ไอซ์ ศรัณยู เปิดแผลใจ 20 ปีในวงการบันเทิง ยอมรับเคยใจร้ายกับตัวเอง

           เบื้องหลังรอยยิ้มของนักร้องชื่อดัง ไอซ์ ศรัณยู ไม่ได้มีแค่ความสุข แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ต้องเผชิญมาตลอดกว่า 20 ปีในวงการ จนวันนี้เขาเลือกใจดีกับตัวเองมากขึ้น
ไอซ์ ศรัณยู

           เบื้องหลังเพลงฮิตมากมาย ภาพจำรอยยิ้มและความสดใส กลับเต็มไปด้วยความกดดันที่ไม่มีใครเห็น ไอซ์ ศรัณยู ยอมรับผ่าน Let's Talk เปิดแผลในใจ 20 ปี ในวงการไม่เคยรู้สึกดีพอ แม้เพลงฮิตทั่วประเทศ ยอมรับชีวิตไม่มีใครดังตลอดไป ตอนนี้เติบโตทางความคิด เลือกที่จะบาลานซ์ชีวิตใหม่
ไอซ์ ศรัณยู

ย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ มีความฝันอยากเป็นนักร้องเพราะอะไร ?


           ไอซ์ ศรัณยู : เพราะว่าชอบเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็กเลย จำความฝันอื่นไม่ได้เลย คือจริง ๆ ชัดเจนที่สุดคืออยากเป็นนักร้อง แล้วก็พอโตขึ้นมาเริ่มรู้สึกว่าต้องอยู่ในโลกความจริงแล้วด้วย ก็เริ่มอยากเป็นสจวร์ด เริ่มอยากเป็นกัปตันขับเครื่องบิน เพราะว่ารู้สึกว่ามันจะพาเราไปสู่ต่างประเทศ โลกกว้างได้ แต่นักร้องดูจะเป็นความฝันเดียวแล้วเป็นแกนเดียวในชีวิต เวลาครูถามตอนเด็ก ใครอยากเป็นอะไร เพื่อน ๆ ก็จะตอบหลากหลายอาชีพมาก แต่ผมก็จะตอบอย่างเดียวว่าอยากเป็นนักร้อง ชอบร้องเพลง
 

ตอนอายุเท่าไหร่ที่ชอบร้องเพลง ?


           ไอซ์ ศรัณยู : จำได้ว่าตอน ป.2 ออกไปหน้าห้องแล้วร้องเพลง คือเป็นภาพเลือนราง ๆ มาก เป็นความเลือนรางที่มันยังอยู่ลึกสุดที่จำได้ ออกไปร้องเพลงค่าน้ำนม จาก ป.2 เป็นต้นมา ก็คือจำได้ว่าเสนอตัวทุกครั้งกับกิจกรรมหน้าเสาธง หน้าห้อง หน้าโรงเรียน งานวันคริสต์มาส งานวันสุนทรภู่ งานอะไรก็ตาม เสนอตัวแล้วเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการร้องเพลงหมดเลย

ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็ก ๆ เราร้องเพลง ณ ฟีลตรงนั้นให้อะไรกับเรา ?


           ไอซ์ ศรัณยู : มันให้ทุกอารมณ์เลย เพราะว่าจำได้ว่าแม้กระทั่งแบบเสียใจ ทำผิดโดนพ่อตี หรือว่าอะไรก็ตาม มันก็จะมีเพลงป๊อปอัพขึ้นมาในหัวตลอดเวลา เป็นเพลงเศร้าบ้าง เป็นเพลงสนุกบ้าง เป็นเพลงอะไรบ้าง ก็แบบหลากหลายแบบ category ของเพลงมาก เพราะว่าคุณยายก็ฟังเพลงแบบออกลูกกรุงหน่อย แถวบ้านด้วยความที่เติบโตที่ชัยนาท คุณลุงข้าง ๆ บ้านแกก็จะฟังลูกทุ่ง ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่เราเอง คุณแม่ชอบแบบ Yesterday once more มาก ก็เลยเหมือนได้ฟังเพลงหลากหลายมาก

ไอซ์ ศรัณยู

แล้วภาพการเป็นศิลปินในวัยเด็ก กับตอนที่เราได้มาเป็นจริง ๆ เหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง ?


           ไอซ์ ศรัณยู : มีทั้งเหมือนและมีทั้งต่าง ที่เหมือนเพราะว่าตอนเด็ก ๆ เรามีความทรงจำว่าศิลปินยืนอยู่บนเวที แล้วก็สามารถที่จะเอนเตอร์เทนผู้คน ทำให้คนแบบร้องเพลงตาม เต้นตาม ยกมือตาม แต่ว่าเด็ก ๆ เราไม่ได้มองลึกเข้าไปในตัวอาชีพหรอกว่ามันมีแบบ 1 2 3 มีความกดดันใด ๆ หรือว่ามีความคาดหวังใด ๆ หรือว่าแบบมีสิ่งที่เราต้องทำใด ๆ มันก็จะเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนแต่ว่าไม่ได้คาดคิดไว้ หมายถึงว่ามันก็มีต่าง ๆ ออกมา แต่ภาพที่เหมือนก็คือเราได้เห็นตัวเองยืนอยู่บนเวทีอย่างที่เราอยากเห็นจริง ๆ เราได้เห็นเราเองแบบเอนเตอร์เทนคนจริง ๆ

ความกดดัน 1 2 3 ไม่ได้คิดมาก่อน หน้างานจริง ๆ เป็นยังไง ?


           ไอซ์ ศรัณยู : การอยู่ในวงการนี้มันไม่ใช่แค่ตัวของเรา มันมีความคาดหวัง เราอยู่บนพื้นฐานของการเอนเตอร์เทนให้ความสุขกับผู้คน มีแฟนเพลง มีอะไรก็ตาม แต่ว่างานเบื้องหลังกว่าจะออกมา 1 ชิ้น ออกมาแล้วจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า ความคาดหวังจากผู้คน ความคาดหวังจากตัวเรา หรือว่าชิ้นงานมันได้ดั่งใจไม่ได้ดั่งใจ จะต้องออนวันนี้ เกิดเหตุการณ์ออนไม่ได้ขึ้นมา หรือปล่อยออกมาแล้วถูกบล็อกช่องทางการเห็นขึ้นมา หลายอย่างมาก หรือแม้กระทั่งเคยมีชิ้นงานแบบนี้แล้วมันประสบความสำเร็จในความรู้สึกเรา พอชิ้นงานใหม่ออกมาไม่ประสบความสำเร็จเท่าเดิม มันมีทั้งจุดที่เราใจแข็งและจุดที่เราใจบาง บางช่วงของชีวิตแค่คนเดินมาทักว่า ช่วงนี้ทำอะไรอยู่ ไม่เห็นหน้าเลย ใจบางแล้ว เพราะเราก็ทำอยู่ตลอด แปลว่าเราไม่ success เหรอ หรือบางช่วงคนทักอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ เพราะว่าใจเราไม่ได้โฟกัสอยู่ตรงนั้น

คิดเห็นยังไงบ้างในการเป็นศิลปินตรงนี้ ?


           ไอซ์ ศรัณยู : วันที่เราประสบความสำเร็จ ถามว่ายากไหม ยากมากกว่าที่จะประสบความสำเร็จ แต่วันที่เราประสบความสำเร็จแล้วจะรักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ยากมาก แล้วก็ไอซ์เชื่อว่ามันไม่มีคำว่าตลอดไป ไม่มีใครเป็นซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล ไม่มีใครประสบความสำเร็จตลอดกาล ถึงแม้ว่าไอซ์นั่งบอกตัวเองอยู่แบบนี้ รู้อยู่ในทุกขณะจิตว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อมันเป็นจริง เมื่อมันไม่ประสบความสำเร็จจริง ๆ เชื่อว่าก็ไม่มีใครที่แบบว่า ฉันโอเค ไม่รู้สึกอะไรเลย เป็นไปไม่ได้ มันต้องรู้สึกนิดหนึ่ง แต่ว่ารู้สึกแล้วประคับประคองตัวเองให้ได้ รู้สึกแล้วรู้สติด้วย

ไอซ์ ศรัณยู

รู้สึกพี่เป็นคน present กับตัวเองมากเลย ดีใจที่ได้สัมผัสในมุมนี้ ?

          ไอซ์ ศรัณยู : ดีเหรอ พี่ว่าแบบในมุมที่เป็นคนแบบยิ้มสนุกสนาน แต่จริง ๆ มีความกดดันกับตัวเองค่อนข้างสูง
 

แล้วตอนที่คนทั้งประเทศ คนใจง่าย, คนมันรัก อยู่ทุกพื้นที่ ณ จุดนั้น ความรู้สึกวันนั้นเป็นไงบ้าง ?


          ไอซ์ ศรัณยู : ย้อนกลับไปตอนนั้น มันเหมือนค่อย ๆ ซึม ๆ มันไม่ป้างเดียว แต่ว่าพอย้อนกลับมาตอนนี้รู้สึกภาพมันใหญ่มากเลย แต่ ณ อารมณ์ตอนนั้น รู้สึกเหมือนมันก็ค่อย ๆ ซึม ๆ ค่อย ๆ มา คนมันรักดังเหรอ แบบว่าคนมันรักเป็นเพลงแรกในชีวิตพี่ไอซ์ ออกมาตอนแรกตอนนั้นอายุ 19 เอง แล้วยังนั่งเรือจากท่าวัดศรีบุญเรือง มาเรียนที่ มศว ประสานมิตร เพลงดังแล้วก็ยังทำแบบนั้นอยู่ตลอด จนมันเริ่มแบบว่าเดินถนนไม่ได้แล้วตอน จั๊ดจาดา เพราะว่าคือระหว่างนั้นก็จะมีคนทัก คนขอถ่ายรูป อะไรเรื่อย ๆ มาเรื่อย ๆ
 

รู้สึกยังไงบ้างตอนนั้น ?


          ไอซ์ ศรัณยู : คือคนมันรักมาถึงคนใจง่าย เกือบ 2 ปี ก็เลยเหมือนมีเวลาซึมซับมาเรื่อย ๆ แล้วมันพลิกชีวิตจริง ๆ เลยก็คือ คนใจง่าย เริ่มรู้สึกว่าไม่ได้แล้ว นี่คือมันกลายเป็นใช้ชีวิตในชีวิตปกติที่เราเคยใช้ แล้วมันได้รับความสนใจมากกว่าปกติ สร้างความแบบวุ่นวายให้กับพื้นที่ ณ ตรงนั้น ก็เลยทำให้ศิลปินดาราต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดพอสมควร รู้สึกก็แปลกดีนะ เป็นชีวิตที่ไม่คาดคิดว่าจะมี ทั้ง ๆ ที่อยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่เด็ก แต่ว่าภาพไม่ได้วางไว้ใหญ่ขนาดนั้น
 

วันที่เริ่มมีประสบการณ์ว่าทุกพื้นที่ที่เราเคยทำอะไรก็ได้ ตอนนี้มันเริ่มทำไม่ได้ วันนั้นรู้สึกยังไง ?


          ไอซ์ ศรัณยู : มันดีใจ สำหรับไอซ์ แต่ว่าแค่มันรู้สึกว่าบางอย่างมันก็ต้องเปลี่ยนไป อย่างแบบว่าพี่เป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าดังข้างทางมากเลย แต่พอวันที่ต้องย้อนกลับไปตอนนั้น มันยังไม่ใช่โลกยุคอินเทอร์เน็ตที่คนจะเห็นเราได้บ่อยขนาดนี้ เพราะฉะนั้นเวลาเขาเห็นตัวเราปุ๊บก็คือคำต่อคำเลย หมายถึงว่าจะตักอาหารเข้าปากคนก็ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหม คือแล้วเขาก็จะมีเหตุผลของเขา ซึ่งเราก็เข้าใจนะว่าเขาก็ต้องไปทำธุระอย่างอื่นต่อเหมือนกัน แต่เขาเจอเราแล้วเขาก็อยากถ่ายรูป คือมันยังไม่ใช่ยุคที่คนเห็นผ่านโซเชียล เห็นอะไรเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวนี้บางทีเขาเห็นก็แบบก็เห็นอยู่แล้วเป็นปกติ แต่สมัยก่อนมันจะเป็นขอสัมผัสได้ไหมอะไรแบบนั้น คือมันดีใจ แต่ว่าอาชีพในวงการบันเทิงก็เหมือนต้องแลกเหมือนกัน ถึงว่าได้ความรัก ได้ความชื่นชอบ แต่ว่ามุมชีวิตที่เป็นส่วนตัวก็อาจจะต้องหายไป

มีช่วงที่คนรักเรามาก ๆ หลั่งไหลเข้ามา จนเรารู้สึกหลงไปกับชื่อเสียงตัวเองมีมุมนี้บ้างไหม ?


          ไอซ์ ศรัณยู : ไม่ได้หลงกับชื่อเสียง เพราะว่าเหมือนเราค่อนข้างอยู่ติดกับครอบครัว กับคุณพ่อคุณแม่ ก็เลยทำให้มีคนคอยสะกิดพี่ตลอดเวลา แต่ถามว่าพี่ไม่ใช้คำว่าหลงกับชื่อเสียง แต่พี่หลงกับภาวะการที่คนเอาใจ เพราะว่าต้องยอมรับตรง ๆ ว่าวันใดก็ตามที่เราเป็นที่รู้จักของสังคมขึ้นมา หรือว่าประสบความสำเร็จขึ้นมา คนรอบตัวเขาก็จะอยากที่จะทำให้ดีที่สุดเพื่อเรา แต่ความอยากที่จะทำให้ดีที่สุดให้เพื่อเรา บางทีมันก็จะมีความตามใจอยู่ในนั้น พอตามใจมาก ๆ บางทีคนเรามันคุ้น เราไม่รู้ว่าอันนี้ได้เหรอ ไม่ได้เหรอ มันเหมือนคนนี้มันโดนสปอยล์มากเลย มันก็มี 2 ทาง คือถ้าแบบโดนสปอยล์มาก ๆ แล้วหลุดไปเลยกับสิ่งเหล่านั้น มันก็จะดึงตัวเองกลับมาแบบลำบากมาก ทั้งภาวะอารมณ์ การใช้ชีวิต หรืออะไรก็ตาม มันต้องมีคนที่แบบคอยบอกเราเหมือนกัน ซึ่งพี่โชคดีมาก มีเพื่อนสนิทที่มหาวิทยาลัยที่สนิทกันมาก คือด้วยความที่อาจจะแบบว่าโตมาด้วยกันตั้งแต่ก่อนที่พี่จะเข้าวงการบันเทิง และอยู่กับเราในวันที่ประสบความสำเร็จมาก ๆ แล้วคำพูดของเรามันมีอิทธิพลมาก หมายถึงว่ากับคนทำงานตรงนั้น บางทีเราไม่รู้ตัวหรอก แต่รู้สึกว่าต้องการสิ่งนี้ พูดออกไปอย่างงี้ ไม่รู้เลยว่าเขาต้องเหน็ดเหนื่อยตรากตรำคร่ำเครียดกับคำพูดของเราเพื่อให้คำพูดของเราสำเร็จ มันมีภาวะนั้น ไม่ได้หลงกับชื่อเสียง แต่ว่าเหมือนคุ้นชินกับการถูกเอาใจ
 

อยู่ในวงการมา 20 ปี มีเพื่อนแท้ในวงการหรือคนที่ไว้ใจบ้างไหมในวงการ ?


          ไอซ์ ศรัณยู : พี่ยังไม่เคยเปิดใจที่จะไว้ใจคนในวงการจนหมดใจมากกว่า แต่ไม่ได้หมายถึงเขาไม่ดี แต่ว่ามันเหมือนเราใช้ชีวิตอยู่ในวงการกับคนในวงการแบบเป็นเพื่อนในการทำงาน มีเพื่อนในการทำงานเยอะมากเลย คนจะเข้าใจว่าแบบกับ พี่เป๊ก พี่อ๊อฟ เติบโตมาด้วยกันเป็นเพื่อนสนิทกันจริง ๆ คุยกันเรื่อย ๆ แต่ว่าก็จะคุยกันด้วยเรื่องของการทำงานส่วนใหญ่ แต่ว่ามันจะไม่ได้ลึกซึ้งขนาดเพื่อนที่โตมาด้วยกันจริง ๆ เพื่อนที่สนิทมาก ๆ คือเพื่อนมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีอยู่ประมาณ 4-5 คน คุยกันทุกวัน คุยแชตกันทุกวันด้วยเรื่องไร้สาระหรืออะไรก็ตาม คุยกันได้หมดเลย เศรษฐกิจ สังคม นางงาม ทุกอย่างเลย ซึ่งกลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่คอยเตือนกันตลอดเวลา เป็นคนเพื่อนไม่เยอะ แต่ว่าเพื่อนสนิทมาก คุยทุกเรื่องจริง ๆ
 

คนส่วนใหญ่จะมอง ไอซ์ ศรัณยู เป็น Prince of Smile ตัวจริงเป็นแบบนั้นไหมเหมือนหรือต่างกัน ?


          ไอซ์ ศรัณยู : เหมือน แต่ไม่ทั้งหมด เป็นคนร่าเริงจริง เป็นคนยิ้มให้กับทุกคนจริง ๆ เพราะว่าเหมือนใน mindset เรา รู้สึกว่าอยากที่จะเอาพลังงานที่ดีให้กับคนที่เราเจอ คนที่เราสนทนาด้วย คนที่เราอยู่ด้วย แต่ที่บอกว่าเหมือนแต่ไม่ทั้งหมด เพราะว่าในอีกร่างหนึ่งเป็นคนจริงจังมาก ทำอะไรจริงจังมาก ทั้งการทำงาน ทั้งการดำเนินชีวิต มีโฟกัสที่ชัดเจน แล้วสิ่งที่จะทำให้โฟกัสของเรามันประสบความสำเร็จคือความจริงจังของตัวเราในความรู้สึก เพราะฉะนั้นก็จะมีอยู่ 2 ร่าง คือร่างที่ร่าเริงสดใสมาก เสิร์ฟความสุขให้กับทุกคน เคยได้ยินคำนี้ไหม ยิ้มให้คนทั้งโลกแต่ร้องไห้กับตัวเอง เคยเป็นสมัยก่อน เลือกที่จะเธอมีความสุขเลย เอาความสุขจากฉันไปได้เต็มที่เลย แล้วกลับมานั่งอยู่ที่บ้านแล้ววันนี้รู้สึกพลังงานหมดมากเลย แต่เดี๋ยวนี้จริงใจกับตัวเองมากขึ้นด้วยการที่แบบว่า ไม่ได้อยากที่จะทำให้ใครมีความทุกข์จากตัวพี่อยู่แล้ว แต่ว่าเราก็จะไม่เสิร์ฟขนาดนั้น คือถ้าสมัยก่อนเสิร์ฟมาเลย ทุกคนแฮปปี้ เดี๋ยวนี้เหมือนเราโตขึ้นก็จะนิ่งขึ้นด้วยนิดหน่อย

ไอซ์ ศรัณยู

มีเหตุการณ์ไหนในอดีตไหมที่ยังเป็นแผลอยู่ รู้สึกว่าถ้าย้อนกลับไปได้อยากกลับไปแก้ที่สุด ?


          ไอซ์ ศรัณยู : อยากใจดีกับตัวเองมากขึ้นในหลายเรื่องเลย คือเหมือนเราเป็นคนกดดันตัวเองมากพอสมควร ในทุก ๆ ขั้นตอนของการใช้ชีวิตและการทำงาน จะมีโกลอยู่ว่ามันจะต้องสำเร็จ ๆ แล้วใจร้ายกับตัวเองมากในการที่บอกว่าจะต้องสำเร็จ เรามีความตั้งใจ ความพยายามก็จริง แต่ว่าไม่มีคำปลอบใจให้กับตัวเอง ว่าเก่งแล้วนะ ดีแล้วนะ มันสำเร็จแล้วนะ น้อยมากสมัยก่อน ย้อนกลับไปตอนเพลง อยากโดนเป็นเจ้าของ, แพ้แล้วพาล หรือแม้กระทั่ง น่ารักเกิน ที่ทุกวันนี้คนบอกว่าเพลงเหล่านี้มันดัง ในวันเหล่านั้นย้อนกลับไป เราไม่เคยบอกตัวเองเลยนะว่าเพลงเหล่านั้นมันประสบความสำเร็จ เรายังรู้สึกว่ามันไม่เท่า คนมันรัก, คนใจง่าย มันต้องได้มากกว่านี้สิ แล้วรู้สึกว่ามันยังไม่พอหรอก ทำไมเราไม่รู้สึกขอบคุณตัวเอง ทำไมไม่รู้สึกว่าภูมิใจกับสิ่งเหล่านั้น แต่เราขอบคุณคนทำงานทุกคนนะ รู้ว่าคนทำงานทุกคนเต็มที่ พูดตลอดเวลาว่าคนทำงานทุกคนที่ทำงานให้เราเต็มที่กับพี่มาก ขอบคุณมาก ๆ เพราะว่าเราไม่ใช่มนุษย์คนเดียวที่สามารถทำทุกชิ้นงานให้มันเกิดบนโลกใบนี้ได้ คือคนทำงานเขาทำเต็มที่หมดแล้ว แต่ว่าเราจะหันกลับมาโทษตัวเองเสมอว่าหรือมันเป็นเพราะเรานี่แหละ มันไม่พอที่จะทำให้ชิ้นงานนี้ไปได้มากกว่านี้ รู้สึกว่าใจร้ายกับตัวเอง
ย้อนกลับไป 16-17 ปีก่อน เห็นตัวเองในวัยรุ่นตรงนั้น น้องคนนั้นนั่งอยู่หน้าเราตอนนี้
 

 อยากขอโทษอะไรเขาไหม ?


          ไอซ์ ศรัณยู : จริง ๆ ก็ทำเต็มที่แล้ว มันคือฟังก์ชันที่เราควบคุมไม่ได้ ถ้าถามตัวเองก็อยากบอกว่าก็เต็มที่แล้ว เก่งแล้ว บางทีมันเป็นปัจจัยที่มันไม่ได้อยู่ที่ตัวเราคนเดียว แต่ถ้าย้อนกลับไปที่ความตั้งใจ ก็ไม่มีจุดไหนที่ไม่ตั้งใจเลย รักเขา เก่งแล้ว ภูมิใจในตัวเอง มันไม่มีอะไรสำเร็จไปหมดทุกอย่างหรอก

ตอนนี้หัวใจเป็นยังไง มุมมองความรักเปลี่ยนไปไหมจากอดีตถึงปัจจุบัน ?


          ไอซ์ ศรัณยู : ก็อาจจะเปลี่ยน แต่ว่ามันเปลี่ยนมานานมากแล้วเกือบ 10 ปีแล้ว จากที่ไอซ์รู้สึกว่าความรักเป็นเรื่องส่วนตัวมาก ไม่สามารถพูดออกไปได้เลย คนคนนี้จะต้องอยู่ในมุมมืดมุมหนึ่งเท่านั้น ไอซ์กลับรู้สึกว่าไอซ์ใช้ชีวิตปกติมาก ในตอนนี้มีความรักที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วดี เขาก็เป็นคนที่ดูแลหัวจิตหัวใจเราได้ดี แล้วก็ดูแลซึ่งกันและกันได้ดี มีพื้นที่ให้กันและกัน ใช้ชีวิตปกติ เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้อยากที่จะเป็นบุคคลสาธารณะ ไม่ได้อยากเดินไปแล้วถูกมองว่าคือคนนี้ ไม่ได้อยากมีสถานะในสังคม แต่มีสถานะสำหรับเรา ครอบครัวเรา คนรอบตัวเรา เพื่อนฝูง เขา exist แต่เขาไม่ได้อยาก exist ในแสงไฟ
 

ความรักแบบไหนที่ทำให้ ไอซ์ ศรัณยู เป็นตัวเองที่สุด ?


          ไอซ์ ศรัณยู : ความรักที่พร้อมที่จะประคับประคองไปด้วยกัน พร้อมที่จะเตือนสติไปด้วยกัน เหมือนพี่ชอบเพลงเพลงหนึ่งมาก มันชื่อ “Wind Beneath My Wings” คือรู้สึกว่าความรักมันเป็นแบบนั้น คือเหมือนลมที่อยู่ใต้ปีกเรา พร้อมที่จะพยุงเราให้ขึ้น พร้อมที่จะโอบกอดเรา พร้อมที่จะเมื่อใดก็ตามที่เราต้องลง ก็ขอให้เรา landing ให้มันนิ่มที่สุดด้วยลมนี้ เพราะเราไม่สามารถ flying high แบบ higher ไปเรื่อย ๆ มันมีวันหนึ่งที่เราต้อง landing ลงพื้น เพราะฉะนั้น Win beneath my wings มันก็จะเป็นลมที่คอยประคองให้เรา อย่างน้อย ๆ เราลงแล้วเราแตะพื้น ก็ให้เราแตะให้เจ็บน้อยที่สุด มันก็เป็นความรักที่แบบนี้ เป็นความรักที่ดูแลซึ่งกันและกัน
 

แล้วปัจจุบันคิดว่าตัวเองเป็น best version ของตัวเองดีที่สุดแล้วหรือยัง ?


          ไอซ์ ศรัณยู : เกือบแล้วนะ ไม่กล้าตอบว่ามันดีที่สุด เพราะว่าก็รู้สึกว่ายังมีความคาดหวังให้ดีมากกว่านั้น ยังมีความคาดหวังอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะมีระบบกลไกในการปลอบใจตัวเองอยู่ แต่ก็คาดหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ถามว่า best หรือยัง ก็ best แต่มันอาจจะแบบมีขั้นกว่าของ best ไปอีก แต่ว่า ณ ตอนนี้สำหรับความคิดในแง่ของตัวเอง แง่ของความสำเร็จ แง่ของผู้คนรอบข้าง อยู่ในเกณฑ์ดีทั้งหมด

           สามารถติดตาม Let's Talk ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook : Life Dot, YouTube : Life Dot เวลา 18.00 น.

          คลิกชมรายการย้อนหลัง 

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ไอซ์ ศรัณยู เปิดแผลใจ 20 ปีในวงการบันเทิง ยอมรับเคยใจร้ายกับตัวเอง อัปเดตล่าสุด 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:23:46 1,989 อ่าน
TOP
x close