ครอบครัวสุขสันต์ในแบบของ นาคร ศิลาชัย









ครอบครัวสุขสันต์ในแบบของ ‘นาคร ศิลาชัย’
เรื่อง : เสาวรส

          เปิ้ล หรือ นาคร ศิลาชัย ผู้ชายคนนี้เรารู้จักเขาเป็นอย่างดี ในฐานะนักแสดงพิธีกร ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้กำกับละครเวที นักกีฬาเจ็ตสกี และผู้บริหาร บริษัท ลักษ์ 666 จำกัด ที่รวยอารมณ์ขัน ขยันสร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานเฮฮาให้แฟน ๆ มายาวนานกว่า 30 ปี

          แต่นอกเหนือจากบทบาทของงานบันเทิงแล้ว เขายังมีอีกหนึ่งบทบาทที่ทำได้ดีไม่แพ้กันนั่น คือบทบาทของการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องดูแลภรรยาสุดที่รักคือ จูน กษมา และลูกชายหญิงทั้ง 2 คือ น้องออกัส-ด.ญ.ศิศิรา อายุ 1 ขวบ 5 เดือน และน้องออร์ก้า-ด.ช.นครา ศิลาชัย อายุ 3 เดือน ซึ่งภรรยาและลูกทำให้ชีวิตของเปิ้ลในวันนี้มีความสุขทุกวันและมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตมากขึ้น จนเขาออกปากเองว่าชีวิตของเขามันช่างเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบจริงๆ...

          เปิ้ล : เพราะมันเจอคนที่แบบใช่ไง เขาเกิดมาตายเพื่อเรา จูนเคยบอกว่า “ถ้าเขารู้ว่าพี่เปิ้ลจะตายวันไหนเขา จะรีบตายก่อน เพราะเขาอยู่ไม่ได้ถ้า ไม่มีพี่เปิ้ล” คือเขาไม่อยากเศร้าเลยขอตายก่อนเลย ซึ่งเขาก็พูดจริงแต่เราก็ทำให้เป็นขำ ๆ ไป แต่ลึก ๆ แล้วรู้สึกดีและคิดว่านกเงือกมีจริงไง ถ้าตัวใดตัวหนึ่งตายอีกตัวก็ต้องตาย แล้วเขาก็ลองทำให้เราดูแล้วนะ วันหนึ่งที่เราบอกเลิกเขา ก็ตายดีกว่า เขากระโดดตึกเลยเราก็เฮ้ย...นกเงือกมีจริงโว้ย

          จะบอกว่าเขาเป็นคู่แท้ของเรามั้ย ตอนนี้ถึงไม่ใช่ก็ต้องบอกว่าใช่แล้วล่ะเพราะลูกสองแล้ว และถ้าไม่ใช่ก็ต้องเลิก แต่ถ้าไม่เลิกแสดงว่าโคตรใช่ ยิ่งอยู่ยิ่งใช่

          จูน : พี่เปิ้ลใช่สำหรับหนูตั้งแต่ปีแรกที่คบกันเลย เพราะหนูชอบคนแก่ชอบผู้ใหญ่แล้ว เขาตลกไม่เหมือนข่าวที่ผ่าน ๆ มา พอได้มาสัมผัสเขาอบอุ่น เขาทำตลกไปงั้นแหละแต่อีกมุมเขาเอาใจเก่งมาก เขาเห็นเราเลี้ยงลูกเหนื่อย แค่เขาเดินมากอดแค่นี้จบหายเหนื่อยไม่ต้องพูด เขาจะไม่มาพูดว่าจูนเหนื่อยไหม พี่สงสารนะ แค่เขาเดินมากและตบหลังแค่นั้นแหละพี่ 

          เอ๋ย...เราระทวยยอมเหนื่อยเลย หรือเทศกาลซึ่งเราก็ไม่ได้ไปเลี้ยงทุกเทศกาล แต่เขาจะพาไปกินข้าวและไม่ได้แสดงอะไรหวาน ๆ แต่จะดูแลให้ความรู้สึกกับเรา อยู่กับเราเพราะเราก็ยังเด็กไม่ใช่แต่งงานแล้วต้องปล่อยปละ

          พี่เปิ้ลจะมีมุมหวาน ๆ เหมือนกัน แต่เขาจะไม่มาบอกว่ารักเราอยู่แล้ว แต่เราจะบอกตลอดว่ารักนะ แต่เวลาเขาเล่นกับลูกเขาจะบอกผ่านลูกว่า “ป๊ะป๋ารักแม่นะ” เราก็เหรอ...เขาไม่ค่อยพูดแต่จะแสดงออก ความโรแมนติกเขาก็ไม่มีเลย จูนอยากได้ไปซื้อเลยไปเอาเลย 

          ตั้งแต่คบกันเป็นแฟนจนแต่งงานมีลูกมาถึงวันนี้ 10 ปีแล้ว เห็นว่าทะเลาะกัน แค่ 3 ครั้งเองหรือ เป็นไปได้ยังไง

          เปิ้ล : ก่อนหน้านี้ผู้หญิงที่ผมคบมาดีทุกคนนะ แต่ไม่รู้ทำไมจูนกันไม่ตรงสักที บางคนเดือนหนึ่งทะเลาะกัน 2 ครั้ง หรืออาทิตย์หนึ่งทะเลาะกัน 1 ครั้ง เราเลยมีความรู้สึกว่าจูนกันไม่ได้ และหน้าที่ของเราคือขายอารมณ์ที่ดี เพราะฉะนั้นเราก็ต้องผลิตอารมณ์ที่ดีเกิดขึ้นทุกวัน พอมาเจอคนที่อยู่ข้าง ๆ เราแล้วทำให้อารมณ์เราเสียเท่ากับคุณกำลังทำของที่ผมขายให้มันเสีย แล้วผมจะเอาอะไรขาย ลำพังทะเลาะกันอาทิตย์ละวันก็เหนื่อยแล้วนะ แต่นี่อาทิตย์ละ 3 วัน บังเอิญเราขับรถจะเลี้ยวซ้ายมีรถเลี้ยวขวาเข้ามา ก็ต้องหันไปมองขวา พอดีคนขับรถดันเป็นผู้หญิงสวยแค่นั้นแหละ “มองอะไร สวยนักเหรอ” อะไรอย่างนี้ ทะเลาะกันตลอดทาง

          ยิ่งเราทำอาชีพนี้เราไปเที่ยวผับผู้หญิงมาเจอก็ “พี่เปิ้ลขอหอมแก้มได้มั้ย” เราก็ให้หอมพอเสร็จแล้วเขาก็ไป แต่คนของเราสิ ล่อซะผับแตกเลยเพราะรับไม่ได้ จนมาถึงจูนนี่แหละ แต่ตอนแรกเขาก็เป็นหน่อย ๆ นะ เพราะไม่เข้าใจเวลามีคนมาจับแก้มมาขอถ่ายรูปมาหอมแก้มเรา เขาก็ตาแข็ง แต่เป็นแค่ประมาณเดือน 2 เดือนเขาเริ่มเข้าใจ ว่าเมื่อไหร่ ถ้าเขาไม่รักพี่เปิ้ลแสดงว่าพี่ตกงาน เพราะฉะนั้นจงดีใจที่คนมารัก พี่เยอะขนาดนี้ ฉะนั้นถ้าเขาขออะไรเราก็ให้เขา แล้วที่พี่เปิ้ลมีอย่างทุกวันนี้ได้เพราะเขาพวกนี้แหละ เขาก็เข้าใจแถมยังถ่ายรูปให้ด้วย อยู่กันมา 10 ปีทะเลาะกันแค่ 3 ครั้งถือว่าน้อยมาก น้อยไปไหมถึงได้ซื้อเลย ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกในชีวิตนะที่ทะเลาะกันน้อยมาก เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ดีและที่สำคัญเขาขี้ลืมด้วย แต่ผู้หญิงบางคนจำแม่นมาก


เปิ้ล

          ส่วนใหญ่ชีวิตคู่ต้องมีการปรับมีการจูนเข้าหากัน แต่สำหรับเปิ้ลกับจูนไม่จำเป็น

         เปิ้ล : เพราะเราตัดสินใจแล้วว่าเราแต่งงานกันเนี่ยอย่าเปลี่ยนไปนะ อย่าปรับตัวให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ จงเป็นอย่างที่เป็น เมื่อไหร่ที่ปรับหรือเปลี่ยนเนี่ยระวังเราจะเลิก เพราะที่เราเลือกเธอเพราะเธอเป็นอย่างนี้แหละ เป็นคนขี้ลืมอารมณ์ดีทำกับข้าวไม่เป็น ทุกครั้งที่จูนกินก๋วยเตี๋ยวเราต้องปรุงให้ทุกครั้ง ถ้าเราไม่ปรุงให้รสชาติจะห่วยมากจนเขากินไม่ได้ ส่วนเราจะให้เราปรับตัวเป็นคนดีเหรอ ก็ต้องมีเลวบ้าง กินเหล้าบ้าง ไม่ใช่บุหรี่ก็ไม่สูบเหล้าก็ไม่กิน รักลูกรักเมียตายห่ากันพอดี ดีไปตายไวนี่เรื่องจริง พ่อเปิ้ลเนี่ยเป็นคนรักครอบครัวมาก เป็นหัวหน้าที่ลูกน้องรักเคารพนับถือเป็นพระเปรียญสูงเป็นคนดีมาก เหล้าไม่กินบุหรี่ไม่สูบแต่พ่อตายตอนอายุ 30 กว่า เป็นโรคความดัน

          ส่วนพ่อจูนแม่จูนเล่าว่า ก็เป็นคนดีรักลูกรักเมียแต่ตายตอนอายุไม่ถึง 40 เราก็สังเกตคนที่เพอร์เฟกต์มากเกินไปสวรรค์ต้องการเร็ว เพราะฉะนั้นตัวเปิ้ลเองเวลาจะทำอะไรดีมากจะหยุดจะยั้ง เช่นข่าวเราออกไปดีเกินไปแล้ว เป็นผู้ชายรักครอบครัวเป็นนักกีฬา เป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ มันต้องมีอะไรให้สังคมด่าบ้าง ก็พยายามหาทางปฏิบัติประพฤติตัวให้ฟ้าได้เห็นบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะเอาตัวเราไปเร็ว ก็ออกไปกินเหล้าบ้าง แต่เราไม่ไปแบบมีผู้หญิงอื่นไม่เอาไม่ไปจีบใคร แล้วก็ทำคลิปล้อชาวบ้านให้เขาด่าเล่นบ้าง

         จูน : พี่เปิ้ลไม่เปลี่ยน เขาดิบยังไงตอนเป็นแฟนตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น แต่เราสิเปลี่ยนคือพูดมากขึ้นเหมือนเรามีลูกก็บ่นมาก เขาชอบบอกเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ แต่เขายังปาร์ตี้กินเหล้าตลอดเที่ยวเหมือนเดิมเอนเตอร์เทนสังสรรค์ ซึ่งจูนก็ไม่ห้ามเพราะสังคมเขาต้องคุยงาน จะให้เขามากินข้าวเย็นที่บ้านมาอยู่กับเรากับลูกนอน 2 ทุ่มไม่มี ส่วนมากเขาจะกลับบ้าน 4-5 ทุ่มเที่ยงคืน เราก็ดูลูกไป แต่ก็มีโทร.ไปหา แต่ไมได้โทร.จิก แต่ถ้าจะนอนจะโทร.ถามเขาว่าอยู่ไหนเราจะนอนแล้ว พอเขาบอกมาก็จบ คือเขากล่อมหนูตั้งแต่เป็นแฟน จนหนูชินว่าถ้าทำแบบนี้ถ้าโทร.จิกจะเลิกเพราะเขาไม่ชอบเลย แต่เขาก็จะโทร.บอกเราเป็นระยะว่าเขาไปกินเหล้าที่นี่นะ เพื่อให้เราสบายใจ แล้วเขาก็ไม่เคยทำให้เราไม่ไว้ใจไง เราก็เลยไม่รู้จะเอาความรู้สึกตรงไหนไปไม่ไว้ใจเขา แหม...แล้วเขาเป็นดาราถ้าทำอะไรไม่ดีเดี๋ยวข่าวก็มาใช่มั้ย

          บทบาทความเป็นพ่อก็ไม่ได้ทำให้เปิ้ลเปลี่ยนแปลงตัวเอง

          เปิ้ล :  ก็ไม่เปลี่ยน เข้ามารีบแต่งตัวอกมาทำงาน ตกเย็นก็ไปเฝ้าร้านอาหารไปดูร้าน แต่เราจะตื่นเช้าหน่อยปกติตื่น 10 โมงเช้า ก็จะตื่น 8 โมงเพื่อมาเล่นกับลูก 1 ชั่วโมง แล้วไปทำงาน แต่วันไหนไม่ยุ่งมากทุ่ม 2 ทุ่มก็จะกลับมาเล่นกับลูก แล้วมาดูร้าน พูดง่าย ๆ ลดเวลาตัวเองวันละ 1 ชั่วโมงเล่นกับลูกเล่านิทานให้เขาฟัง แต่ไม่ได้เลี้ยงเลย เพราะจูนกับแม่ยายประคบประหงมของเขามาก เรามีหน้าที่เล่นอย่างเดียว พาเขาไปว่า ย้ำเพราะเวลาเราไม่ได้มีมาก เราบอกจูนแต่แรกเลยว่าจูนกับแม่เลี้ยงไปนะ ส่วนเราจะหาเงินให้เขามากที่สุดก่อนเราตายแค่นั้น คือหน้าที่ของเรา

          จูน : เราแบ่งบทบาทกันชัดเจนแล้วว่าจูนเลี้ยงลูกนะ พี่ไม่ทำนะ เพราะพี่ทำงานเหนื่อยแล้ว แต่เขาก็ไม่ถึงกับไม่ดูเลยก็ช่วยดูบ้าง บางทีเรายุ่งเขา ก็ช่วยอุ้มหรือช่วยอาบน้ำให้ออกัส แต่หลัก ๆ พอลูกร้องต้องเป็นเราก่อน แต่เขาจะเล่นกับลูกเอนเตอร์เทนเล่านิทานทำกิจกรรม ซึ่งเขาจะมีแพลนของแล้ว เพราะวันหนึ่งพี่เปิ้ลเจอลูกวันละชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงเท่านั้น

         เปิ้ล :  บางคนก็บอกว่าเรามีเวลาให้ลูกน้อย แต่ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์เราจะกระเตงเขาไปด้วย ไปเล่นเจ็ตสกีก็พาไป หรือไปเขาใหญ่ให้เขาเรียนรู้เดินบนหญ้าให้เขารู้จักธรรมชาติ โตขึ้นมาเขาจะได้เป็นเด็กที่มีความเป็นธรรมชาติสูง อยู่ในสังคมไม่ตอแหล ไม่เสแสร้งแต่ต้องจริงใจ เป็นเด็กน่ารักของทุกคน

          มุมมองในการใช้ชีวิตคู่ให้มีความสุข

          เปิ้ล :  สร้างความเคารพให้เกิดขึ้นให้ครอบครัว เมื่อไหร่ที่เราเคารพเขา เราก็จะไม่ทำไม่ดีกับเขา เมื่อไหร่ที่เราสร้างให้เขาเคารพเรา เขาก็จะไม่กล้าโทร.จิกเราหรือมาเช็กมือถือของเรา เพราะมันเกิดความศรัทธาและเชื่อมือถือของเรา เพราะมันเกิดความศรัทธาแล้วเชื่อถือกันและกัน เมื่อนั้นจะเกิดความวางใจกัน

          ทุกวันนี้เราแฮปปี้กับชีวิตมาก เวลาขับรถแล้วรถติดบนทางด่วนบางทีน้ำตาไหลเลยนะ พอมองลงไปพระอาทิตย์กำลังตกแสงสวยเพลงในรถก็เพราะ ทำไมชีวิตเราสมบูรณ์แบบนี้ เป็นพระเอกหนังด้วย ทำงานทุกอย่างประสบความสำเร็จ เล่นกีฬาร่างกายก็โอเค. คิดว่าตัวเองเป็นพ่อเพอร์เฟกต์ เพราะเราไม่มีเมียน้อย เราไม่ทำให้ครอบครัวมีปัญหาเลย แค่ไม่ทำให้ครอบครัวมีปัญหา ทำให้ครอบครัวยิ้มได้ มีเงินซื้อของให้ลูกแค่นี้ก็เพอร์เฟกต์แล้ว และเวลาที่เราเล่นกับลูกแล้วเขาหัวเราะ เราก็มีความสุข ทำไมเราถึงสมบูรณ์แบบนี้ก็ร้องไห้ พอร้องไห้เสร็จปาดน้ำตา ไม่ เราต้องเลวบ้าง หามุมเลวบ้าง เพราะกลัวตายเร็วเหมือนพ่อ อันนี้เราคิดแบบนี้จริง ๆ ไม่ได้มุกนะ

          จูน : หนูคิดว่าชีวิตคู่ใครบอกไม่ปรับเลยหนูว่าไม่จริง อย่างพี่เปิ้ลเขาบอกไม่ปรับไม่เปลี่ยน หนูว่าไม่จริงเขาเปลี่ยนแต่เปลี่ยนไม่รู้ตัว เหมือนหนูบอกว่าไม่เปลี่ยนหนูเป็นแบบนี้นะเป็นตัวของตัวเอง แต่เราก็เปลี่ยนโดยไม่รู้ตัว ไม่มีหรอกคู่ไหนที่ไม่เปลี่ยนเลย มันต้องมีนิด ๆ หน่อย ๆ ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ อย่างหนูอยู่กับพี่เปิ้ล ซึ่งเราเด็กก็จริง แต่เวลาเขาผิดหรืออะไรซึ่งเขาโตแล้ว เราก็ต้องทำเป็นไม่เห็นบ้างในบางเรื่อง ต้องปล่อยบ้างถึงอยู่ด้วยกันได้ ที่สำคัญชีวิตคู่ต้องไม่โกหก ถ้าโกหกเดี๋ยวมาอีกเยอะ แล้วต้องอยู่ด้วยกันด้วยความรักและความเข้าใจ แล้วพี่เปิ้ลมีความรับผิดชอบต่อครอบครัวดีมาก ตอนเป็นแฟนเราก็ไม่เคยคิดถึงขั้นวางแผนอยากได้พ่อบ้านมาดูแลเรา แต่พอแต่งงานแล้ว เราได้เกินที่เราคิดอีก เราพอแล้ว ได้ดีกว่าที่เราคิดแล้ว เหมือนได้พ่อได้สามีได้เพื่อนในเวลาเดียวกัน (หัวเราะร่วน)


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก


 ปีที่ 38 วันที่ 22 กุมภาพันธ์-6 มีนาคม 2555 Vol.1822





เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ครอบครัวสุขสันต์ในแบบของ นาคร ศิลาชัย อัปเดตล่าสุด 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 16:37:37 8,668 อ่าน
TOP
x close