ตั้ม วิชญะ เปิดใจครั้งแรกหลังเลิกภรรยา - เติ้ล ตะวัน ป่วยหนักเป็นไขมันพอกตับระยะสุดท้าย

          ดวงดาว จารุจินดา ควงลูกชาย ตั้ม วิชญะ เปิดใจครั้งแรกหลังเลิกภรรยา ด้าน เติ้ล ตะวัน ย้อนเล่าเคยป่วยหนักเป็นไขมันพอกตับระยะสุดท้าย
เปิดใจครอบครัว

          นักแสดงมากความสามารถ ดวงดาว จารุจินดา ที่วันนี้ควงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง ตั้ม วิชญะ และ เติ้ล ตะวัน มาเผยเรื่องราวที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน กับการเปิดใจครั้งแรกของตั้ม วิชญะ ถึงสาเหตุเลิกอดีตภรรยา ปิดฉากชีวิตรักกว่า 10 ปี พร้อมเรื่องสุดช็อกของเติ้ล ตะวัน ที่ป่วยเป็นไขมันพอกตับระยะสุดท้าย หวิดเป็นตับแข็ง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ที่มี หนิง ปณิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

ปกติที่บ้านมีอะไรจะคุยกัน แต่เรื่องราวล่าสุดที่เลิกกับภรรยา เห็นบอกว่าเป็นเรื่องที่กลุ้มใจมาก แล้วไม่คิดจะคุยกับใครเลย ?

          ตั้ม วิชญะ : จริง ๆ ผมกับอดีตภรรยา ต้องบอกก่อนว่าทุกวันนี้เรายังเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง น้องชายเขายังทำงานด้วยกันกับผม จริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลยในเรื่องของความสัมพันธ์ แต่เป็นเรื่องของธุรกิจหลัก ๆ พอคนรักกันมาทำธุรกิจด้วยกัน แล้วบริษัทมันกลายเป็นมี CEO 2 คน ที่คนหนึ่งคิดอย่างนี้ อีกคนก็คิดอย่างนี้ มันไม่ได้แบ่งหน้าที่กันชัดเจน พอมันต้องตัดสินใจร่วมกัน พอยิ่งอยู่กันไปนาน ๆ พอแนวคิดที่มันไม่ตรงกันหลาย ๆ อย่าง มันเลยทำให้กลายเป็นปัญหาที่สะสม ก็เลยเฮ้ย..เราสต็อปการเป็นหุ้นส่วนกันไปเลยดีกว่า ก็เลยค่อย ๆ เฟด ค่อย ๆ แยกกัน ทุกวันนี้ผมก็มาทำธุรกิจคนเดียว ก็มีแม่กับน้องมาช่วยซัพพอร์ต

เห็นว่าก่อนตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้ปรึกษาที่บ้านเลย โดยเฉพาะคุณแม่ ไม่เล่าให้ฟังเลย ?

          ตั้ม วิชญะ : ไม่ได้เล่าอะไรเลยครับ คือผมอายุก็เยอะแล้ว สิงหาคมนี้ 49 แล้วนะ ผมอธิบายสั้น ๆ ง่าย ๆ มันเหมือนเวลาเราเอารถไปชน ถ้าเราโทร. มาบอกแม่ แม่ก็ก็จะเป็นห่วง แต่ถ้าเราเคลียร์ เรียกประกัน จนลากรถไปเข้าอู่แล้ว แล้วค่อยบอกแม่รถชนนะ แต่เคลียร์เรียบร้อยแล้ว โอเค

แต่ที่บ้านมีอะไรจะคุยกัน ?

          ตั้ม วิชญะ : ใช่ แต่เรื่องนี้มันละเอียดอ่อน อีกอย่างพี่มีคุณยายที่อายุ 97 คือประเด็นพี่ไม่อยากให้คุณยายรู้เรื่องเลย เพราะคุณยายยังแบบ เอาของไปฝากสิ นู่นนั่นนี่ เพราะพี่มากินข้าวกับคุณยายตลอดไง พี่ก็อึดอัดอยู่ในใจ จะพูดยังไงดี แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด ไม่ได้เล่า

อาดาวมารู้ตอนไลฟ์สด ?

          ตั้ม วิชญะ : ใช่ 

          ดวงดาว : ไลฟ์สดคู่กัน แล้วก็ข่าวออกมั้ง คุณยายโทร. มา

          ตั้ม วิชญะ : ใช่ ข่าวออก คุณยายโทร. มาเลย แต่พี่อะรู้แล้ว อดีตภรรยาพี่เขาบอกว่าจะโพสต์นะ เพราะเลิกกันก็นานแล้ว เขาอยากให้ทุกคนรับรู้ มันถึงเวลาแล้วที่ต้องบอก 

เปิดใจครอบครัว

คนแรกที่ทราบเรื่องคือคุณยาย ?

          ตั้ม วิชญะ : คือคุณยายเห็นจากข่าว แต่เติ้ล ตะวัน กับแม่ พยายามถาม แต่เราไม่ได้พูดอะไร เราแค่บอกว่าตอนนี้ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน เขากลับไปบ้านพ่อแม่เขา ทำงานนู่นนั่นนี่ ยุ่ง แยกกันทำงาน คือเริ่มจากเล่าให้ฟังก่อนว่าตอนนี้แยกบริษัทกันแล้ว

อาดาวน้อยใจไหม จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตลูกเราเลย ในฐานะของคนเป็นแม่ ?

          ดวงดาว : ไม่เลยค่ะ เคารพการตัดสินใจ เพราะลูกโตหมดแล้ว แล้วเราจะไม่แบกอะไรไว้กับตัวเรา แล้วลูกเราเป็นผู้ชายทั้งคู่ เขาก็มีครอบครัวเป็นของเขา คือสิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้สำหรับพี่ตั้ม วิชญะนะ คือเขาหายไปจากชีวิตของพวกเรา แต่เราคิดว่าเขายุ่งเรื่องงาน เราไม่ไปกวน ไปยุ่ง เรามีลูกชาย ในฐานะที่เราเป็นทั้งแม่ เป็นทั้งลูก สิ่งไหนที่เราไปพูดแล้วแม่เราไม่สบายใจ เราก็จะไม่พูด และเราก็เข้าใจลูกว่าอยากจะเล่าในสิ่งที่เขาอยากจะเล่า ถ้าบางสิ่งที่เขาไม่อยากให้เราต้องรับรู้หรอกก็ไม่ต้องไปอยากรู้ เราก็แค่อยู่ตรงนี้ พร้อมรับฟัง ถ้าลูกมีปัญหาและต้องการคำปรึกษา เขาจะเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเราเองทั้งคู่ ตั้งแต่เล็กมา เราเลี้ยงมาแบบนั้น อันนี้เรายอมรับได้ทุกอย่าง ไม่ไปจุกจิกไปถาม

เติ้ล ตะวัน รู้เรื่องพี่ตั้ม วิชญะ ไหม ?

          เติ้ล ตะวัน : คือเอาจริง ๆ แม่กับผมพอจับได้แหละ แต่เนื่องจากเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน ถ้ามันไม่ได้สุดจริง ๆ เราคิดว่าเขาจัดการได้ เราก็คอยดูเขาอยู่ ก็เป็นห่วงแหละ แต่ว่าพี่ตั้ม วิชญะ เขาจะรู้ เมื่อไหร่ก็ตามที่พี่ตั้ม วิชญะ มีปัญหามาก ๆ เราจะไปหาเขาถึงบ้าน

ช่วงเวลานั้นให้กำลังใจกันยังไง ?

          ดวงดาว : เราก็อยู่ข้าง ๆ 

          ตั้ม วิชญะ : ผมต้องบอกก่อนว่า ผมเริ่มทุกอย่างใหม่จากศูนย์ เรียกว่าติดลบด้วย มันออกมาโดยที่ไม่มีอะไรอะไรเลย มาเริ่มต้นใหม่ แต่โชคดีที่ได้แม่ ได้น้อง ได้น้องสะใภ้ ช่วยประคับประคอง เพื่อนก็มี แต่เพื่อนก็คือให้กำลังใจ แต่คนที่ฉุดเรามาจากปากเหวก็คือเป็นแม่ เป็นน้อง เป็นน้องสะใภ้ เป็นคนที่เราไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยนานหลายปี เพราะเราไปโฟกัสเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องเพื่อน เรื่องอะไรไม่รู้เต็มไปหมด แล้วพอวันที่เราพลาดทั้งในเรื่องธุรกิจ เรื่องครอบครัว มันกลายเป็นว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนที่รักเราที่สุดคือคนในครอบครัว ต่อให้เราจะแย่ ล้มลุกคุกคลานขนาดไหน สุดท้ายคนที่ช่วยเหลือเราก็คือครอบครัว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าปัญหามันเริ่ม ถ้าเราปรึกษาครอบครัวก่อนมันอาจไม่ได้เลวร้ายไปกว่านี้ มันอาจจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ อยากบอกเพื่อน ๆ ทุกคน หรือวัยรุ่น ถ้ามีปัญหาอย่าเก็บไว้คนเดียว ผมกลายเป็นเหมือนคนที่แบบเก็บปัญหาไว้คนเดียวทุกเรื่อง คิดเอง ทำเอง เหมือนไม่ได้มองข้าง ๆ พอเวลาพลาดขึ้นมามันกลายเป็นว่าเราเพิ่งมาเล่าตอนมันจบ ถ้าเราเล่าปัญหาตั้งแต่แรกว่ามันเป็นแบบนี้ เรามีทั้งพ่อ มีทั้งแม่ มีทั้งน้อง มีน้องสะใภ้มาช่วย มันหลายหัวมันดีกว่าหัวเดียว เราเลยรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราพลาดไปแล้ว แต่โชคดีที่เรามีครอบครัว แล้วเป็นครอบครัวที่พร้อมจะผลักดันทุกอย่าง แล้วโชคดีธุรกิจที่พี่ทำเป็นเรื่องของออนไลน์ และโชคดีที่มีอินฟลูฯ ระดับประเทศอยู่ข้างกาย มันเลยทำให้แบบที่เราล้มลงไปแล้วฟื้นขึ้นมาในช่วงเวลาแค่ครึ่งปีที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ในช่วงตั้งไข่ธุรกิจ แต่เป็นการตั้งไข่ที่ถือว่าเร็วมาก

อาดาวฟังแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ?

          ดวงดาว : ไม่เป็นไรเลย ให้กำลังใจลูกตลอด เพราะเราเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น คนเราไม่ว่ายังไงก็ตาม ให้เรามีกำลังใจ เรามีมือ มีแขน มีขา มีกำลังกาย กำลังใจ ใจเราสู้ ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ได้ จะบอกลูกเสมอ กว่าแม่จะมาถึงทุกวันนี้ได้ก็ล้มหลายครั้ง เราก็ลุกขึ้นมาใหม่ ไม่เป็นไร เราพร้อมอยู่ข้าง ๆ แล้วก็สู้ไปด้วยกัน เราพร้อมสู้กับลูกเสมอ ก็จะเห็นว่านั่งไลฟ์ไปด้วยกัน ขายของไปด้วยกัน นู่นนี่นั่น เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

          ตั้ม วิชญะ : พี่เป็นอาชีพไลฟ์สดตั้งแต่ยุคแรก 10 ปีที่แล้ว แต่มันก็มีความเหนื่อย ความท้อ แต่พอหันมาเจอแม่ 74 แล้วยังไลฟ์อยู่เลย

          เติ้ล ตะวัน : ผมไปไลฟ์ด้วย พูดไม่ทันน่ะ

          ตั้ม วิชญะ : พี่เหนื่อยมาก ลงไลฟ์ แต่สิ่งที่เด้งมาคือ ดวงดาว จารุจินดา 4 ทุ่มยังไลฟ์อยู่เลย เรารู้สึกว่าเรามีไอดอลอยู่แล้วเราจะท้อทำไม เราเลยฮึบขึ้นมา สู้นะ เราก็มีภาระ ธุรกิจ พาร์ตเนอร์ที่หวังในตัวเรา ที่เขาเอาเงินมาลงทุนร่วมกับเรา เราก็ค่อย ๆ ประคับประคอง รับผิดชอบในสิ่งที่เราผ่านมา คือพี่มีเพื่อนมาร่วมลงทุนด้วย แต่เราพลาดที่ไปทำให้มันเจ๊ง โดยที่มัวไปใส่ใจเรื่องอื่น โดยที่ไม่สนใจธุรกิจหลักที่ถนัด คือเรื่องของออนไลน์ การขายสินค้า ตอนนี้มันเหมือนไม่มองอย่างอื่นแล้ว เรารู้แล้วสิ่งที่เราถนัดคือการขายสินค้าออนไลน์ ดังนั้น พี่เลยตัดทุกอย่างแล้วมาโฟกัสเรื่องนี้

เปิดใจครอบครัว

จริง ๆ ครอบครัวนี้คุยกันทุกเรื่อง แต่เรื่องไหนที่หนักและทำให้คุณแม่กลุ้มใจจะไม่พูด อย่างเติ้ล ตะวัน เรื่องราวก็หนักมาก ?

          เติ้ล ตะวัน : เราอยากจะเคลียร์เรื่องของเราให้ได้ก่อน ตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองใหญ่อย่างที่พี่หนิงเจอ เรารู้สึกว่าวิธีง่ายสุดตอนนั้นคือการไปดูดไขมันออก เมียติดต่อให้เรียบร้อย วางเงินเรียบร้อยแล้ว นัดวันดูดไขมันเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าต้องไปตรวจเลือดก่อน พอเปิดดูอีเมลผลเลือด เราไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ด้านขวาเราสีแดงขึ้นมาหมดเลย จาก 120 มันขึ้นไป 400 ดูแล้วขนหัวลุก คำพูดแรกที่บอกกับเมีย แม่ พ่อว่าพ่อเป็นมะเร็งแน่เลย ตอนนั้นอยู่คอนโดตรงทองหล่อ ก็ขับรถไปหาคุณหมอทันทีเลย เพื่อไปถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณหมอก็ดู เขาบอกว่าไขมันพอกตับ ถ้าอีก 6 เดือนเรายังไม่ดูแลน้ำหนักให้ลดลง เราจะเป็นตับแข็งแล้ว

นี่คือไขมันพอกตับระยะสุดท้าย ?

          เติ้ล ตะวัน : ใช่ แล้วที่มันน่ากลัวคืออะไรรู้ปะ คือมันไม่มีอาการเลย แต่ผมรู้สึกอย่างหนึ่ง พอหมอพูดว่าไขมันพอกตับ ผมจะนึกได้ ตอนเวลาผมนอน ผมจะรู้สึกว่ามันจะมีอะไรย้อย ๆ ห้อย ๆ ผมต้องสะบัดตัวให้มันเหมือนเข้าที่ พอออกมาพยาบาลบอกว่าตรวจเลือดของคุณเติ้ล ตะวัน มันแยกชั้นเลยนะ ชั้นไขมันกับชั้นเลือด มันแยกจากกัน

สาเหตุมันเกิดจากอะไร ?

          เติ้ล ตะวัน : คุณหมอบอกเลยว่า หลัก ๆ เลยคือกิน พักผ่อนไม่พอก็ส่วนหนึ่ง แต่กินเยอะ กินมากเกินไป กินแอลกอฮอล์ กินแป้ง น้ำตาล

อาดาวพอรู้ว่าน้องเติ้ล ตะวัน เป็นอย่างนี้ ?

          ดวงดาว : ไม่รู้

แล้วตอนที่ทราบหนักกว่าเรื่องพี่ตั้ม วิชญะ อีก ?

          เติ้ล ตะวัน : คือตอนที่รู้เรียบร้อยหมดแล้ว แม่เพิ่งรู้

          ดวงดาว : ไม่รู้ เขารู้กันกับภรรยา เขาไม่เอาทุกข์มาให้แม่ ไม่รู้เรื่องเลย

          เติ้ล ตะวัน : เราไม่เคยมองเลยว่าเป็นเรื่องความทุกข์ รอฟังคุณหมอ คุณหมอบอกว่า มีวิธีคือ ต้องลดความอ้วน เราก็รู้ว่ามันมีทางออก จะไปเครียดทำไม มันแก้ไขได้ เราไม่เห็นจำเป็นต้องเครียดเลย ถ้าเกิดมันสามารถแก้ปัญหาได้ โดยที่ตัวเราเองทำได้ เราก็ไม่รู้จะเครียดทำไม

คุณหมอบอกไหมว่าต้องทำยังไง ?

          เติ้ล ตะวัน : อย่างแรกคือลดน้ำหนัก ลดแป้ง น้ำตาล ลดความอ้วนให้ได้ ผมก็พยายามลดลงมา แต่เราใจไม่แข็งพอ จากที่เราเคยกินปกติ เราชอบกินก๋วยเตี๋ยว ชอบกินข้าว มันยาก มันอดใจไม่ได้

แต่ลดลงได้ 20 กิโล ?

          เติ้ล ตะวัน : ประมาณ 17 จาก 83 ตอนนี้ 66-67 อยู่ประมาณนี้

พี่ตั้ม วิชญะ เขาโสด อาดาวหวงไหม มีแฟนได้ไหม ?

          ดวงดาว : ก็แล้วแต่เขา

เข็ดไหม ?

          ตั้ม วิชญะ : ตอนนี้ขอโฟกัสทำงาน ใช้หนี้ก่อน

พี่เข็ดความรักไหม ?

          ตั้ม วิชญะ : รุ่นนี้ไม่มีเข็ดอยู่แล้ว เพียงแต่ตอนนี้สิ่งที่ผมโฟกัสมันคือการตั้งลำชีวิตใหม่ เพราะเราอยากดูแลแม่ ดูแลน้อง น้องสะใภ้ กลับคืนที่เขาดูแลเรา เราอยากกลับมาเป็นเสาหลักของครอบครัวได้อีกครั้งหนึ่ง

สเปกรอบใหม่เป็นยังไง ?

          ตั้ม วิชญะ : พี่อยากได้คนที่ฮีลใจเรามากกว่า ไม่ต้องมาทำงานด้วยกันแล้ว พอทำงานด้วยกันมันอาจจะมีแนวคิดที่ไม่ตรงกัน ตอนนี้ขอคนที่ไม่ต้องทำงานด้วยกันแล้วเข้าใจเราแค่นั้น

          ดวงดาว : ความรักเป็นสิ่งที่ดีงาม มันแล้วแต่เขา

          เติ้ล ตะวัน : หลัก ๆ ตอนนี้ผมคิดว่าพี่ตั้ม วิชญะ เขาโฟกัสเรื่องงาน พอประตูบานหนึ่งมันถูกปิดลง ประตูบานใหม่มันย่อมเปิดขึ้นเสมอ ติดตามพวกเราได้นะครับ

เปิดใจครอบครัว

          ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่อง one31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube Channel : Orange Mama
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ตั้ม วิชญะ เปิดใจครั้งแรกหลังเลิกภรรยา - เติ้ล ตะวัน ป่วยหนักเป็นไขมันพอกตับระยะสุดท้าย อัปเดตล่าสุด 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 12:28:17 4,130 อ่าน
TOP
x close