีกใจก็อยากให้เราไป เราก็ให้ความมั่นใจว่าเราไม่ไปไหน เราไม่ทิ้ง เราจะสู้ไปด้วยกันกับเขา ก็ไปทุกวันเป็นประจำ ให้เขามั่นใจว่าเราอยู่ตรงนี้จริง ๆ มีเวลาเยี่ยมครั้งละ 20 นาที คนนอกก็หนัก คนข้างในเขาดาวน์ เขาทุกข์ กินยาซึมเศร้า 

พีคตรงที่ทะเลาะกันตอนจะแยกจากกัน ?

           ซาร่า : หลายอย่าง ความเครียดของเขา ด้วยโรคด้วยอะไร เขาจะส่งมาให้เราเยอะ เราก็ใช้วิธีการด่าเรียกสติ เราแหกกฎเวลาคุยกับคนซึมเศร้าหมดเลย เราจะพูดความจริง เราเป็นผู้หญิงไม่ค่อยหวาน พูดตรง ๆ ก็ด่าเขาไปเลย ดึงสติเขาค่ะ 
ซาร่า คาซิงกินี

พอจบ 20 นาทีต้องแยกกันออกไป ดาริลเป็นไง ?

           ดาริล : ก็กลับไปคิดทบทวน ก็จะเฟล 20 นาทีเป็นเวลาที่ผมรอคอยทั้งวันเพื่อเจอเขา พอทะเลาะกันก็เฟล ก็นอนไม่หลับ คิดมาก มีร้องไห้บ้าง

เขียนจดหมายเคลียร์กัน ?

           ดาริล : ใช่ครับ 20 นาทีมันไม่พอจริง ๆ พอถึงเวลาเขาก็ตัดเลย เราต้องกลับไปคิดเอง อะไรเอง 

ใครเป็นคนคิดเรื่องเขียนจดหมาย ?

           ซาร่า : ทั้งคู่ค่ะ พอ 20 นาทีมันเหมือนไม่จบค่ะ เราก็เอาทุกอย่างไปลงในจดหมาย แต่ข้อดีของเราคือต่อให้เราทะเลาะกันแรงแค่ไหน แต่พอเราแยกจากกัน เราจะบอกว่าเลิฟยูทุกครั้ง คนรอบข้างที่เห็นก็จะรู้สึกว่าบ้านนี้มันทะเลาะกัน แต่พอแยกมันก็เลิฟยู อย่างนี้ตลอด เราไม่ได้ทะเลาะเพื่อเป็นศัตรูกัน เราทะเลาะเพื่อปรับความเข้าใจกัน แล้วให้รู้ว่าเรายังรักกันอยู่ค่ะ 

ซาร่ามั่นคงมาก ดาริลอยู่ในเรือนจำ 2 ปี ไปหาทุกวัน เพราะเชื่อว่านี่คือรักแท้ อยากถูกขอแต่งงานอีกครั้ง ?

           ซาร่า : เหมือนตอนถูกขอแต่งงานครั้งนั้นเราเจอเรื่องราวไม่ดี ก็เป็นความทรงจำที่มันไม่ดี ก็อยากรีเฟรชใหม่ ก็เลยบอกเขาว่าขอแต่งงานใหม่ได้ไหม
           ดาริล : ตอนนั้นทุกอย่างเร็วเกินไป ช่วงขอแต่งงานมีปัญหาครับ

ทำไมเชื่อว่าครั้งนี้คือรักแท้ ?

           ซาร่า : เราผ่านอุปสรรคที่หนักกันมาก ๆ คิดว่าหลาย ๆ ปัญหาที่เจอมันปล่อยมือกันได้ทุกครั้งเลยกับเหตุการณ์ที่เจอ เพราะมันหนักมาก แต่เขาพิสูจน์ให้เราเห็นว่าไม่ว่าเจอปัญหากี่ครั้ง คนเราอยู่ด้วยกันไม่ใช่แค่ร่วมสุขอย่างเดียว มันต้องร่วมทุกข์ด้วย หลาย ๆ ครั้งเขาทำให้เราเห็นว่าเวลาทุกข์เขายังอยู่กับเรา ในวันที่มันไม่มีผลประโยชน์อะไร เหลือแค่ความรัก เขายังจับมือกับเราอยู่ ทำให้เราเชื่อมั่นในตัวเขาค่ะ 

เวลาคุยน้อยอยู่แล้ว ทำไมถึงทะเลาะกัน ?

           ดาริล : ช่วงที่ผมอยู่ข้างใน โลกข้างในกับข้างนอกไม่เหมือนกัน ข้างในบางคนเขาติดนาน ก็จะมีพลังเนกาทีฟให้กับผม พอผมได้รับเยอะ ๆ เวลาเขามาเยี่ยม ผมก็บอกเขาว่า ผมจะไม่ได้ออกมานะ กลัวคดีจะแพ้ แต่เขาเองพยายามส่งพลังบวก จนบางทีก็หงุดหงิดนิดหนึ่ง เข้าใจเขา ว่าเขาพยายามมาหาผมทุกวัน ไม่เคยเฟลเลย  
           ซาร่า : เราทะเลาะกันเรื่องงี่เง่าแหละ เหมือนเรารักกันมาก นี่ก็กลัวเราทิ้ง เราก็บอกว่าไม่ทิ้ง จะมาทุกวัน เขาก็บอกว่าจริงเหรอ พรุ่งนี้จะมาอีกไหม เราก็โอ๊ย มาเป็นปีแล้ว จะรู้สึกว่าเรื่องเดิม ๆ คำถามเดิม ๆ เราก็ด่าเลย 

ทั้งหมดที่อยู่ข้างใน รอคอยแค่ 20 นาทีทุกวัน ?

           ดาริล : ใช่ครับ มันมีค่ามาก วัน ๆ ผมไม่ทำอะไร รอแค่เขามาเยี่ยมครับ ข้างในเป็นพลังงานเนกาทีฟมาก ๆ ข้างในเขาใส่หัวว่าเดี๋ยวคนข้างนอกจะทิ้งเรา ซาร่าก็ถูกงานแคนเซิลไป 

ซาร่าเคยเล่าให้เขาฟังไหม ?

           ซาร่า : ก็เล่าค่ะ ต่างคนต่างเจออะไรมาก็เล่า แต่เราบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนเกิดเรื่องเราก็พอรู้กลาย ๆ เพราะเราอยู่วงการมานาน ถ้ามีข่าวแบบนี้ก็จะเจอลักษณะนี้ เราบอกเขาเสมอว่าเราไม่โทษเขา มันเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง เราเลือกสิ่งนี้แล้วไม่ว่าอะไรจะตามมา เราก็แค่รับผิดชอบกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นค่ะ

เราไม่โทษเขา แต่เขาโทษตัวเอง และบอกซาร่าให้ไปมีชีวิตใหม่ ทำไมพูดแบบนั้น ?

           ดาริล : น่าจะแพนิก เป็นโรคซึมเศร้า ทุกอย่างดาวน์หมดเลยครับ ผมไม่อยากเป็นภาระใคร อยากให้เขามีความสุข คือคิดไปเองครับ 
           ซาร่า : เวลาพูดแบบนี้จะโกรธมาก เขาจะชอบบอกให้ไปมีความสุข ก็เธอคือความสุขของฉันไง เขาอยากให้เจอคนที่ดีกว่า ก็นี่ไงคนดีอยู่ตรงนี้ รู้ได้ไงว่าจะไปเจอคนดี ก็เจอแล้ว ก็อยู่ตรงนี้
           ดาริล : การที่ผมไปอยู่ในนั้น ผมบอกเขาตลอดว่าผมไม่มีอะไรออฟเฟอร์เขาเลย มีแต่ชีวิต ถ้ามีโอกาสจะสู้ไปด้วยกัน แต่ ณ ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ได้เลย อยู่ในนั้นได้แค่คิดและคิดถึง มันก็ทรมานมากครับ เข้าใจเขาด้วยว่าเขาก็ทรมานเหมือนกัน 
ซาร่า คาซิงกินี

ซาร่าผ่านเรื่องราวอะไรมาเยอะมาก พอเจอเรื่องนี้ อะไรทำให้มั่นใจว่านี่คือรักแท้และไม่ทิ้ง ?

           ซาร่า : ทุกครั้งที่เราคบกับใครเราก็ตั้งใจเต็มที่แหละ และคิดว่านี่คือรักแท้ของเราแล้ว แต่บางทีเรื่องราวที่ผ่านมามันไม่ได้ไปต่อ แต่พอเราได้อยู่กับเขาไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้าย เราเจออุปสรรคกันเยอะมาก หลายครั้งเรารู้สึกว่าการตัดสินใจบางอย่างจะทำให้เราเห็นตัวตนคนคนหนึ่ง ความเห็นแก่ตัวหรือผลประโยชน์อะไรบางอย่าง แต่สำหรับเขาเราไม่เห็นเลย เราเป็นคนบูชาความรักมาก ๆ เราอยากเจอเราในเวอร์ชั่นผู้ชายอีกคนหนึ่ง และเราก็ได้เจอในตัวเขา เขาก็พิสูจน์หลายอย่างหลายครั้ง ว่าเราสามารถเป็นตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งเราอยู่กับใครก็อาจมีเราอีกเวอร์ชั่นหนึ่งที่ต้องเป็นเพื่อให้อีกคนรักเรา แต่เขาเป็นเราร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เหลืออะไรเลย เขายังรักเราอยู่ มันเหมือนเวลาเราอยู่กับใครแล้วไม่ต้องพยายาม ทำให้เรารู้สึกอยากอยู่กับเขาไปตลอด ซาร่าบอกเขาตลอดว่าคนเราทะเลาะกันได้เป็นเรื่องปกติ เรามาจากต่างถิ่น มาจากครอบครัววัฒนธรรมคนละอย่าง แต่เราไม่ได้ทะเลาะเพื่อเป็นศัตรูกัน เราเป็นทีมเดียวกัน เราไม่ได้ทะเลาะเพื่อเลิก แต่ทะเลาะเพื่อปรับความเข้าใจและจูนกัน 

พอได้ฟังซาร่าบอกว่านี่คือรักแท้ เป็นตัวเองได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องมีอีกร่าง พอได้ฟังแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ?

           ดาริล : รู้สึกดีครับ 
           ซาร่า : อยากให้เป็นตัวเองน้อยลงไหม เป็นตัวเองเกินไปไหม
           ดาริล : ไม่เป็นไร คือรับได้ทุกอย่างที่เขาเป็น รู้สึกดีใจด้วย บางคู่เขาไม่เป็นตัวเอง แต่เขาเป็นตัวเองได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ซาร่าเติมเต็มอะไรให้ดาริลบ้าง ?

           ดาริล : เขาจะเป็นคนเสริมความรักให้ตลอด แม้บางทีมันจะดาวน์ อุปสรรคที่ผ่านมาเยอะจริงๆ ผมเชื่อว่าเป็นบททดสอบจากพระเจ้า เขาก็จะสอน ให้ความรัก บางทีถ้าดาวน์จริงๆ เขาก็ช่วยคิดทางออกด้วยกัน บางทีเศร้าจริง ๆ เขาก็ใช้เวลาอยู่กับผมเยอะ ๆ ใส่ใจมากกว่าคนอื่น 

ตอนที่ได้อิสรภาพกลับมาแล้ว ซึมเศร้า แพนิก ความกดดันอะไรต่าง ๆ มันดีขึ้นไหม ?

           ดาริล : มันดีขึ้นส่วนหนึ่งแต่ต้องรักษาอยู่ เพราะมันเป็นหนักจริง ๆ แต่พอได้อยู่กับเขา บางทีดาวน์ แต่พอหันไปก็มีซาร่า ก็มีพลัง อยากทำดีให้เขากับครอบครัว ก็เลยได้พลังบวก
           ซาร่า : เขาค่อนข้างพยายามเป็นสามีที่ดีและพ่อของเด็ก ๆ เราเป็นคนที่อยู่กับลูกมา ก็มีแค่นี้ พอเขาเข้ามา มันมีหลาย ๆ มุม หน้าที่พ่อหรือสามีที่เราไม่เคยได้รับหรือเคยได้มี เขาเข้ามาเติมเต็มเยอะมาก ๆ เราไม่ได้ร้องขอ เขาทำเอง อย่างทุกวันนี้เขาไปรับไปส่งลูก แต่ก่อนเป็นหน้าที่เรา แต่ตอนนี้เป็นหน้าที่เขาแล้ว เขาอยากตื่นเช้าไปส่งลูกให้ ไปรับลูก ล่าสุดก็ไปฟังผลการเรียนให้ลูกชายเป็นแบบนี้ ลูกสาวเป็นแบบนี้ เขาทำหน้าที่ตรงนี้ได้โอเค เราก็ดีใจกับตรงนี้ค่ะ

กว่าจะถึงวันที่เรียกว่าลงตัว ตอนออกมาช่วง 4 เดือนแรก นั่นคือจุดพีคสุดเลย พีคกว่าต่างคนต่างอยู่คนละที่ ?

           ซาร่า : ช่วงนั้นหนักมาก ก่อนออกมาเราจินตนาการภาพสวยหรู ครอบครัวสุขสันต์ 1 2 3 4 5 6 7 8 แต่คิดว่าเขาน่าจะเครียดและปรับตัวไม่ได้ เขาอยู่ข้างใน 2 ปี แล้วโลกภายนอกเป็นอีกแบบหนึ่ง ช่วงแรกเขาจะปรับตัวไม่ได้ คิดอะไรลบ ๆ ความมั่นใจในตัวเขามันหายไป เหมือนเขาไม่รู้จะใช้ชีวิตยังไง ไปต่อยังไง เราก็คาดหวังความหวาน ส่วนเขาไม่หวานเลย 
           ดาริล : ตอนนั้นผมอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่า คิดแต่เรื่องข้างใน คดีเพิ่งผ่านด้วย ก็เลยปรับตัวไม่ทัน ด้วยภาวะซึมเศร้าด้วย ก็เลยทะเลาะกันตลอด
           ซาร่า : ทะเลาะหนักมาก เรารู้สึกว่าเราสู้ให้เขามาตลอด 2 ปี ทำไมออกมาแล้วเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่เข้าใจ เหมือนต่างคนต่างคุยกันไม่รู้เรื่อง เราก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เราต้องเห็นหน้ากันทุกวัน เจอกันทุกวัน มันทะเลาะอะไรก็ไม่รู้ เราก็บอกว่าต่างคนต่างแยกกันก่อนไหม ต่างคนต่างไปทบทวนว่าเรายังอยากไปด้วยกันหรือเปล่า

แยกกันอยู่ช่วงหนึ่ง ?

           ซาร่า : แยกค่ะ เขาก็กลับไปสิงคโปร์ เราก็อยู่ที่ไทย แยกไปอาทิตย์สองอาทิตย์ แต่ก็ยังมีการติดต่อพูดคุยกันอยู่ 
แยกไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึก ?
           ดาริล : พอได้ทบทวน ก็รู้สึกว่า 2 ปีนี้ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทิ้งเราไปเลย ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจไปตั้งนานแล้ว คิดในใจว่าชีวิตผมขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แน่นอน ก็ตัดสินใจโทร. ไปง้อ และบินกลับมา ช่วงนั้นกลับสิงคโปร์เพราะเรื่องยายผมเป็นมะเร็งหนักมากและกำลังจะเสียแล้ว ในสมองคิดอะไรไม่ออกเลยครับ แต่สุดท้ายแล้วก็เข้าใจว่าในวันที่ผมไม่มีอะไรก็ยังมีซาร่าและเด็ก ๆ อยู่ครับ เลยคิดว่านี่แหละคือชีวิตต่อไปของผม
           ซาร่า : ทำให้เรากลับมาคุยกัน เขาสูญเสียอาม่าด้วย เราก็อยู่ตรงนั้นค่ะ 

วันนี้จูนกลับมาดีกันเหมือนเดิมหรือยัง ?

           ดาริล : ดีแล้วครับ
           ซาร่า : เขาหวานมาก หวานจนเลี่ยนเลย 
           ดาริล : เขาเป็นคนเท่ ผมเป็นคนเข้าหาเขา สกินชิฟ
           ซาร่า : ซาร่ารักในมุมใส่ใจรายละเอียด แต่จะไม่บอกรักหรือจับอะไรมาก แต่เขาชอบตื๊ด ๆ แล้วบอกว่าทำไมเราดูรักน้อย
ซาร่า คาซิงกินี

หวงซาร่ามากขึ้น ขี้หึงมาก ?

           ซาร่า : สุด ๆ ในโลกนี้ เยอะเกิน เยอะมาก เขาก็หึงไปหมด 
           ดาริล : ผมขี้หึงอยู่แล้ว
           ซาร่า : ทำไมต้องแต่งตัวแบบนี้ ทั้งที่ปิดจนไม่รู้จะปิดอะไรแล้ว หึงนะบี๋ไม่ชอบ บี๋อย่าคุยกับใครเยอะได้ไหม ทั้งที่เราไม่ได้คุยกับใครเลย 
           ดาริล : คิดไปเอง (หัวเราะ)
           ซาร่า : รูปในไอจีต้องกดไลก์กัน ต้องคอมเมนต์กันตลอด ถ้าไม่ทำก็คิดมากแล้ว ทั้งที่เราอยู่ด้วยกันนะ ทำไมต้องคิดเยอะ

เป็นทั้งคู่ ซาร่าก็เป็น เขาไม่กดไลก์ก็งอน เขาสกินชิฟนิดเดียวก็ไม่พอใจ ตัวเองเรียกร้องหรือเปล่า ?

           ซาร่า : ก็ด้วยส่วนหนึ่ง แต่นี่ก็เยอะไป (หัวเราะ)
ย้อนแย้งนะ ?
           ซาร่า : ก็เอาใจยาก (หัวเราะ)
           ดาริล : เขาเป็นบอสครับ (หัวเราะ)

เป็นบทพิสูจน์ความรักที่แท้จริง อยากบอกอะไรเขาบ้าง ?

           ดาริล : อยากขอบคุณเขากับครอบครัว 2 ปีที่ผ่านมา จะเรียกว่าแย่ที่สุดในชีวิตของผม ก็ยังมีพวกเขาอยู่ และไม่เคยทิ้งผม ไม่เคยดูถูก มีความมั่นใจให้กับผม ให้ผมได้เข้าใจว่าความรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง
           ซาร่า : เขาไม่เชื่อในรักแท้ เขาชอบพูดว่าขอบคุณที่ทำให้เขารู้ว่ารักแท้มีอยู่จริง 
           ดาริล : ก็อยากจะจับมือเขาไปตลอดชีวิตและไปด้วยกัน 
           ซาร่า : ก็ขอบคุณที่เขาเข้ามาเติมเต็ม เราก็เป็นผู้หญิงที่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ให้เด็ก ๆ ด้วย ก็ขอบคุณที่เขาเข้ามา ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ ก็ขอบคุณแล้วกันที่ในทุก ๆ วันพยายามเป็นพ่อและสามีที่น่ารัก ส่วนเบบี๋อีกคนก็รอก่อนนะ (หัวเราะ) 

ความฝันที่อยากถูกขอแต่งงานอีกครั้ง ภายในปีนี้จะมีข่าวดีไหม ?

           ซาร่า : เราก็กดดันเขา บอกสถานที่บอกทุกอย่าง บอกเขาว่าเดี๋ยวจะทำเป็นไม่รู้ (หัวเราะ) เรามีสถานที่ในฝัน คือบ้านเกิดที่อิตาลี ทุกอย่างเซตไว้หมดแล้ว แต่บอกเขาว่าจะทำเป็นไม่รู้ อยากให้เซอร์ไพรส์ (หัวเราะ) 
           ดาริล : ถ้าเป็นไปได้ก็จะขอจนกว่าเขาจะพอใจ 
ซาร่า คาซิงกินี

           ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube Channel : Orange Mama
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เปิดหมดเปลือก ! ซาร่า ควง ดาริล เปิดใจรักแท้ 2 ปีในเรือนจำ ลุ้นขอแต่งงานใหม่ที่อิตาลี โพสต์เมื่อ 20 เมษายน 2569 เวลา 13:08:00 10,570 อ่าน
TOP
x close