บอย ภิษณุ ตรวจพบภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว - หมอเผยภัยเงียบ หลายคนเป็นแต่อาจไม่รู้ตัว

            บอย ภิษณุ เปิดใจหลังตรวจพบ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว จนเจ้าตัวรับว่าเริ่มกลัวตาย ด้าน หมอโอ๊ค เตือนภัยเงียบที่หลายคนอาจเป็นอยู่โดยไม่รู้ตัว ชี้อันตรายถึงสโตรก 
บอย ภิษณุ

            เรียกว่าเป็นหนุ่มสายดูแลตัวเอง และมีหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มอยู่เสมอ สำหรับ บอย ภิษณุ นิ่มสกุล หรือ บอย AF2 วัย 48 ปี แต่ล่าสุด (10 กันยายน 2569) บอย ยอมรับว่า เริ่มกลัวเรื่องการเสียชีวิต หลังเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างทำงาน เมื่อจู่ ๆ มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก แถมนาฬิกาสุขภาพยังแจ้งเตือนว่าหัวใจเต้นผิดปกติ ทำให้ต้องรีบไปตรวจที่โรงพยาบาล ก่อนพบว่าตัวเองมีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือภาวะหัวใจอ่อนพริ้ว

            บอย ภิษณุ เปิดใจว่า ตอนที่รู้ผลตรวจว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ ยอมรับว่าแอบกลัวและกังวล เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่และค่อนข้างน่ากลัว เนื่องจากโรคนี้มีความรุนแรงและอันตราย หากไม่รีบรักษา ตอนนี้คุณหมอให้รับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการ และเตรียมเข้ารับการรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าที่หัวใจ ซึ่งคุณหมอบอกว่าสามารถหายขาดได้ แต่หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสโตรก อัมพาต หรือรุนแรงถึงขั้นหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้

            งานนี้ไม่ใช่แค่เจ้าตัวที่เป็นกังวล เพราะ บอย ภิษณุ เผยว่า คนที่กลัวมากกว่าเขาคือคุณแม่ เนื่องจากคุณพ่อและญาติก็เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ อีกทั้งโรคนี้สามารถเกิดจากกรรมพันธุ์ได้ ทำให้คุณแม่ยิ่งเป็นห่วงและกำชับให้ลูกชายดูแลตัวเอง พร้อมรีบรักษาให้เรียบร้อย

            จากนี้ บอย ภิษณุ เตรียมนัดคุณหมอเพื่อเข้ารับการจี้ไฟฟ้าที่หัวใจ โดยเจ้าตัวมองว่าน่าจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พร้อมตั้งใจกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งเรื่องการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะเหตุผลสำคัญที่สุดคืออยากอยู่กับลูกไปนาน ๆ เนื่องจากลูกยังเล็ก และอยากอยู่ดูพัฒนาการของเขาไปให้นานที่สุด

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

หมอโอ๊ค ให้ความรู้ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

            ล่าสุด (11 กันยายน 2569) นายแพทย์ ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ โพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack  ว่า กรณี บอย ภิษณุ อยู่ ๆ Heart Rate เพิ่มขึ้นประมาณ 180 ครั้ง/นาที มีเหงื่อแตก และพูดติด ๆ ขัด ๆ ตรวจพบ Atrial Fibrillation หรือ AF — ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว ตอนนี้กินยาอยู่

            บอย ภิษณุ นิ่มสกุล หรือ บอย AF2 ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องสุขภาพของตัวเอง หลังข่าวการเสียชีวิตของเร แม๊คโดแนลด์ ทำให้เจ้าตัวกลับมาตระหนักเรื่องสุขภาพหัวใจอีกครั้ง

            บอย ภิษณุ เล่าว่า ความผิดปกติเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงไปแข่งขัน The Mask Singer เมื่อประมาณ 6–7 ปีก่อน ตอนนั้นอยู่ ๆ Heart Rate เพิ่มขึ้นประมาณ 120 ครั้ง/นาที มีเหงื่อแตก และพูดติด ๆ ขัด ๆ โชคดีที่มีรุ่นพี่ซึ่งเคยมีอาการคล้ายกันแนะนำให้รีบไปตรวจหัวใจ จึงพบว่าตัวเองมีภาวะที่เรียกว่า Atrial Fibrillation หรือ AF - ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว และปัจจุบันยังรับประทานยารักษาอย่างต่อเนื่อง

            เรื่องนี้ทำให้ผมอยากชวนทุกคนมารู้จัก AF เพราะความน่ากลัวของโรคนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องหัวใจเต้นเร็ว แต่ภาวะแทรกซ้อนที่เรากังวลมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ ลิ่มเลือดหลุดไปอุดสมอง จนเกิด Stroke

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

AF คืออะไร ? ทำไมหัวใจถึงเต้นผิดจังหวะ ?

            หัวใจปกติไม่ได้เต้นขึ้นมาเองแบบสุ่ม ๆ แต่มีระบบไฟฟ้าของหัวใจคอยควบคุมจังหวะให้หัวใจห้องบนและห้องล่างบีบตัวประสานกัน ปกติสัญญาณไฟฟ้าจะเริ่มจาก Sinus node บริเวณหัวใจห้องบนขวา ก่อนส่งสัญญาณลงมายังส่วนต่าง ๆ ของหัวใจอย่างเป็นระเบียบ แต่ในคนที่เป็น Atrial Fibrillation จะเกิดสัญญาณไฟฟ้าที่ผิดปกติและยุ่งเหยิงขึ้นในหัวใจห้องบน

            ผลคือ แทนที่หัวใจห้องบนจะ บีบ...คลาย...บีบ...คลาย อย่างเป็นจังหวะ กลับกลายเป็นการ สั่นพลิ้ว อย่างรวดเร็วและไม่เป็นระเบียบ

            สัญญาณบางส่วนถูกส่งต่อมายังหัวใจห้องล่าง จึงทำให้ชีพจรที่เราจับได้มีลักษณะไม่สม่ำเสมอ และในบางช่วงอาจเต้นเร็วมาก นี่คือเหตุผลที่คนเป็น AF บางคนรู้สึกว่า อยู่ดี ๆ หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมา

AF มีอาการอย่างไร ?

            แต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน บางคนอาจมีใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือเต้นผิดจังหวะ เหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจไม่อิ่ม อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หน้ามืด แน่นหรือไม่สบายหน้าอก และออกกำลังกายได้น้อยลง

            บางคนเป็น ๆ หาย ๆ จนคิดว่าเกิดจากความเครียด นอนน้อย หรือดื่มกาแฟมากเกินไป แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ บางคนเป็น AF แต่ไม่มีอาการเลย อาจตรวจพบโดยบังเอิญจากการจับชีพจร ตรวจสุขภาพ หรือทำ ECG

            ดังนั้นการไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าไม่มี AF และแม้ไม่รู้สึกใจสั่น ความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดและ Stroke ในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงก็ยังมีความสำคัญ

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

แล้วอะไรทำให้เกิด AF ?

            AF ไม่ได้มีสาเหตุเดีย และบางคนก็หาสาเหตุชัดเจนไม่ได้ แต่ภาวะหรือโรคที่สัมพันธ์กับ AF ได้แก่ ความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะถ้าคุมไม่ดีเป็นเวลานาน โรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจชนิดอื่น ๆ โรคลิ้นหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวานและโรคอ้วน รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ Obstructive Sleep Apnea

            รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และปัจจัยทางพันธุกรรม

            เพราะฉะนั้นการรักษา AF จึงไม่ได้ดูเฉพาะหัวใจเต้นกี่ครั้งต่อนาที แต่ต้องตามหาด้วยว่ามีโรคหรือปัจจัยอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่

ทำไม AF ถึงเพิ่มความเสี่ยง Stroke ?

            นี่คือเรื่องที่ผมอยากให้จำมากที่สุด เมื่อหัวใจห้องบนไม่สามารถบีบตัวอย่างมีประสิทธิภาพ เลือดบางส่วนอาจไหลเวียนช้าหรือคั่งอยู่ภายในหัวใจห้องบน โดยเฉพาะบริเวณ Left Atrial Appendage

            เมื่อเลือดค้าง มีโอกาสเกิดลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจ เข้าสู่หลอดเลือดแดง และเดินทางขึ้นไปยังสมองจนไปอุดหลอดเลือดสมอง ก็สามารถเกิด Ischemic Stroke หรือสมองขาดเลือด

            ผลที่ตามมาอาจเป็นแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว สูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง หรือเสียชีวิต

            นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแพทย์ไม่ได้รักษา AF เพียงเพื่อให้ใจสั่นน้อยลง แต่หนึ่งในเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการป้องกัน Stroke

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

AF ยังทำให้หัวใจล้มเหลวได้หรือไม่ ?

            ได้ หากหัวใจเต้นเร็วมากและเป็นอยู่นาน หัวใจต้องทำงานหนักต่อเนื่อง ในบางคนอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง เกิด Tachycardia-induced cardiomyopathy และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้

            ในทางกลับกัน คนที่มีหัวใจล้มเหลวอยู่แล้วก็มีโอกาสเกิด AF มากขึ้น สองโรคนี้จึงสามารถส่งผลต่อกันได้

แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเป็น AF ?

            ถ้ามีอาการใจสั่นผิดปกติ สิ่งสำคัญคืออย่าดูแค่ตัวเลข Heart Rate เพราะหัวใจเต้นเร็วมีสาเหตุได้หลายอย่าง และ HR 120 หรือ 180 ครั้ง/นาที ไม่ได้แปลว่าเป็น AF เสมอไป

            การวินิจฉัยต้องมีการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อยืนยัน เช่น ECG / EKG

            หากอาการเป็น ๆ หาย ๆ และมาตรวจตอนหัวใจกลับมาเต้นปกติแล้ว แพทย์อาจพิจารณาใช้ Holter Monitor หรือเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจระยะยาว

            และอาจตรวจเพิ่มเติม เช่น Echocardiogram การทำงานของต่อมไทรอยด์ เกลือแร่ การทำงานของไต และโรคหรือปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

ถ้าเป็น AF แล้วรักษาอย่างไร ?

            ปัจจุบัน AF มีแนวทางรักษาหลายแบบ และไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องได้รับยาเหมือนกัน แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล โดยมีเป้าหมายสำคัญประมาณนี้ครับ

1.ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ — Rate Control

            ใช้ยาเพื่อไม่ให้หัวใจห้องล่างเต้นเร็วเกินไป เช่น ยาบางกลุ่มที่ช่วยลด Heart Rate

2. ควบคุมจังหวะหัวใจ — Rhythm Control

            ในคนที่เหมาะสม อาจใช้ยาควบคุมจังหวะหัวใจ การทำ Electrical Cardioversion หรือการรักษาด้วย Catheter Ablation เพื่อช่วยควบคุม AF

3. ป้องกันลิ่มเลือดและ Stroke

            แพทย์จะประเมินความเสี่ยง Stroke ของแต่ละคน หากมีความเสี่ยงถึงเกณฑ์ อาจจำเป็นต้องได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant)

            สำคัญมากครับว่า ไม่ใช่ผู้ป่วย AF ทุกคนต้องกินยาละลายลิ่มเลือดเหมือนกัน และไม่ควรซื้อ Aspirin หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดกินเอง เพราะต้องชั่งระหว่างประโยชน์ในการป้องกัน Stroke กับความเสี่ยงเลือดออก

4. จัดการโรคและปัจจัยเสี่ยงร่วม

            ควบคุมความดัน เบาหวาน น้ำหนัก รักษา Sleep Apnea ลดแอลกอฮอล์ เลิกบุหรี่ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และรักษาโรคหัวใจหรือไทรอยด์ที่เป็นสาเหตุร่วม

            แนวทาง AF ของประเทศไทยฉบับปี 2025 ก็เน้นการรักษาแบบองค์รวม ทั้งป้องกัน Stroke ควบคุมอาการ/จังหวะหัวใจ และจัดการโรคร่วมกับปัจจัยเสี่ยง ไม่ใช่รักษาเพียงตัวเลขชีพจรอย่างเดียว

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

เมื่อไหร่ที่หัวใจเต้นเร็วต้องรีบไปโรงพยาบาล?

            ถ้าอยู่ดี ๆ หัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะ โดยเฉพาะร่วมกับอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกหรือเหนื่อยมาก หน้ามืดหรือเป็นลม เหงื่อแตกมาก สับสน ความดันตก หรือมีอาการ Stroke เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด อย่ารอดูอาการเอง ควรไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน

            เคสของ บอย AF2 เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นว่า หัวใจเต้นผิดจังหวะไม่ควรมองข้าม

            บางครั้งมันอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีแล้วหายไป จนเราคิดว่าไม่มีอะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจที่ควรได้รับการตรวจ

            โดยเฉพาะคนที่มีความดันสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ หัวใจล้มเหลว ไทรอยด์เป็นพิษ อ้วนมาก หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ยิ่งควรระวัง

            ถ้าวันหนึ่งรู้สึกว่า ทำไมหัวใจเต้นรัวผิดปกติ? ทำไมชีพจรไม่สม่ำเสมอ? หรือทำไมอยู่ดี ๆ ใจสั่น เหนื่อย หน้ามืด? อย่าคิดว่าเป็นเพราะเครียดหรือนอนน้อยอย่างเดียว ลองจับชีพจร และไปตรวจ ECG กับแพทย์

            เพราะ AF สามารถรักษาและควบคุมได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ตรวจให้พบ ประเมินความเสี่ยง Stroke และรักษาอย่างเหมาะสม ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

บอย ภิษณุ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ภิษณุ จุฑานิ่มสกุล

ขอบคุณข้อมูลจาก
NineEntertainหมอโอ๊ค DoctorSixpack

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
บอย ภิษณุ ตรวจพบภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว - หมอเผยภัยเงียบ หลายคนเป็นแต่อาจไม่รู้ตัว อัปเดตล่าสุด 11 กันยายน 2569 เวลา 16:46:08
TOP
x close