มาร์ค ธาวิน เปิดใจ เคยถมแบรนด์เนมทั้งตัวกว่า 10 ล้าน โดนมองว่า "สะเหล่อ"

          เปิดใจ มาร์ค ธาวิน ถมแบรนด์เนมทั้งตัวกว่า 10 ล้าน โดนมองว่า สะเหล่อ วันนี้รู้แล้วว่ามีเงินอย่างเดียวไม่ได้ !! 
มาร์ค ธาวิน

          เรียกได้ว่าใช้ประสบการณ์กว่าครึ่งชีวิต กับการคลุกคลีอยู่กับแบรนด์เนม ที่ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จัก มาร์ค ธาวิน เซเลเบอตี้ ชื่อดังผู้ที่คร่ำหวอดในวงการไฮโซมาอย่างยาวนาน เพราะตั้งแต่หัวจรดเท้า พูดเลยว่าแบรนด์เนมทั้งตัว ชนิดที่ว่ามีทุกคอลเลคชั่น ทุกสี และทุกแบบ วันนี้มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 เล่าย้อนกลับไปในอดีต เคยถมแบรนด์เนมกว่า 10 ล้านบาทออกงาน จนคนเม้าท์ให้แฟ่ด!! ว่า สะเหล่อ และวันนี้มาร์ค ธาวิน มาเล่าให้ฟังว่าใส่แบรนด์เนมยังไงให้ปัง! ให้มีพลังผลักดันชีวิตให้มีออร่า!!

ล่าสุดเลิกเป็นช่างตัดผมแล้ว ?

          คือพี่ไม่ได้อยากเป็นช่างผมตั้งแต่แรก พี่เหมาะกับการเป็นอาร์ทติส เหมาะแก่การทำงานคนเดียว แล้วตอนที่พี่เปิดร้าน แล้วทำงานกับน้อง ๆ คาแรคเตอร์ของเรากับน้องที่ร้านไปด้วยกันไม่ได้

และเวลาเราไปออกงานสังคม เราจะไม่ค่อยแฮปปี้?

          ไม่ใช่ครับ แฮปปี้ ชีวิตเรามีเงิน เรามีชีวิตสบายและการที่เราออกสังคม ไม่ใช่ว่าเราอยากดังนะ แต่เราแค่อยากแสดงให้เห็นว่าตัวเรามีคุณค่า มีโอกาสที่จะใส่เสื้อผ้าสวย ๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นช่างทำผม ยอมรับว่าแต่งตัวไม่เป็น เราตัดผมอย่างเดียว ทำอะไรที่ไม่แมตช์ชิ่งทั้งตัว และการที่เรามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ต้องเรียนรู้จากการเดินทาง การใช้ของแบรนด์เนม

          ช่วงแรกของชีวิต มาร์คสงสารตัวเองมาก เหมือนว่าอยากออกงานสังคม แต่เหมือนเราเป็นคนเสร่อ ที่มีเงินและเข้าใจว่าการซื้อกระเป๋าแพง ๆ แล้วคนจะยอมรับเรา แล้วคิดว่าการที่เราแต่งตัวถมทุกอย่าง คือการแต่งตัวดี เข้าใจว่าการถมทุกอย่างสังคมจะยอมรับ จึงทำให้เราไม่มีจุดหมายในการใช้เงิน แค่รู้สึกว่าฉันอยากมีตัวตน แล้วพอมองกลับไป ดูเหมือนว่าเราพยายามมากเกินไป เป็นคนชอบอวดของ ถือกระเป๋าราคาแพง และแต่งตัวประหลาด ๆ เวลาเข้าสังคม หรือไปงานสังคม ต่อหน้าเขาก็ชื่นชมเรา แต่ลับหลังเขาก็เม้าท์สนั่น เพราะเราคิดว่าการถูกยอมรับคือ ต้องใส่ของแบรนด์เนมแพง ๆ ตลอดระยะเวลา 10 ถึง 20 ปีที่ผ่านมา เพิ่งเข้าใจว่าการที่คนเรามีจะชื่อเสียง การสร้างตัวตนในสังคม ต้องสร้างระบบมารองรับ เพื่อให้ตัวตนนั้นมีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การซื้อของแพงใส่ เพราะบางชุดที่เราใส่ออกงานเมื่อก่อน อย่างน้อยก็ 10 ล้าน หรือมากกว่านั้น จริง ๆ มันเป็น 10 ล้าน ที่เสร่อมาก

มาร์ค ธาวิน

แต่ ณ วันนี้เราตกตะกอนแล้วว่าสิ่งไหนไม่เหมาะกับเรา ?

          อย่างทุกวันนี้ หลายคนก็จะทำคอนเทนท์ว่าแบรนด์เนมเป็นสิ่งที่อันตราย แบรนด์เนมทำให้ชีวิตพัง แต่มาร์คจะบอกว่าแบรนด์เนมทำให้มาร์คมีวันนี้ เรามีแบรนด์เนมเยอะ จนต้องทำบ้านให้เขาอยู่ เพื่อนมาร์คหลายคนก็ทำเหมือนกัน

แต่พออยู่มาวันนึงก็เลิกซื้อแบรนด์เนม ?

          จะให้มาทำบ้านหลังที่สามหลังที่สี่เพื่อเก็บแบรนด์เนมเหรอครับ (ยิ้ม) มาร์คอยากเตือนสติใครหลาย ๆ คน ถ้าเรามีเงิน และเราสะดวกในการใช้แบรนด์เนม ก็ไม่มีใครว่าเราได้ แต่เราต้องใช้แบรนด์เนมแบบฉลาด รู้จักแบบเลือกให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของตัวเรา มาร์ครักแบรนด์เนมและใช้แบรนด์เนมอย่างถูกต้อง คือต้องสร้างสนามพลังงานให้กับเรา ต้องลงทุนแบบพลังงานไม่รั่ว เลือกใช้แบบถูกต้องและถูกกับคาแรคเตอร์ (Character) ของแต่ละบุคคล เพราะแบรนด์เนมแต่ละยี่ห้อเค้าจะมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน

แต่จุดเปลี่ยนของเรา เกิดในช่วงโควิด?

          มาร์คเป็นคนชอปปิงแบบพรีออเดอร์ ก่อนโควิดมาหกเดือน เราจ่ายไปแล้ว และเราไม่คิดว่าโควิดมันจะอยู่ถึงสี่ปี ซึ่งเราต้องพรีออเดอร์ เพราะเราต้องรักษายอด ซึ่งจำเป็นสำหรับความวีวีไอพี (VVIP) ที่ติดอันดับท็อป สเปนเดอร์ (Top Spender) เราซื้อแบบกวาดทั้งราว แล้วพอมาวันนี้ของที่ชอบจริงๆ มีไม่ถึง 10% แล้วก็เลยมองว่าทำไมเราถึงเบื่อ เพราะว่าเราซื้อแบบไม่รู้ แต่สิ่งที่มาร์คอยากจะบอกว่าทำยังไงคนที่มีเงินเยอะ แต่ไม่มีข้อมูล มาร์คอยากให้ข้อมูล มาร์คอยากแนะนำว่าให้เค้าซื้อชิ้นแรกแล้วปังไปเลย ต้องรักในการจ่ายเพื่อลงทุน เมื่อก่อนเราจ่ายเพราะฟุ่มเฟือย ปัญหาของคนที่มีเงิน คือเขาไม่มีข้อมูล มีแต่ความอยาก เขาจะซื้อเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเขามีตัวตน

แต่บางคนก็บอกว่าซื้อแบรนด์เนมมันฟุ่มเฟือย จนติดกับดักนิวมันนี่?

          มาร์คว่าเราต้องคิดใหม่ คนที่ไม่เคยใช้ อย่าพูด แต่สำหรับมาร์คคือใช้แล้ว เพราะว่า แบรนด์เนมเหมาะกับคนที่มีชีวิตที่ดี คนที่ใช้คุณควรมีข้อมูล คือหลายคนมองข้ามเรื่องบุคลิกภาพ ร่างกาย เมื่อเริ่มต้นเริ่มซื้อแบรนด์เนม หลายคนมักจะซื้อกระเป๋า เครื่องเพชร แต่ไม่ได้เริ่มจากบุคลิกภาพ ร่างกายของตัวเรา ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขในบุคลิก บางคนแต่งชุดแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ทาแป้งครีมแล้วยังบ้วน ทุกอย่างคือภาพรวมทั้งหมด เสื้อผ้าที่ราคาแพง เราถมเท่าไหร่ แล้วเราดูไม่แพง เราจะโดนแบรนด์เนมขี่ มันก็ไม่ได้ขยายศักยภาพในตัวเรา แบรนด์เนมหลายคนชอบซื้อตามคนอื่น เราควรเริ่มจากบุคลิกภาพ ร่างกายของตัวเรา เริ่มจากการมีภาพลักษณ์ที่ดี และถ้าคุณประคองมันได้ การที่คุณจะเข้าสังคม สังคมจะหันมาจับจ้องคุณ คุณจะเปล่งประกาย เราต้องทำให้ได้ภายใน 3 วินาทีแรก ทำให้เค้ารู้ว่าเราเป็นคนพิเศษสำหรับงานนี้
มาร์ค ธาวิน

แล้วเราจะถือแบรนด์เนมยังไงให้มีพลัง ?

          คุณรู้ว่าแบรนด์เนมมีระดับชั้น หลายคนเข้าใจผิดว่า พอมีเงินเราก็ต้องซื้อของที่แพงที่สุด แต่คุณรู้มั้ยว่า ภาพลักษณ์ของคุณอาจจะดูต่ำสุด ไม่เปล่งประกาย อยากเป็นคนใช้แล้วเปล่งประกายมาจากข้างในต่อให้ไม่ใช้แบรนด์เนมก็ตาม แต่เราต้องทำให้ตัวเราทรงพลังในทุกกระเบียดนิ้ว แบรนด์เนมจะมีลำดับชั้น ว่าเหมาะกับตัวคุณไหม เพราะว่าการใช้แบรนด์เนมต้องทำให้ชีวิตดีขึ้น ไม่ใช่ใช้แล้วมีชีวิตที่อยู่เฉย ๆ มาร์คจะบอกว่าการใช้ แบรนด์เนมทุกวันนี้ เราต้องไม่โง่ เราต้องหาข้อมูลตรงนี้ ใครอยากที่จะพัฒนาตัวตน ใครที่อยากมีพลัง คุณต้องใช้พลัง อย่างทรงพลัง เพราะว่าเราเคยผ่านมาแล้วว่าตอนเรามีเงินใครลากไปไหนเราก็ซื้อ เพราะว่าลักชูรี่ก็ต้องเลือกเหมือนกัน

จุดเริ่มต้นที่ให้คำปรึกษา luxury intelligence?

          การที่เลือกของแบรนด์เนมให้ถูกและมีพลัง และเลือกใช้แล้ว จะพาเราไปไหน การลงทุนที่เราจะต่อยอดในสังคมที่เราอยู่ยังไง อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีชีวิตที่ไม่พร้อม แต่ถ้าใครพร้อม แล้วใครเหมาะ ก่อนนี้มาร์คเป็นคนกระหายการที่อยากให้สังคมยอมรับ การใช้เงินโดยที่เราอยากมีตัวตน ซึ่งตอนนี้มาร์คไม่อยากให้ใครเสียเวลาขนาดนั้น อยากให้ทุกคนรู้ว่าเดี๋ยวนี้เวลาสำคัญ การเดินทางครั้งนี้ ทำให้มาร์คตกตะกอนชีวิต ชีวิตตอนนี้กับตอนนั้นพลังมันต่างกัน เราจะเลือกใช้ให้มันถูกต้องกับชีวิต และเราต้องสอนให้คัดพลังอย่างมีคุณค่า และศาสตร์ที่มาร์คสอนนั้น มาร์คตกตะกอนมากว่า 20 ปี มาร์คไม่ใช่โค้ช แต่มาร์คอยากให้คนที่มาเรียนกับมาร์คมองว่า มาร์คเป็นรุ่นพี่ เพราะว่าก่อนหน้านี้เรามีเงิน แล้วเราคัน ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง ตอนนี้ที่มาร์ค์พูดอยู่ ไม่ใช่เพราะว่ามาร์คไม่รู้แต่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมามาร์คมีประสบการณ์ และเหมือนมาร์คเปิดญาณของเราเอง เราก็ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้คนใกล้ตัว

          เราสร้างตั้งแต่มายด์เซ็ท สร้างคาแรคเตอร์ใหม่ ซึ่งอย่างที่มาร์คบอกว่า อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ทุกคนสามารถถามมาร์คได้ มาร์คเปิดคลาสสอน บางทีเราก็สอนฟรีด้วยซ้ำ แต่ก็อยากจะบอกทุกคนว่าอย่าเกลียดของลักชูรี่ ต่อให้คุณไม่มีเงิน แต่คุณก็ควรจะเข้าใจ และถ้าวันไหนที่คุณมีเงิน คุณก็ควรใช้ให้มันถูก และก็บอกเราว่าของลักชูรี่ก็ไม่ได้เป็นของที่ทุกคนต้องใช้ มันเหมาะสำหรับบางคน เพราะว่าของลักชูรี่ คนรวยเค้าใช้เค้าไม่เดือดร้อน ตราบใดที่เค้าใช้แล้วเค้ายังมีความสุข แต่สำหรับคนชั้นกลาง ใช้เพื่อยกระดับฐานะ เพราะว่าเราพูดจากตัวเราเองว่าเราได้ผ่านจุดนั้นกับการถูกยกสถานะมาแล้ว เหมือนว่าเราต้องสร้างตัวตนด้วยตัวเอง

มาร์ค ธาวิน

เห็นบอกว่าการใช้แบรนด์เนม ไม่ใช่การลงทุน ?

          ถูกต้องครับ มาร์คไม่ได้แนะนำให้ทุกคนไปลงทุนนะ ถ้าคุณไม่มีข้อมูล คุณไม่สามารถลงทุนได้ เพราะว่าในอดีตมาร์คไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะดัง เราแค่คาดหวังว่า เราพอจะมีเงินซื้อเสื้อผ้าหรือกระเป๋าราคาแพง เราจะสะสมได้มากขนาดไหน จนทำให้เราคิดว่าเราจะจ่ายต่อเพื่อจะสร้างบ้านให้แบรนด์เนมไปเรื่อย ๆ เหรอ แบรนด์เนมไม่ได้เหมาะแก่การต้องมาขายต่อ แต่พลังแบรนด์เนมเหมาะกับการใช้เพื่อสู้กับพลังงานในสังคม ให้เรายกระดับ

และการที่บางคนซื้อแบรนด์เนมมาเพื่อเกร็งกำไร มันถูกต้องไหม?

          วันนี้คงต้องเลิกหลอกตัวเอง มันคือการเล่นเกมส์ มาร์คอยากให้เข้าใจเกมส์การเล่น แบรนด์เนม แบรนด์เนมไม่ได้มีประโยชน์ในการเกร็งกำไร ถ้าจะเอาประโยชน์ตรงนั้น คุณต้องเป็นพ่อค้าแม่ค้าเท่านั้น แต่ถ้าคุณซื้อมาแล้วบอกเป็นลิมิเต็ด แล้วคุณใช้ ตอนสุดท้ายราคาก็ร่วง และเราก็เคยหลงกลว่าที่มันเป็นลิมิเต็ดแล้วเราก็เก็บไว้ แล้วถึงเวลาที่จะเอาไปขาย มันเลยเวลานั้นไปแล้ว ราคามันก็ตก แล้วถ้าใครจะใช้แค่ใบ สองใบ ให้ไปซื้อมือสอง ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจะสร้างแอคเคาท์ ซื้อแค่ติดไว้เก๋ ๆ และมายืนยันว่าซื้อแบรนด์เนมแล้วได้กำไร ไม่มี กว่าคุณจะได้กำไรชิ้นนี้ ทั้งบ้านคุณเสียหมดแล้ว เพราะว่าเราจ่ายเงินไปเยอะมาก
          ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
มาร์ค ธาวิน

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
มาร์ค ธาวิน เปิดใจ เคยถมแบรนด์เนมทั้งตัวกว่า 10 ล้าน โดนมองว่า "สะเหล่อ" อัปเดตล่าสุด 1 มิถุนายน 2569 เวลา 11:49:51 2,277 อ่าน
TOP
x close