รู้จัก Restylane โปรแกรมฟิลเลอร์จากสวีเดน ต่างจากยี่ห้ออื่นอย่างไร ? เหมาะกับใคร ? มีกี่รุ่น ? ราคาเท่าไหร่ ? พร้อมคำแนะนำก่อน-หลังฉีด
ภาพจาก : vsqclinic.com
Restylane เป็นหนึ่งในแบรนด์ฟิลเลอร์ที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก หลายคนที่กำลังสนใจการเติมเต็มด้วยฟิลเลอร์มักเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับ Restylane ก่อนเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากเป็นแบรนด์ที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนาน และมีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตามปัญหาผิวและตำแหน่งต่าง ๆ ของใบหน้า
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Restylane ตั้งแต่คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไร มีกี่รุ่น เหมาะกับใคร พร้อมข้อมูลก่อนและหลังฉีดที่ควรรู้ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
ทำความรู้จัก Filler Restylane คืออะไร ?
Restylane คือ สารเติมเต็มในกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid : HA) ที่ผลิตโดยบริษัท Galderma ประเทศสวีเดน โดยตัวสาร HA ใน Restylane ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างใกล้เคียงกับสารธรรมชาติในร่างกาย ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก เพิ่มวอลลุ่มผิว (Volume) และกักเก็บความชุ่มชื้น
ด้วยกระบวนการผลิตเฉพาะของแบรนด์ ทำให้ Filler Restylane มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับสารในร่างกาย อาจช่วยเติมเต็มริ้วรอยเพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้น และสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ จึงถูกนำมาใช้ในการปรับสัดส่วนใบหน้าอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ฟิลเลอร์ Restylane มีจุดเด่น
แตกต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร ?
เมื่อพูดถึงจุดเด่นของ Restylane สิ่งแรกที่ต้องพูดถึงคือ เทคโนโลยีการผลิตที่ออกแบบมาให้เหมาะกับแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า ซึ่งมีอยู่ 2 เทคโนโลยีหลัก คือ
ภาพจาก : vsqclinic.com
- NASHA Technology : เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เนื้อเจลมีความคงตัวสูง มีความแน่น มีส่วนช่วยในการพยุงโครงสร้างผิวและเติมเต็มร่องลึกได้ดี เหมาะกับบริเวณที่ต้องการความชัดของรูปทรง เช่น คางหรือกรอบหน้า พร้อมทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและคงผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล )
- OBT Technology : เป็นเทคโนโลยีที่เน้นความยืดหยุ่นของเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้เนื้อเจลสามารถเคลื่อนไหวตามสีหน้าได้ดี หลังฉีดให้ความรู้สึกนุ่ม เหมาะกับบริเวณที่มีการขยับบ่อย เช่น ปาก ใต้ตา หรือร่องแก้ม
การที่ Restylane มีหลายรุ่นและใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินเลือกใช้ได้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาของแต่ละคน
ฟิลเลอร์ Filler Restylane
เหมาะกับใคร ? ไม่เหมาะกับใคร ?
ฟิลเลอร์ Restylane เหมาะกับ
- ผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึก เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ แก้ม คาง หรือริมฝีปาก
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับปรับรูปหน้าให้ดูสมดุลโดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) และเคลื่อนไหวตามสีหน้าได้ดี
- ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวโทรม หรือเริ่มมีริ้วรอย
- ผู้ที่ต้องการฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
ฟิลเลอร์ Restylane ไม่เหมาะกับ
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ Hyaluronic Acid หรือส่วนประกอบของฟิลเลอร์
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ ผิวอักเสบ หรือมีแผลบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
- ผู้ที่มีความคาดหวังผลลัพธ์เกินจริง หรือปัญหาไม่เหมาะกับการแก้ไขด้วยฟิลเลอร์
Filler Restylane มีกี่รุ่น ?
แต่ละรุ่นเหมาะฉีดตำแหน่งไหน ?
ฟิลเลอร์ Restylane มีหลายรุ่น แต่ละรุ่นถูกออกแบบให้มีความแน่นและความยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน โดยรุ่นที่นิยมใช้งานหลัก ๆ ได้แก่
ภาพจาก : vsqclinic.com
- Restylane Perlane Lyft : เนื้อฟิลเลอร์แน่น คงตัวได้ดี หลังฉีดไม่ฟูเกินไป เหมาะสำหรับการฉีดใต้ตาชั้นลึก จมูก คาง แก้มส้ม
- Restylane Vital Light : เนื้อเจลฉ่ำละเอียดเป็นพิเศษ คืนความชุ่มชื้นให้ผิว ใช้เก็บรายละเอียดงานผิวชั้นตื้น เช่น ใต้ตา ริมฝีปาก
- Restylane Vital : ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย เพื่อช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน เหมาะกับบริเวณใต้ตาหรือหน้าผาก
- Restylane Volyme : ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ใช้เติมเต็มบริเวณที่ผิวยุบตัว เช่น ขมับตอบ แก้มตอบ ร่องแก้ม และร่องมุมปาก
- Restylane Defyne : ฟิลเลอร์เนื้อทน มีความนิ่มปานกลาง ยืดหยุ่นสูง ใช้ฉีดเสริมในส่วนที่กระดูกยุบตัวในผิวชั้นลึก เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือเสริมโหนกแก้ม
- Restylane Refyne : เนื้อละเอียดและยืดหยุ่นดี เหมาะสำหรับเติมริ้วรอยเล็ก ๆ เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก หรือริมฝีปาก
- Restylane Classic : เนื้อแน่น มีเนื้อเจลอนุภาคขนาดใหญ่ เหมาะกับการแก้ปัญหาริ้วรอยระดับปานกลางถึงลึก เช่น ใต้ตาหรือร่องแก้ม
- Restylane Kysse : เนื้อละเอียด ออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยเฉพาะ เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นและคงตัว ช่วยให้ปากดูอิ่มฟู
การเลือกใช้ Restylane แต่ละรุ่นควรพิจารณาตามปัญหาและตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข โดยควรให้แพทย์ช่วยประเมินและเลือกใช้ให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล) และสอดคล้องกับโครงหน้าเดิม
Restylane ราคาประมาณเท่าไหร่ ?
โดยทั่วไป Restylane มักมีราคาเริ่มต้นประมาณ 1x,xxx บาทต่อ 1 CC ทั้งนี้ ราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามรุ่นของฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ รวมถึงโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก และราคาอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานพยาบาล
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว ควรให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของคลินิก การใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ร่วมด้วย
การเลือกคลินิกสำหรับโปรแกรมฉีด Filler Restylane
ที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลทั้งต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังทำ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้
ภาพจาก : vsqclinic.com
- คลินิกต้องได้มาตรฐาน เปิดให้บริการอย่างถูกต้อง มีเลขที่ใบอนุญาตสถานพยาบาลจากกระทรวงสาธารณสุข
- มีแพทย์ด้านการยกกระชับปรับรูปหน้า มีความรู้เรื่องโครงสร้างกายวิภาคบนใบหน้าเป็นอย่างดี
- ใช้ Filler Restylane แท้ ผ่านการรับรองจาก อย. สามารถตรวจสอบได้ และมีการเปิดกล่องผลิตภัณฑ์ให้ดูต่อหน้า
- มีการประเมินใบหน้า วิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลก่อนฉีดทุกเคส
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
- มีการติดตามผลหลังทำ และสามารถติดต่อคลินิกได้หากมีข้อสงสัยหรือข้อกังวล
- ราคาอยู่ในระดับสมเหตุสมผล ไม่ตั้งราคาถูกหรืองแพงจนผิดปกติ
สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ที่ V Square Clinic จะมีการประเมินและวางแผนการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคลและโครงสร้างใบหน้า ใช้สารเติมเต็มที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน สามารถเปิดกล่องผลิตภัณฑ์ให้ตรวจสอบก่อนทำหัตถการ และผู้เข้ารับบริการสามารถตรวจสอบรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมกับบริษัทผู้นำเข้าได้ตามข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้ ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ และผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ก่อนทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Restylane
ควรเตรียมตัวอย่างไร ?
- ศึกษาข้อมูลที่จำเป็น ทั้งการเลือกคลินิก แพทย์ และวิธีตรวจสอบฟิลเลอร์ของแท้ เพื่อความปลอดภัย
- งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs รวมถึงวิตามินบางประเภท เช่น Vitamin E, ginkgo biloba, ginseng, garlic และ primrose oil
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เช่น Retinol หรือการโกนถอนขนในบริเวณที่จะฉีด
- งดทำเลเซอร์ นวดหน้า หรือทรีตเมนต์ผิว อย่างน้อย 3 วันก่อนฉีด
- หากมีโรคประจำตัว หรือมียาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
- สามารถแจ้งขอแปะยาชาก่อนฉีดได้ และแพทย์จะพิจารณาใช้ยาชาในระหว่างทำหัตถการเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บ
การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Restylane
ภาพจาก : vsqclinic.com
- หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกา หรือกดนวดบริเวณที่ฉีด เพื่อลดการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์
- อาจมีอาการบวม แดง หรือเขียวช้ำได้เล็กน้อย ซึ่งมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หากอาการบวมมากขึ้นควรติดต่อคลินิก
- รับประทานยาตามคำแนะนำ เช่น ยาฆ่าเชื้อ ยาลดบวม หรือยาแก้ปวด ตามที่แพทย์พิจารณา
- หลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง อย่างน้อย 48 ชั่วโมง เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก หรือการตากแดด
- งดทำเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกอย่างน้อย 1 เดือน
- งดอาหารหรือพฤติกรรมที่กระตุ้นการอักเสบ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารร้อนจัด อาหารเผ็ดจัด อาหารหมักดอง หรืออาหารดิบที่ไม่สะอาด
- งดสูบบุหรี่ เนื่องจากอาจส่งผลให้หายบวมช้าและกระทบต่อระยะเวลาของผลลัพธ์
(FAQ) รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Filler Restylane
ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Restylane เจ็บไหม ?
ความรู้สึกเจ็บแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด เทคนิคของแพทย์ และการตอบสนองของร่างกาย ในบางกรณีอาจมีการใช้ยาชาหรือสารเติมเต็มบางรุ่นที่มีส่วนผสมของยาชา เพื่อลดความไม่สบายระหว่างทำหัตถการ
หลังฉีด Restylane แต่งหน้าได้เมื่อไหร่ ?
โดยทั่วไปสามารถแต่งหน้าได้หลังฉีดประมาณ 24 ชั่วโมง แต่ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูแรงบริเวณที่ฉีด เพื่อช่วยลดการระคายเคือง
ผลลัพธ์ฟิลเลอร์ Restylane อยู่ได้นานแค่ไหน ?
ระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลหลังทำ
สรุป Restylane โปรแกรมฟิลเลอร์สัญชาติสวีเดน
Restylane เป็นโปรแกรมฟิลเลอร์จากสวีเดน และถือเป็นหนึ่งในฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA โดยมีหลายรุ่นให้เลือกใช้ ทำให้สามารถนำมาปรับใช้ตามปัญหาและตำแหน่งบนใบหน้าได้อย่างเหมาะสม
แต่ก่อนตัดสินใจฉีด Restylane ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละคนและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การโฆษณาหรือรับรองผลการรักษา ทั้งนี้ หัตถการมีความเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง





