ตีท้ายครัว พาไขทุกข่าวลือ - คุยทุกเรื่องรัก เคท ไบรโอนี่

ตีท้ายครัว พาไขทุกข่าวลือ - คุยทุกเรื่องรัก เคท ไบรโอนี่

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการตีท้ายครัว โพสต์โดย คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

            บินลัดฟ้ากลับมาที่เมืองไทยได้ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับสาวสวยหุ่นดีอย่างเคท ไบรโอนี่ รอดโพธิ์ทอง ที่ควงคู่สามีสุดหล่ออย่าง ไดซ์ อีด้า ไคลน์ มาเดินสายสอนโยคะในโปรเจ็คท์แอบโซลูท ซึ่งการกลับมาของเธอในครั้งนี้สร้างความฮือฮาให้กับวงการบันเทิงไม่น้อยเลยทีเดียว...

            ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่สาวเคทจะหายหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิง เธอมีข่าวลือมากมายเต็มไปหมด ซึ่งก็ทำเอาหลายคนอยากรู้ว่าที่เธอออกจากวงการดังเช่นตามข่าวลือที่เขาว่ากันหรือไม่ ส่วนสามีสุดหล่อของเธอที่เพิ่งจะแต่งงานกันหมาด ๆ เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา เป็นใครมาจากไหน แล้วเริ่มต้นความรักกันได้อย่างไร วันนี้ทางรายการตีท้ายครัว (26 สิงหาคม) จะพาไปซอกแซกชีวิตรักและการทำงานของสาวเคท พร้อมไขคำตอบทุกข่าวลือมาให้พวกเราได้ฟังกันจ้า...

           วันนี้ถือว่าเป็นการสัมภาษณ์ครั้งพิเศษเพราะสาวเคทได้พาทุก ๆ คนมายังโรงแรมโซฟิเทล โซแบงคอก ที่เธอบอกว่าเธอถูกใจโรงแรมนี้ เพราะก่อนหน้านี้เธอต้องมาถ่ายแบบที่นี่แล้วเจอเพื่อนเก่าอย่าง ไมค์ กิ่งโพยม ซึ่งมาทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรม เธอเลยตัดสินใจมาพักอยู่ที่นี่ และที่นี่ก็สวย สงบ มาก ๆ

           สาวเคทได้เล่าถึงการกลับเมืองไทยในครั้งนี้ให้ฟังว่า เธอมาทำเวิร์คช็อปให้กับทางแอบโซลูทโยคะ ซึ่งปกติเธอจะพาชาวต่างชาติมาเรียนโยคะพร้อมท่องเที่ยวที่เมืองไทยอยู่แล้ว ส่วนครั้งนี้เธอดีใจมากเพราะจะได้สอนคนไทยด้วยกัน ซึ่งคนไทยกับหุ่นของเคทมีลักษณะคล้ายกัน และค่อนข้างตัวอ่อน แต่ครั้งนี้พอเวิร์คช็อปเสร็จเธอจะกลับมาอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน พร้อมกับชักชวนให้เหล่าพิธีกรร่วมทริปโยคะกับเธอที่สมุยด้วย

ตีท้ายครัว พาไขทุกข่าวลือ - คุยทุกเรื่องรัก เคท ไบรโอนี่

          เมื่อถามถึงเส้นทางการเป็นครูโยคะ สาวเคท กล่าวว่า เธอเริ่มเล่นโยคะมาประมาณ 15 ปีแล้ว และเพิ่งจะเริ่มเป็นครูโยคะเมื่อ 5 ปีมานี้เอง และการเล่นโยคะนี่แหละที่ทำให้เธอได้รู้จักกับ "ไดซ์" หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-ญี่ปุ่น ซึ่งตอนแรกเราต่างเป็นครูสอนโยคะแต่อยู่กันคนละห้องจนลูกศิษย์บอกว่าเราสองคนน่าจะเจอกันนะ เพราะหน้าตาเหมือนกันมาก แถมยังเป็นลูกครึ่งเหมือนกันด้วย ทางด้านไดซ์ กล่าวเสริมว่า ตอนแรกที่เห็นเคท ความรู้สึกแรกคือเขาเป็นผู้หญิงที่สวยมาก และเซ็กซี่สุด ๆ เพราะตอนนั้นเคทมีเหงื่อเต็มตัวไปหมดจากการเล่นโยคะ ถ้าถามว่าใครเป็นคนจีบใครก่อน ก็คงต้องเป็นตนอยู่แล้ว (ยิ้ม) ขณะที่สาวเคทกล่าวแบบยิ้ม ๆ ว่า ตอนนั้นก็ลุ้นให้เขาเข้ามาจีบเหมือนกัน เพราะเขาหล่อมาก (หัวเราะ)

         สาวเคท กล่าวถึงเรื่องความรักครั้งที่แล้วว่า สำหรับสามีคนเก่าตอนนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และจากประสบการณ์ครั้งแรกมันก็ทำให้ตนเห็นว่า การที่จะมีความรักครั้งที่สองนั้น มันต้องชอบอะไรเหมือน ๆ กัน มีนิสัยคล้าย ๆ เพื่อน อยู่ได้แบบไม่อึดอัด พูดกันตรง ๆ มีอะไรทำร่วมกันนาน ๆ แบบไม่เบื่อ
 
          ทางพิธีกรถามต่อว่า เพิ่งจะแต่งงานกันมาได้ 3 เดือนกว่า อยากรู้จังว่า ใครเป็นคนขอแต่ง แล้วขออย่างไร... สาวเคท เล่าว่า ไดซ์เป็นคนขอตนในขณะที่อยู่ในคลาสเรียนโยคะ ซึ่งขณะที่ตนหลับตาเป็นท่าจบคล้าย ๆ ท่านั่งสมาธิ พอลืมตาขึ้นมา เขาก็ขอตนแต่งงานเลย ตนถึงกับทำอะไรไม่ถูก เกือบจะลืมตอบตกลงไปแล้ว แต่พอได้สติก็ตอบว่า of course พร้อมกับเสียงปรบมือของเพื่อน ๆ จากนั้นตนกับไดซ์ก็ร้องไห้กันไม่หยุดเลยเป็นชั่วโมง ๆ  (หัวเราะ)

         เมื่อพูดคุยถึงเรื่องความรักกุ๊กกิ๊กกันได้สักพัก สาวเคทก็พร้อมที่จะเปิดใจถึงข่าวลือทั้งหมด โดยพิธีกรถามว่า ที่เธอต้องออกจากวงการบันเทิงทั้ง ๆ ที่เพิ่งคลอดอัลบั้มที่ 4 ออกมาได้แป๊บเดียว และยังอยู่ในระหว่างการโปรโมทนั้น เป็นเพราะสาวเคทท้องหรือเปล่า
ซึ่งเธอบอกว่า จริง ๆ เรื่องทั้งหมดก็ประมาณนั้น แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่าจะออกจากวงการบันเทิง เพียงแค่อยากจะคลอดลูกและเลี้ยงลูกที่ประเทศอเมริกา เหมือนที่แม่ตนเลี้ยงตนมา ส่วนลูกสาวของตนตอนนี้อายุ 7 ขวบแล้ว ถ้าถามว่าดื้อไหม คุณแม่ของตนบอกว่า ตนดื้อกว่าลูกของตนมาก ๆ ถือว่าโชคดีมากที่ลูกไม่ดื้อ แต่ก็ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองสูงเหมือนกัน

         ด้านพิธีกรถามต่อว่า ตอนนั้นนอกจากข่าวท้องแล้ว ยังมีคนโยงผู้ชายคนโน้นคนนี้ว่าเป็นสามีของสาวเคทอีก เกี่ยวกับเรื่องนี้ เคทตอบว่า เรื่องเม้าท์เรื่องนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ตนอยากจะไปอเมริกาเหมือนกัน เพราะจากคนที่เคยพูดดี ๆ กับตน หรือคนที่เคยสัมภาษณ์ คนใกล้ ๆ ตัว ที่เขาเคยดีกับเรา พอมีข่าวก็เอาตนไปเม้าท์แบบเสียหาย ตนอยากจะสารภาพจริง ๆ ว่าตอนนั้นตนก็รู้สึกโกรธเหมือนกัน และเมื่อปรึกษากับคนใกล้ตัว เขาก็บอกว่าตั้งแต่ตนทำงานในวงการบันเทิงไม่มีข่าวไหนดี ๆ เลย ก็น่าจะออกไปมีชีวิตของตัวเอง ไปตั้งต้นใหม่พร้อมกับสามีและลูกที่อเมริกา

ตีท้ายครัว พาไขทุกข่าวลือ - คุยทุกเรื่องรัก เคท ไบรโอนี่

        สาวเคท กล่าวต่อว่า สำหรับเพื่อนที่ให้คำปรึกษาของตนที่เมืองไทยนั้น เป็นพี่มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ พี่ชายที่แสนดีที่อยู่ข้าง ๆ ตนมาตลอด แต่ตอนที่ตนไปเมืองนอกตนก็ไม่ได้บอกลาพี่มอส และไม่ได้บอกลาใครเลยแม้แต่โปรดิวเซอร์ (หัวเราะ) ทางรายการจึงถามว่าถ้าวันนี้พี่มอสมา อยากจะบอกอะไรพี่มอส แต่ยังไม่ทันที่สาวเคทจะเอ่ยปากพูด หนุ่มมอสก็ออกมาเซอร์ไพรส์จากด้านหลัง ทำให้สาวเคทดีใจและตื้้นตันมากจนร้องไห้ออกมา

         ด้านหนุ่มมอสก็เดินเข้าไปสวมกอดน้องสาวคนนี้ด้วยความคิดถึง พร้อมกับบอกว่า เจอเคทครั้งล่าสุดก่อนที่เขาจะไปต่างประเทศ ตอนนั้นเขาแวะมาหาเอารองเท้าที่เขาซื้อจากการไปโปรโมทอัลบั้มที่ญี่ปุ่นมาให้ จากนั้นก็ไม่ได้เจออีกเลย จนกระทั่งเป็นข่าวอีกรอบ และตนก็มีโอกาสเดินทางไปอเมริกา จนติดต่อและได้เจอกันพร้อมกับไดซ์สามีสุดหล่อ (หัวเราะ)

         หนุ่มมอส กล่าวถึงความสนิทและความประทับใจระหว่างเขากับสาวเคทว่า ตนรู้จักเคทตั้งแต่ก่อนอัลบั้มแรกเสียอีก ตนประทับใจที่เคทเป็นเด็กลูกครึ่งที่หน้าตาน่ารัก และพูดตรง ๆ แต่ก็ยังมีความเป็นไทยซ่อนอยู่บ้าง ส่วนเรื่องพูดตรงของเขานั้น บางครั้งก็ทำให้ตนตกใจมาแล้ว แบบบางทีเขาก็พูดแบบใส ๆ ว่า พี่มอสถ้าเคทจะมีแฟนนะ สิ่งที่เคทมองอันดับแรก เคทจะมองก้นก่อน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ตนอึ้งมาก เพราะตนไม่คิดว่าเคทจะกล้าพูด แบบพูดแล้วหน้านิ่ง ๆ เหมือนเป็นการพูดประโยคบอกเล่าธรรมดา ๆ ส่วนสาวเคทก็ยิ้มหัวเราะเขิน ๆ พร้อมกล่าวว่า ตอนนั้นยังเด็กอยู่ ถ้าถามตนตอนนี้ตนก็ต้องตอบว่าดูที่นิสัยไม่ใช่ก้นแน่นอน

        นอกจากนี้ พิธีกรยังสืบทราบมาว่า สมัยเด็ก ๆ ได้ข่าวว่าสาวเคทนั้นขี้วีน ขี้เหวี่ยงพอสมควร ด้านสาวเคทก็ปฏิเสธเสียงหลงว่า ไม่! แต่ทว่าหนุ่มมอสกลับยกมือยืนยันว่า สาวเคทขี้วีนจริง ๆ จนต้องเชิญเหล่าโปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลง อย่าง โบ๊ต บานาน่าโบ๊ต (โปรดิวเซอร์อัลบั้ม 1-3) และ เจี๊ยบ วรรธนา วีรยวรรธน (โคโปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลง) มายืนยันเกี่ยวกับความวีน และเหวี่ยงของสาวเคท

ตีท้ายครัว พาไขทุกข่าวลือ - คุยทุกเรื่องรัก เคท ไบรโอนี่

        โดยเจี๊ยบ วรรธนา กล่าวว่า ตนไม่ได้เจอกับเคทตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว เพลงสุดท้ายที่ตนแต่งให้เคทคือเพลง "สิบคำถาม" หลังจากนั้นเคทก็หายไปเลย แต่ก่อนมารายการนี้ก็ได้เจอกันบ้างตอนช่วงต้นเดือน ส่วนเรื่องความวีนความเหวี่ยงนั้น ตอนสมัยก่อนอยากจะบอกว่าเขาเป็นคนที่อารมณ์ค่อนข้างติสท์ บางทีก็อุทานออกมาว่า ใครเป็นคนแต่งเพลงนี้วะ ร้องยาก (หัวเราะ) ส่วนทางด้านโบ๊ต กล่าวว่า ตนกับเคทก็จะตีกันตลอด เมื่อเคทร้องไม่ได้ตนก็จะถูกด่าลงมาอีกที ผลัดกันด่ากันไปด่ากันมา แต่ก็ไม่มีอะไร ตอนนั้นต่างตนต่างยังอยู่ในช่วงเกรียน (หัวเราะ) เลยมีปากเสียงกันบ้าง

         ด้านสาวเคท กล่าวตอบว่า ตนต้องขอโทษและขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่ทนตนได้ แต่ตอนนี้ตนเปลี่ยนไปแล้วนะ ส่วนทางด้านสาวเจี๊ยบก็กล่าวเสริมว่า ตอนนี้เคทเปลี่ยนไปมากจริง ๆ ทั้งสวยขึ้น เก่งขึ้น จริง ๆ แล้วเคทเป็นคนที่จริงจังกับชีวิตตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว พอเห็นเคทประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัวและคนรัก ตนก็ยินดีด้วยจริง ๆ และที่ผ่านมาสิ่งที่ตนชอบเคทมาก ๆ สิ่งหนึ่งคือ เมื่อเขาเจอข่าวแย่ ๆ แค่ไหน เคทก็ยิ้มพร้อมยักไหล่ เชิดหน้า ทำให้ทุกคนเห็นว่า เขาไม่สนใจและพร้อมก้าวต่อไปเสมอ...

         ท้ายรายการ สาวเคท และหนุ่มไดซ์ ก็ได้สอนเหล่าบรรดาพิธีกรเล่นโยคะ พร้อมโชว์โยคะท่ายาก ๆ ซึ่งแต่ละคนก็สนุกสนานกับการเรียนเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าการสัมภาษณ์เปิดอกในเทปนี้ เป็นเทปที่อบอุ่นมาก ๆ เลยทีเดียว ดูได้จากรอยยิ้มของสาวเคท ที่ยิ้มไม่หุบตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ ^ ^




คลิป ตีท้ายครัว 1/4 เคท ไบรโอนี่ : เครดิตรายการตีท้ายครัว โพสต์โดย คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม



คลิป ตีท้ายครัว 2/4 เคท ไบรโอนี่ : เครดิตรายการตีท้ายครัว โพสต์โดย คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม



คลิป ตีท้ายครัว 3/4 เคท ไบรโอนี่ : เครดิตรายการตีท้ายครัว โพสต์โดย คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม




คลิป ตีท้ายครัว 4/4 เคท ไบรโอนี่ : เครดิตรายการตีท้ายครัว โพสต์โดย คุณ DuangAesthetic สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ตีท้ายครัว พาไขทุกข่าวลือ - คุยทุกเรื่องรัก เคท ไบรโอนี่ อัปเดตล่าสุด 28 สิงหาคม 2555 เวลา 16:53:58
TOP
x close