สักปากชมพู กับ 8 เรื่องที่สาว ๆ ควรรู้ก่อนคิดสักปาก

          รวม 8 เรื่องควรรู้ก่อนสักปาก สาว ๆ คนไหนที่กำลังนึกอยากจะไปสักปากชมพูให้ดูน่าจุ๊บละก็ รีบมาศึกษาข้อมูลต่าง ๆ เก็บไว้ก่อนดีกว่า รู้ก่อน เตรียมตัวไว้จะได้อุ่นใจยังไงล่ะคะ
สักปากชมพู

          ในยุคปัจจุบันนี้สาว ๆ หันมาทำศัลยกรรมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมดั้ง กรีดตาสองชั้น อัปไซส์อึ๋ม หรือแม้แต่การ สักปากชมพู เพื่อเพิ่มสีสันบนริมฝีปากให้ดูสว่างใสน่าจุ๊บ หรือสักปากเพื่อปรับขอบปากให้ได้รูปยิ่งขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งการทำศัลยกรรมที่สาว ๆ นิยมมากในตอนนี้ โดยเฉพาะสาวที่มีริมฝีปากดำคล้ำ แต่การสักปากก็ไม่ได้ทำง่าย ๆ เหมือนการซื้อลิปสติก ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนคิดจะทำ ว่าปลอดภัยหรือไม่อย่างไร เพราะหากพลาดแล้ว ริมฝีปากอาจเน่าได้ค่ะ

          และหากสาว ๆ คนไหนที่กำลังวางแผนอยากจะไปสักปากชมพูกับเขาบ้างละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมก็มีคำแนะนำดี ๆ พร้อมกับข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการสักปากอมชมพูมาฝากสาว ๆ ทุกคนแล้ว รู้ก่อน เตรียมตัวไว้จะได้อุ่นใจ พอถึงเวลาสักปากจริง ๆ จะได้ไม่เกิดความวิตกกังวลค่ะ ^_^

1. การสักปากชมพู คืออะไร

          การสักปาก คือ การฝังสี หรือ เพนต์ ด้วยวิธีการสักสีลงไปที่บริเวณริมฝีปากโดยแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่องมือสักตามแต่ละคลินิกหรือสถานที่นั้น ๆ เลือกใช้ ปัจจุบันมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง สีส้ม สีแดง สีชมพู ไปจนถึงการสักแบบไล่เฉด เหมือนกำลังทาทินต์หรือลิปจิ้มจุ่มยังไงอย่างงั้น ส่วนค่าใช้จ่ายนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละที่ โดยเริ่มตั้งแต่ที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทค่ะ

2. เตรียมตัวอย่างไรก่อนสักปาก

          เมื่อตัดสินใจเลือกสถานที่สักปากได้แล้ว ก็ถึงขั้นตอนการเตรียมตัวค่ะ ซึ่งขอแนะนำว่าให้งดกินวิตามินหรืออาหาเสริมทุกชนิดก่อนสักปาก 1 สัปดาห์ เพราะวิตามินหรืออาหารเสริมบางตัวอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าได้ นอกจากนี้ควรหมั่นทาลิปมันบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นล่วงหน้า 2 สัปดาห์ และเมื่อถึงวันสักปากก็ควรกินอาหารให้เรียบร้อย เพราะการสักปากใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง และไม่สามารถดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ในขณะนั้น

สักปากชมพู

3. ขั้นตอนการสักปากชมพู

          เมื่อสาว ๆ เลือกสีสันที่ต้องการจะสักปากได้แล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนของการทายาชาบริเวณริมฝีปากค่ะ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ยาชาจึงเริ่มออกฤทธิ์ แล้วจึงเริ่มสู่กระบวนการสักปากชมพู เนื่องจากการสักปากใช้เวลาค่อนข้างนาน หากรู้สึกว่ายาชาเริ่มอ่อนฤทธิ์ หรือรู้สึกเจ็บที่ริมฝีปาก ให้แจ้งแพทย์หรือผู้สักทันทีเพื่อฉีดยาชาเพิ่มเติมค่ะ

4. สักปากกี่วันหาย

          หลังสักปากเสร็จ บางรายอาจรู้สึกตึง ๆ เจ็บที่ริมฝีปาก และมีอาการบวมประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือในบางรายอาจบวมประมาณ 1-2 วัน โดยหลังจากสักปากเสร็จจะได้สีปากคล้ายกับการทาลิปสติกสีที่เราเลือกไปในครั้งแรก จากนั้นในช่วงวันที่ 2 ริมฝีปากก็จะค่อย ๆ ลอกออก ใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน ปากจึงจะลอกหมด และได้สีปากจริง ๆ ที่อ่อนลงกว่าสีที่เราสักในตอนแรกเล็กน้อย บางรายสีปากอาจยังไม่สม่ำเสมอ ซึ่งต้องรอให้ริมฝีปากผลัดเซลล์ผิวจนเข้าที่ก่อน ภายในระยะเวลา 2-3 เดือน จึงจะได้สีปากที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ

5. หลังสักปากโดนน้ำได้ไหม

         
สำหรับสาว ๆ ที่เพิ่งไปสักปากชมพูมา และกำลังกังวลว่าสักปาก แปรงฟันได้ไหม ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกลัวว่าริมฝีปากจะสัมผัสน้ำไม่ได้นะคะ เพราะว่ายังสามารถอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน และบ้วนปากได้ตามปกติ เพียงแต่อาจหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาบ้วนปากหรือยาสีฟันที่มีฤทธิ์รุนแรง ไม่งั้นอาจแสบริมฝีปากได้  โดยหลังจากล้างหน้า บ้วนปากเสร็จแล้ว ให้ใช้กระดาษทิชชู่ซับปากเบา ๆ จนแห้งค่ะ

6. วิธีดูแลตัวเองหลังสักปาก

          หากรู้สึกบวมเจ็บที่ริมฝีปากแนะนำให้กินยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวด ลดบวม และใช้ผ้าปิดแผลไว้ ทั้งนี้ควรทายารักษาแผลจากการสักปากซึ่งแพทย์จะเป็นผู้จ่ายยาให้ หรือทาวาสลีนเจล ก็จะช่วยให้แผลสักปากหายเร็วขึ้น ทาเป็นประจำจนกว่าแผลที่แห้งจะลอกออกหมด (ระยะเวลา 3-7 วัน) ที่สำคัญห้ามแคะ แกะ เการิมฝีปากเด็ดขาด รวมถึงควรงดกินอาหารที่มีรสจัด ของหมักของดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ปากยังลอกไม่หมด นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ และหมั่นรักษาความสะอาดด้วยการบ้วนปาก และใช้น้ำเกลือเช็ดริมฝีปาก หลังรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

สักปากชมพู

7. สักปากชมพู อยู่ได้นานแค่ไหน


          หลังสักปากชมพูได้สักระยะ แผลที่สักปากจะเริ่มลอก และเริ่มเห็นสีได้ชัดเจนบางส่วนแต่ยังไม่สม่ำเสมอ ควรรอให้แผลลอกหมดก่อน จึงจะเห็นสีปากทั้งหมด ซึ่งสีจะติดประมาณ 30-50% บางรายที่มีริมฝีปากคล้ำมาก อาจต้องทำการสักซ้ำอีกครั้งเพื่อความสมบูรณ์ แต่โดยส่วนมากช่างสักหรือแพทย์จะนัดสักปากซ้ำหลังจากสักไปแล้วประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาของสีที่สักปาก จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับเทคนิคความเชี่ยวชาญ วัสดุเครื่องมือ ราคาต้นทุน และปัจจัยประกอบอื่น ๆ ค่ะ

8. ข้อดี ข้อเสีย เมื่อเปรียบเทียบกับการแก้ไขปัญหาปากดำด้วยวิธีอื่น ๆ


          จะเห็นได้ว่าการสักปากนั้นเป็นวิธีที่ช่วยเปลี่ยนสีปากให้สวยขึ้นได้ตามใจสั่ง แถมยังอยู่ทน อยู่นานติดริมฝีปากไปตลอด โดยไม่ต้องง้อลิปสติก ซึ่งจะว่าไปก็คล้าย ๆ กับการเลเซอร์ปากชมพู ส่วนข้อเสียอาจเป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายที่มีราคาสูง รวมไปถึงผลข้างเคียงหลังการสัก เช่น การอักเสบบวมแดงอยู่หลายอาทิตย์ ซึ่งหากสาว ๆ อยากสวย ก็ต้องยอมเจ็บตัวเป็นธรรมดา แต่อย่างไรก็ต้องคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจนะคะ

          เมื่อสาว ๆ ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการสักปากชมพูแล้ว ก็หวังว่าคงทำให้รู้สึกมั่นใจ และมีความพร้อมมากขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจสักปากนะคะ ทั้งนี้ก็ควรเลือกสักปากกับคลินิกที่น่าเชื่อถือและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่หลงเชื่อการสักปากราคาถูก ที่อาจใช้วัตถุดิบไม่มีคุณภาพ ไม่ปลอดภัย และอาจส่งผลเสียต่อริมฝีปากสวย ๆ ของคุณได้ค่ะ


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สักปากชมพู กับ 8 เรื่องที่สาว ๆ ควรรู้ก่อนคิดสักปาก โพสต์เมื่อ 11 มีนาคม 2556 เวลา 13:39:03 50,517 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP