เชษฐา ยารสเอก ย้อนนาทีชีวิต ประสบการณ์เส้นเลือดหัวใจตีบ เผยคำพูดหมอที่จำไม่ลืม

          เชษฐา ยารสเอก ย้อนเล่านาทีชีวิต เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและน้ำท่วมปอด เข้าใจว่าเป็นเพียงกรดในกระเพาะอาหาร เตือนอย่ามองข้ามสัญญาณร่างกาย
เชษฐา ยารสเอก

          วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เชษฐา ยารสเอก ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดัง ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ชีวิตครั้งสำคัญ หลังเคยป่วยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงกรดในกระเพาะอาหาร แต่สุดท้ายอาการรุนแรงถึงขั้นน้ำท่วมปอดและเส้นเลือดหัวใจตีบตันทุกเส้น ต้องเข้ารับการผ่าตัดทำบายพาสหัวใจอย่างเร่งด่วน พร้อมฝากเตือนทุกคนให้หมั่นตรวจสุขภาพ และอย่ามองข้ามสัญญาณผิดปกติของร่างกาย เพราะโรคหัวใจอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว

          โพสต์ดังกล่าวระบุว่า จากข่าวการสูญเสียคุณ เร แม๊คโดแนลด์ ด้วยโรคหัวใจขาดเลือด จากเส้นเลือดหัวใจตีบ วันนี้ผมขอมาพูดถึงประสบการณ์ที่เคยเป็นโรคนี้อีกครั้ง อยากบอกว่าผมคือหนึ่งในคนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่โชคดีมาก ๆ ที่รอดชีวิตมาได้ จากการตัดสินใจไปโรงพยาบาล เพียงแค่คิดว่าตัวเองเป็นกรดในกระเพาะอาหาร

          ย้อนกลับไปคืนวันที่ 29 เข้า 30 ธันวาคม ปี 2566 เราพักอยู่ที่โรงแรมในราชบุรี กลางคืนเริ่มจุกอก หายใจไม่ค่อยออก ในหัวคิดว่าสงสัยแก๊สในกระเพาะเยอะ ก็พยายามเดิน กินยา ก็ไม่หาย จริง ๆ มีอาการมาหลายวันแล้ว แต่คืนนั้นคือแบบไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจพยายามขับรถไปโรงพยาบาลตอนตี 3

เชษฐา ยารสเอก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Chestha Yarosake

          ไปถึงก็จอดรถข้างใต้ตึก แล้วค่อยๆ เดินมาด้านหน้าเพื่อหาทางเข้าห้องฉุกเฉิน พอเจอบันไดเข้าไปถึงกับท้อเลย จำได้ว่ามันจะไม่ไหวอยู่แล้ว แต่พยายามฮึดสู้ หายใจเฮือก ๆ เข้าไป เดินทีละขั้นสองขั้นเพื่อไปให้ถึงประตูให้ได้ เหนื่อยแบบเหนื่อยขั้นสุด แต่ยังอุตส่าห์ถ่ายรูปไว้อีก พอไปถึงประตูเห็นหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้นแหละ ฟุบเลย บอกเขาว่าไม่ไหวแล้ว จุก หายใจไม่ค่อยออก เขาเลยรีบพานั่งรถเข็นแล้วไปห้องฉุกเฉิน

          ก็ได้รับการตรวจคลื่นหัวใจและอื่น ๆ ใส่เครื่องช่วยหายใจ ในหัวคือยังไม่รู้ตัวว่าหนัก นึกว่ากรดในกระเพาะ จนตอนหลังคุณหมอมาบอกว่าคืออาการหัวใจขาดเลือดและน้ำท่วมปอด เลยแอดมิตเราเข้าไอซียู นี่ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าใช่เหรอ แต่ใด ๆ คือยังไงก็ได้ ไม่ไหวแล้ว

          วันรุ่งขึ้นคุณหมอจับฉีดสีเช็กเส้นเลือดหัวใจ ปรากฏว่าเส้นเลือดตันทุกเส้น เลยถามหมอว่าแปลว่าอะไร คุณหมอบอก คุณอยู่มาได้ยังไง เส้นเลือดคุณเก่งมากที่พาคุณมาถึงวันนี้ได้ คุณหมอบอก จริง ๆ เรามีโอกาสหัวใจหยุดเต้นตายได้ทุกขณะแล้ว ณ ตอนนั้น และนั่นคือที่มาที่เราจำเป็นจะต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจทำบายพาสโดยด่วน โดยทรานส์เฟอร์ย้ายไปผ่าที่สัตหีบ

เชษฐา ยารสเอก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Chestha Yarosake

          4 มกราคม ตอน 8 โมงเช้า เราถูกเข็นจากห้องไอซียูเข้าห้องผ่าตัด ยังจำได้ว่าภาพห้องผ่าตัดที่เห็นคือปังมาก ดูดี ดูเอี่ยม ดูไม่น่ากลัว ยังบอกคุณหมอวิสัญญีเลยว่า ห้องเริ่ดกว่าที่คิดมากครับคุณหมอ แล้วนั่นก็คือประโยคสุดท้ายก่อนภาพดับ ไม่รู้อะไรอีกเลย

          รู้สึกตัวอีกทีน่าจะช่วงบ่ายที่ห้องไอซียู มีคุณหมอ คุณพยาบาลห้อมล้อม พร้อมท่อช่วยหายใจที่คอที่อึดอัดมาก แต่สักพักคุณหมอเห็นว่าหายใจเองได้เลยเอาท่อออก

          แพทย์ผู้ผ่าตัดเราคือคุณหมอเลิศเชาว์ แพทย์ศัลยกรรมทรวงอกและหัวใจมือหนึ่งของโรงพยาบาล ก่อนผ่าเราจึงค่อนข้างสบายใจถึงสบายใจมาก แต่ก็เผื่อใจไว้เหมือนกันว่าถ้าสภาพเราไม่ไหวจริงๆ แล้วจะต้องจากโลกนี้ไปก็ไปเถอะ ปล่อยวาง ไม่มีอะไรต้องยึดติด เพราะไม่มีอะไรเป็นของเราทั้งนั้น แม้กระทั่งร่างกายเราเอง แต่รอดจ้า รอดมาอย่างสบาย ๆ ตามที่คุณหมอบอกว่าใช้เวลาผ่าไม่นานและฟื้นตัวเร็ว

          หลังจากนั้นนี่สิ ไม่สบายเอาซะเลย ช่วงเวลาที่อยู่ไอซียูจนมาอยู่ห้องพิเศษ คือความทรมาน ความอึดอัดเกินคำบรรยาย ทำอะไรไม่ค่อยได้เลย มันคือเจ็บ คือตึงไปหมดทุกแผล โดยเฉพาะหน้าอก ซึ่งผ่านการชำแหละ เอ๊ย ผ่านการต้องผ่ากระดูกเพื่อเข้าไปทำบายพาสเส้นเลือดใหม่ที่หัวใจ มันเลยปวด ตึง แน่นไปหมด บอกความรู้สึกไม่ถูกจริง ๆ ช่วงที่ต้องไอเอาเสมหะก้อนใหญ่ออกมาคือความทรมานขั้นสุดอยู่ 2-3 วัน แทบจะร้องไห้เลยช่วงนั้น

          ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เรายิ่งมีความคิดที่เปลี่ยนไป มองเห็นคน เห็นโลกที่เปลี่ยนไป ชีวิตที่ 2 เราต้องไม่เหมือนชีวิตที่แล้ว เราใช้มาเต็มที่แล้ว เพราะคุณหมอบอกไว้ว่า ครั้งหน้าถ้าเป็นอีก คุณหมอการันตีชีวิตใหม่ให้ไม่ได้แล้ว มันเป็นความทรงจำที่จะฝังอยู่ในใจเราไปตลอดชีวิตแน่นอน ขอบคุณครอบครัว เพื่อนๆ และทุกคนในโซเชียล ที่ห่วงใยและเป็นกำลังใจให้ในช่วงเวลานั้น

          อยากบอกทุกคนว่า ถ้าคุณหรือคนรอบข้างมีอาการของโรค ถึงจะไม่แน่ใจ หรือใช้ชีวิตมาแบบโหมกระหน่ำ สมบุกสมบัน ขอให้หาเวลาไปตรวจไขมันในเส้นเลือด ตรวจการทำงานของหัวใจเถอะครับ เพราะโรคนี้มันไว้ใจไม่ได้ มันมีสัญญาณเตือนที่น้อยมาก หรือหลอกเรา รู้ตัวอีกทีอาจจะสาย หรืออาจจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ดูแลตัวเองกันดี ๆ นะครับ

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เชษฐา ยารสเอก ย้อนนาทีชีวิต ประสบการณ์เส้นเลือดหัวใจตีบ เผยคำพูดหมอที่จำไม่ลืม โพสต์เมื่อ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 10:41:41 10,346 อ่าน
TOP
x close