สาเหตุที่เราปิดร้านก๋วยเตี๋ยวบัวไหลต้มยำ ?
เสนาหอย : เรารู้สึกว่ามันไม่สนุกแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าออกมาละกัน ตอนนี้ก็มูฟออนแล้วกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น หลังจากนี้ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้นไปแล้วกัน เพราะเราคิดว่าถ้าเราตื่นมา ทำแล้วไม่มีความสุข เราก็จะไม่ทำ แต่พอตอนนี้เรารู้สึกว่ามันไปไม่ได้ เราก็ออกมาดีกว่า คือเปิดมาแล้ว 7 เดือน แล้วก็ขอบคุณทุกกำลังใจ พอเราประกาศออกไป ทุกคนก็ให้กำลังใจเรา ทุกคนเห็นในสิ่งที่เราทำ คนยังรักเรา เรามีความสุขมากกับการที่คนเห็นในสิ่งที่เราทำ เพราะตอนนี้เรากำลังจะมูฟออนออกไป เพื่อจะไปทำธุรกิจอาหาร เราก็คิดว่าเราก็อยากจะมีร้านอาหารที่เป็นของตัวเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต ตอนนี้กำลังทำเลย จะทำแบบคาเฟ่มัทฉะ อยู่แถวตรงตลาดมารวยพลาซ่า ตรงหทัยราษฎร์ ชื่อร้าน HOSOMI ซึ่งตอนแรกผมอยากตั้งชื่อร้านว่า หอยส้ม แต่กลัวคนจะเข้าใจผิดว่าร้านเราขายอาหารทะเลกับขายผลไม้ ก็เลยถาม chatGPT เป็นความแตกต่างที่ลงตัว อยู่ดี ๆ ก็เป็นญี่ปุ่นเฉย
ขอย้อนกลับไปร้านบัวไหลฯ คือตอนนี้ปิดกิจการเลยหรือเปล่า ?
เสนาหอย : คือถ้าในส่วนของผมคือปิดไปเลย แต่ส่วนอื่นมันจะมีอะไรเกิดขึ้น มันก็เป็นเรื่องของเขา
น้องเค้กส้มให้กำลังใจยังไงบ้าง ?
เค้กส้ม : คือเราก็ให้กำลังใจทุกวัน เพราะว่าเราก็ทำมาด้วยกัน เราอยู่ข้างเขาตลอด เราก็อยากให้เขาสู้ ปกติเขาเป็นคนสู้มาก ๆ อยู่แล้ว อาจจะมีเครียดมากในช่วงแรก เพราะอยู่ดี ๆ ก็อาจจะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเวลาที่เขาเครียด เขาจะเงียบ ๆ เป็นคนไม่ค่อยพูด จะคิดนั่นคิดนี่
แล้วพี่เปิ้ล นาคร ก็เข้ามาเมนต์ให้กำลังใจ ?
เสนาหอย : ก็ต้องบอกเลยว่าเราดีใจที่ทุกคนมาให้กำลังใจเรา ในทุก ๆ คอมเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นคุณวิลลี่ และคนอื่น ๆ และบางคนเขาไม่ได้สนิทกับเรามาก เขาก็ให้กำลังใจเรา
ส่วนอีก 1 คน คุณวิลลี่ก็ไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลย ?
เสนาหอย : ก็ต้องบอกเลยว่าผมทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องความรัก เขาอยู่กับผมในทุกสถานการณ์ หันไปยังไงก็จะเจอเขา เขาก็จะพูดว่ามึงทำได้ มึงต้องไปต่อ และบางทีผมส่งข้อความไป เขาอ่าน แต่เขาไม่ตอบ อันนี้มันแสดงให้เห็นว่าเรายังอยู่ข้างกันเสมอ รวมถึงคนอื่นเขาก็ไม่ตอบ เขาให้เหตุผลว่าเขารับทราบแล้ว คือเขาอ่านแล้ว
(ทางทีมงานวิดีโอคอลหาวิลลี่)
วิลลี่ : ก็คือจะมาให้กำลังใจคุณหอย ผมในฐานะคนบันเทิงที่เข้าไปช่วยโปรโมตให้ (หัวเราะ) ก็ขอเป็นกำลังใจให้ เพราะชีวิตก็ต้องเดินต่อไป งานบุญยังมีอีกเยอะ ก็คงต้องทำอีกเยอะ แล้วชีวิตอย่างหอยต้องผจญภัยอีกเยอะ ผมก็ต้องพาเขาไปทำบุญอีก ผมก็เห็นใจเขานะ แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมไปช่วยโปรโมต HOSOMI
พี่วิลลี่คือพ่อสื่อให้เค้กส้มได้คุยกับพี่หอย ?
วิลลี่ : ส้มอยู่กับพี่ที่รายการฮอลลีวูดเกมไนท์ พี่หอยก็ไปขอ LINE เขา ส้มก็มาถามพี่ว่า ทำยังไงดี พี่หอยมาขอ LINE ก็เลยบอกส้มไปว่าทนอีกนิดเดียว นอกจากตัวสั้นแล้ว เดี๋ยวชีวิตก็สั้น แป๊บเดียว ให้ ๆ ไปเถอะ คือถามว่าเราห่วงส้มไหม ก็คือเราตรวจเช็กมังกรของหอยแล้ว ไม่ผงาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
พี่วิลลี่มีอะไรอยากจะบอกไหม ?
วิลลี่ : ก็คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ก็บอกหอยไปว่าชีวิตมันก็เหมือนละคร ถ้ามันเรียบง่ายมันก็ไม่สนุก มันก็ต้องมีขึ้น ๆ ลง ๆ มันจะได้เร้าใจ ยังไงมันก็ต้องดูตอนจบอยู่แล้ว แต่ในระหว่างทางมันก็ต้องมีอุปสรรค สู้ต่อไปยังไงก็มีเพื่อน ๆ อยู่เคียงข้าง
เสนาหอย : ถามว่าเราอยากพูดกับเขาไหม ก็คือเอาเหมือนเดิมเลยไม่ต้องตอบ LINE เพราะว่าคุณเองก็ไม่ตอบใครอยู่แล้ว แล้วสิ่งที่คุณทำอยู่มันตอบทุกสิ่งทุกอย่างในเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ
วิลลี่ : ผมก็ต้องขอบคุณพี่หอยอย่างมาก เพราะผมกลับมาจากเมืองนอกปุ๊บ ก็มีคนทักเข้ามาว่าลี่ดูเป็นพระเอกมากเลย สำหรับคลิปสั้นที่ทำลงในโซเชียล (ยิ้ม)
แล้วตอนนี้ขอย้อนกลับไปว่าก่อนหน้าที่จะมาเจอ “เค้กส้ม” กับความเจ้าชู้ เป็นยังไงบ้าง ?
เสนาหอย : ก็ที่ผ่านมายอมรับว่าเคยมีโลกถึง 15 ใบ แต่ช่วงเวลาตรงนั้นมันผ่านมาแล้ว คือถามว่าเราบริหารยังไง หนึ่งก็คือเราส่งรูปดื่มกาแฟ ส่งรูปเซลฟี่ ส่งรูปถอดเสื้อ ผมใช้วิธีการบรอดแคสต์ บางทีก็ส่งถึงผู้ใหญ่ก็มี (หัวเราะ) ส่งแบบนี้ทุกวัน อย่างตอนนั้นที่เรามีโลก 15 ใบ เราก็มีความเชื่อของเราอยู่ตรงนั้น เราก็มีความลับของเรา มันเป็นสิ่งที่เราเลือกได้ เพราะว่าเราเองก็ไม่ได้หล่อ ซึ่งมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่มันเป็นแบบนั้น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องดี แต่เราก็มีความสุขกับตรงนั้น สุดท้ายแล้ววันหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมส่งบรอดแคสต์ไปให้ ก็เป็นเค้กส้มด้วย เค้กส้มคือเคยเป็น 1 ใน 15 ใบของผม และมีวันหนึ่งผมคิดว่าผู้หญิงคนไหนที่ได้เจอเหตุการณ์แบบนี้ ยังไงเขาก็ต้องเลิก เพราะว่าเขาจับได้ แต่ทุกคนก็รู้ว่าผมเจ้าชู้ และเขาก็ได้เจอต่อหน้า เขาจับได้ว่าผมมีคนอื่นด้วย วันนั้นจับได้แบบค่อนข้างแรง ผมคิดไว้แล้วว่าต่อจากนี้เขาก็ต้องบอกว่าเลิกผมแน่ ๆ
เค้กส้ม : คือเราจับได้ว่าเขามีคนอื่น แต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีคนอื่น เพราะว่าเขาก็แสดงออกชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาก็มีคนคุยหลายคน เพราะว่าเราเจอและเห็นจัง ๆ ว่าเขามีคนอื่น คือสรุปว่าเรารับรู้ว่าเขามีคนอื่น เราเจอหน้าเขาก็บอกว่าหนูรู้นะว่าพี่ทำอะไรไปบ้าง ก็เลยบอกว่าอยากให้เขาดูแลตัวเองนะ เพราะว่าเขาเป็นคนในวงการบันเทิง แล้วถ้ามีใครที่ไม่หวังดีกับเขา อาจจะทำให้เขาเสียหาย อาจจะกลายเป็นประเด็นก็ได้
เสนาหอย : ผมจำได้ว่าวันนั้นเขาเดินมานั่งข้าง ๆ ผม ซึ่งก่อนหน้านี้ที่บอกไปว่าในใจผมคิดว่ายังไงเขาก็ต้องบอกเลิก เราก็ต้องจำใจยอมรับว่าโดนบอกเลิก เขาก็กระซิบข้างหู หนูรักพี่นะ ผมก็คิดในใจว่าในบรรดาโลก 15 ใบของผม มันมีผู้หญิงที่คิดแบบนี้ด้วยเหรอ และถ้าเราปล่อยผู้หญิงคนนี้หลุดมือไป คงไม่มีใครที่เป็นห่วงผมมากขนาดนี้ แล้วอย่างที่บอกว่าเรื่องเนี้ยมันเป็นเรื่องครั้งหนึ่งในชีวิตที่มันมีผลต่ออนาคต ถ้าผมไม่จับมือเขาไว้ หรือเสียผู้หญิงคนนี้ไป ผมต้องเสียใจไปตลอดชีวิต หลังจากนั้นผมปิดทุกอย่าง เรื่องทุกอย่างที่เคยเป็น ปิดทุกโลกที่เหลือ ก็ปิดทุกอย่าง เพราะว่าเขาเข้ามาดูแลชีวิตผมทุกอย่าง ผมยืนยันว่าผมจะไม่ปล่อยมือเขาแน่ หลังจากวันนั้นผมก็บอกรักเขาทุกวัน และบางคนก็อาจจะบอกว่าการบอกรักทุก ๆ วัน มันจะลดค่าลงเรื่อย ๆ หรือเปล่า แต่สำหรับผมคือบอกทุกวันมันก็เพิ่มขึ้นทุกวัน
ทำไม “เค้กส้ม” ถึงยังให้โอกาสกับคนที่เจ้าชู้ที่มีโลก 15 ใบ ?
เค้กส้ม : ด้วยความที่พี่หอยเป็นคนน่ารัก เป็นคนใจดี ถ้าเราได้สัมผัสเขาจริง ๆ เขาจะเป็นคนน่ารักและอบอุ่น และเราก็รักเขา ก็อยากดูแลเขา
แต่ถ้าย้อนกลับไปเค้กส้มก็โดนคอมเมนต์ว่าคบกับพี่หอยเพราะเงินหรือเปล่า ?
เค้กส้ม : กระแสแรก ๆ ก็จะมีคอมเมนต์แนวนี้เยอะ เรามาคบพี่เขาเพราะเรื่องเงินหรือเปล่า ซึ่งเรารู้กันสองคนอยู่แล้วว่าเราคบกันเพราะอะไร เราคบกันเพราะว่าดูแลกัน
เสนาหอย : ในจุดนั้นตอนที่เขามาคบกับผม ผมก็ยังมีหนี้ 106 ล้าน ซึ่งถ้าเขามาคบกับผมเพราะว่าเรื่องเงิน ผมว่าเขาคงจะถอยห่างไปแล้ว แต่สุดท้ายเขาเข้ามาในชีวิตผม เขาจัดระบบ มันทำให้ผมฝ่าฟันตรงนั้นมาได้ เขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีวันนี้





