6 วิธีเลือกกรอบแว่นให้พอดีและเข้ากับสไตล์
1. เลือกกรอบแว่นให้เหมาะกับรูปหน้า
รูปหน้าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้เลือกกรอบแว่นได้ง่ายขึ้น เพราะรูปทรงของกรอบสามารถสร้างความแตกต่างให้กับภาพรวมของใบหน้าได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกตามสูตรตายตัว ลองดูแนวทางเบื้องต้นสำหรับรูปหน้าแต่ละแบบกัน
- ใบหน้ากลม มีความโค้งมน แก้มค่อนข้างอิ่ม และความกว้างกับความยาวของใบหน้าใกล้เคียงกัน กรอบทรงเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าช่วยเพิ่มเส้นสายที่ชัดเจนให้กับใบหน้าได้
- ใบหน้าเหลี่ยม มีหน้าผากและแนวกรามที่เห็นเป็นมุมชัดเจน กรอบทรงกลมหรือวงรีช่วยเพิ่มความโค้งมน ทำให้ภาพรวมดูนุ่มนวลขึ้น
- ใบหน้ารูปไข่ มีความยาวมากกว่าความกว้างเล็กน้อยและมีสัดส่วนค่อนข้างสมดุล สามารถลองกรอบได้หลายรูปทรง ทั้งทรงกลม สี่เหลี่ยม หรือทรงแคทอาย
- ใบหน้ารูปหัวใจ มีช่วงหน้าผากกว้างกว่าคาง กรอบทรงวงรีหรือทรงนักบินที่มีสัดส่วนสมดุลอาจช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูลงตัวขึ้น
- ใบหน้ารูปเพชร มีโหนกแก้มเป็นจุดที่กว้างที่สุดของใบหน้า ส่วนหน้าผากและคางแคบกว่า กรอบทรงวงรีหรือแคทอายอาจช่วยเน้นช่วงดวงตาและเสริมความสมดุลได้
ทั้งนี้ รูปหน้าเป็นเพียงแนวทางในการเลือกเท่านั้น เพราะกรอบแว่นทรงเดียวกันอาจให้ความรู้สึกแตกต่างกันเมื่ออยู่บนใบหน้าของแต่ละคน ดังนั้นควรลองสวมจริงและพิจารณาความพอดีควบคู่กันไปด้วย
2. เลือกขนาดกรอบแว่นให้พอดีกับใบหน้า
ต่อให้กรอบแว่นมีดีไซน์สวยแค่ไหน หากขนาดไม่พอดีกับใบหน้า ก็อาจทำให้ใส่ไม่สบายหรือแว่นดูไม่สมดุลได้
ก่อนซื้อควรสังเกตความกว้างของกรอบว่าเหมาะกับใบหน้าหรือไม่ ขาแว่นไม่ควรบีบขมับหรือยื่นออกด้านข้างมากเกินไป ส่วนสะพานแว่นควรวางบนจมูกได้มั่นคง ไม่เลื่อนลงง่าย และกรอบไม่ควรกดแก้มเวลายิ้ม
อีกจุดที่ควรเช็กคือ ตำแหน่งรูม่านตาเมื่อมองตรงควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับเลนส์ โดยเฉพาะแว่นสายตาที่ต้องคำนึงถึงค่าสายตาและการจัดตำแหน่งเลนส์ด้วย
- เคล็ดลับก่อนซื้อ: ลองสวมแว่นแล้วก้มศีรษะ ยิ้ม และขยับใบหน้าเล็กน้อย เพื่อดูว่าแว่นยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ หากแว่นเลื่อนหลุดหรือกดจมูก ควรให้ร้านแว่นช่วยปรับหรือแนะนำขนาดที่เหมาะสม
3. เลือกสีกรอบแว่นให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง
สีกรอบแว่นเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ช่วยเปลี่ยนลุคได้ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตาผู้หญิงสไตล์เรียบง่าย ลุคทำงาน หรือแฟชั่นที่เน้นความโดดเด่น การเลือกสีให้เข้ากับเสื้อผ้า สีผม และความชอบส่วนตัวจะช่วยให้หยิบมาใส่ได้ง่ายขึ้น
- สีดำ คลาสสิก เข้ากับเสื้อผ้าได้หลายสไตล์ เหมาะกับคนที่ต้องการแว่นคู่หลักสำหรับใช้ทุกวัน
- สีน้ำตาลและลายกระ ให้ความรู้สึกอบอุ่น มีรายละเอียดและเข้ากับเสื้อผ้าโทนธรรมชาติได้ดี
- สีเงินและสีทอง เหมาะกับกรอบโลหะ ให้ลุคเรียบหรูหรือมินิมอลได้ตามดีไซน์
- กรอบใสหรือสีอ่อน ช่วยให้ภาพรวมดูเบาสบาย ไม่เน้นกรอบแว่นจนเกินไป
- สีสันสดใส เหมาะกับคนที่ต้องการให้แว่นเป็นจุดเด่นของลุค หรือใช้เพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัว
ส่วนการเลือกสีตามโทนผิว Warm Tone หรือ Cool Tone สามารถใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจได้ แต่ไม่จำเป็นต้องยึดตามกฎตายตัว เพราะแสง สีเสื้อผ้า และความชอบส่วนตัวก็มีผลต่อภาพรวมเช่นกัน
4. พิจารณาวัสดุและน้ำหนักของกรอบแว่น
วัสดุที่ใช้ทำกรอบแว่นมีผลทั้งต่อน้ำหนัก ความทนทาน รูปลักษณ์ และความสบายขณะสวมใส่ ก่อนเลือกซื้อจึงควรพิจารณาว่าเหมาะกับการใช้งานของตัวเองหรือไม่
- อะซิเตท (Acetate) มักพบในกรอบพลาสติกที่มีสีสันและลวดลายหลากหลาย เหมาะกับคนที่ชอบกรอบแว่นมีเอกลักษณ์หรือดีไซน์โดดเด่น
- ไทเทเนียม (Titanium) เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและทนต่อการกัดกร่อนได้ดี เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่
- สเตนเลสสตีล (Stainless Steel) มีความแข็งแรงและสามารถออกแบบเป็นกรอบโลหะที่ดูบาง เรียบง่ายได้
- กรอบวัสดุผสม ใช้วัสดุต่างชนิดร่วมกัน เพื่อให้ได้รูปลักษณ์และคุณสมบัติตามการออกแบบ
นอกจากวัสดุแล้ว อย่าลืมลองสวมเพื่อประเมินน้ำหนักจริงด้วย เพราะแว่นที่หนักเกินไปอาจทำให้รู้สึกกดบริเวณจมูกหรือหลังใบหูเมื่อใส่เป็นเวลานาน และหากมีผิวแพ้ง่าย ควรสอบถามส่วนประกอบของวัสดุที่สัมผัสผิวด้วย
5. เลือกกรอบแว่นให้เข้ากับไลฟ์สไตล์
ก่อนซื้อกรอบแว่น ลองคิดถึงกิจกรรมที่ทำเป็นประจำสักนิด เพราะแว่นที่เหมาะกับการใส่ทำงานทุกวันอาจไม่ใช่กรอบแบบเดียวกับที่เหมาะกับการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- ใส่ทำงานหรือใช้หน้าจอนาน ๆ ควรเน้นความพอดี น้ำหนักที่เหมาะสม และความสบายบริเวณจมูกกับหลังใบหู
- เดินทางหรือทำกิจกรรมนอกบ้านบ่อย ควรเลือกกรอบที่ยึดเกาะได้ดี ไม่เลื่อนง่าย และมีความทนทานเหมาะกับการใช้งาน
- ชอบแต่งตัวสไตล์มินิมอล ลองกรอบโลหะบางหรือกรอบสีดำ น้ำตาล และสีใส ซึ่งเข้ากับเสื้อผ้าได้หลายแบบ
- ชอบแต่งตัวตามเทรนด์ สามารถเลือกกรอบทรงแคทอาย กรอบหนา หรือดีไซน์ที่มีสีสันเป็นเอกลักษณ์ได้ตามความชอบ
หากต้องการแว่นเพียงคู่เดียวสำหรับใส่ในหลายโอกาส กรอบทรงคลาสสิกและสีที่แมตช์กับเสื้อผ้าได้ง่ายอาจเป็นตัวเลือกที่สะดวกกว่า แต่ถ้ามีแว่นหลายคู่ ก็สามารถเลือกดีไซน์ให้แตกต่างกันตามกิจกรรมได้เช่นกัน
6. อย่าลืมเลือกเลนส์และงบประมาณให้เหมาะสม
แม้กรอบแว่นจะเป็นส่วนที่ช่วยเสริมสไตล์ แต่สำหรับแว่นสายตา เลนส์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรตรวจวัดสายตาและเลือกเลนส์ให้เหมาะกับค่าสายตา ระยะใช้งาน และลักษณะกิจกรรม โดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาช่วยแนะนำเรื่องกำลังเลนส์และการจัดตำแหน่งเลนส์ให้เหมาะกับกรอบที่เลือก
หากต้องใช้แว่นกลางแจ้ง ควรพิจารณาเลนส์ที่มีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV อย่างเหมาะสม ส่วนคนที่ใช้แว่นเป็นประจำอาจสอบถามเรื่องการเคลือบเลนส์และการดูแลรักษาเพิ่มเติมได้
สำหรับงบประมาณ ไม่จำเป็นต้องเลือกกรอบที่มีราคาสูงที่สุดเสมอไป ควรเปรียบเทียบวัสดุ ความพอดี ความทนทาน การรับประกัน และบริการหลังการขาย รวมถึงค่าเลนส์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพื่อให้ได้แว่นที่เหมาะกับทั้งงบประมาณและการใช้งานในระยะยาว






