ภาพจาก Instagram Pammy Sutida Burtig
แพมมี่ เผยว่า จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนแรกฝ่ายชายขอห่างเพื่อทบทวนความสัมพันธ์ ช่วงแรกเธอก็พยายามตามง้อเขา แต่ด้วยหลาย ๆ อย่างมันอาจเป็นปัญหาสะสม หรือเราโตขึ้นด้วย ส่วนเรื่องที่ทำให้เลิกกัน อยากให้ไปถามอีกฝ่ายมากกว่า
ยอมรับว่าในช่วงที่ห่างกัน เธอได้ไปเจอเหตุการณ์หนึ่ง จึงรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การห่างกันธรรมดา เมื่อถูกถามว่ามีมือที่สามหรือไม่ แพมมี่ ตอบว่า ก็อยากให้ทุกคนลองไปดูกันเอง เพราะเขาทำงานตลอด ถ่ายละครตลอด ก็อาจจะไม่ค่อยมีเวลา มันเป็นเซ้นส์ของผู้หญิง แต่ก็อาจจะไม่ได้มีอะไร
ภาพจาก Instagram Pammy Sutida Burtig
ภาพจาก Instagram Pammy Sutida Burtig
ภายหลังจากเลิกกัน แพมมี่ เผยว่า เธอเลือกจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองนานเกือบ 2 เดือน ช่วงเวลานั้นหนักหนาจนถึงขั้นร้องไห้ทุกวัน น้ำหนักลดจาก 52 กิโลกรัม เหลือ 46 กิโลกรัม และถึงกับกินข้าวไปร้องไห้ไป เพราะไม่เคยเสียใจกับความรักมากขนาดนี้มาก่อน ช่วงนี้เธอเลือกกลับไปหาครอบครัวที่อุดรธานี ก่อนค่อย ๆ ดึงตัวเองกลับมาทำงานอีกครั้ง
ยอมรับว่าเสียดายเวลาที่คบกันมาจะ 8 ปี รวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เคยสร้างร่วมกันมา รวมถึงอนาคตที่เคยวางไว้ เพราะทั้งคู่เคยมีแผนแต่งงานในปีหน้า แต่วันนี้ต้องจบลงไป ปัจจุบันแม้สถานะความรักจะไม่เหมือนเดิม แต่แพมมี่ยังคงต้องทำงานร่วมกันในฐานะพาร์ตเนอร์ ช่วยดูแลงานและขายงานให้กานต์อยู่ แต่ยืนยันว่าการพูดคุยระหว่างกันเหลือเพียงเรื่องงานเท่านั้น
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กานต์ ทศน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กานต์ ทศน
แพมมี่ยังยืนยันว่าไม่อยากให้เกิดกระแสโจมตีกานต์ เพราะเธอมองว่าน้องเขายังเป็นคนน่ารักกับแฟนคลับ
ส่วนโอกาสที่จะเปิดใจ ก็ยังรอใครดี ๆ สักคนเข้ามา เธออายุ 31 แล้ว แต่ก็ยังไม่ปิดโอกาส จริง ๆ ชอบคนใจดี ชอบคนที่ชอบกอด อาจจะเปลี่ยนสเปก เพราะที่ผ่านมาสเปกก็ไม่ได้ชอบเด็กตั้งแต่แรก ส่วนตอนนี้ต้องขอรักตัวเองก่อน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กานต์ ทศน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก กานต์ ทศน






