ทองแพงบาดใจ พลิกกลยุทธ์สู่ขอเจ้าสาว


ทองแพงบาดใจ พลิกกลยุทธ์สู่ขอเจ้าสาว (ไทยรัฐ)

         ในยุคที่ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้นทำลายสถิติสูงเป็นประวัติการณ์แทบทุกวัน ในแต่ละสัปดาห์  กระทั่งล่าสุด  ทองคำแท่งปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ระดับบาทละ 18,000 บาท  ขณะที่ทองรูปพรรณราคาปรับตัวขึ้นไปยืนอยู่ที่บาทละ 18,400 บาท

         หลายคนโดยเฉพาะคนใน ทีมเศรษฐกิจ กำลังเป็นห่วงแทนว่า ถ้าราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นเรื่อยๆตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ บรรดาหนุ่มสาวรุ่นใหม่จะมีโอกาสจัดหาสินสอดทองหมั้นให้แก่กันและกันเพียงใด โดยเฉพาะฝ่ายชายในฐานะที่ต้องเป็นผู้ไปสู่ขอฝ่ายหญิงตามคำยินยอมของบิดา มารดาของอีกฝ่าย

         หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปยืนอยู่เหนือบาทละ 20,000 บาท  อย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ พวกเขาจะมีทางออกอย่างไร ขณะที่สาวโสดหลายคนใน  ทีมเศรษฐกิจ  จะมีโอกาสครอบครองและเป็นเจ้าของทองคำราคาแพงลิ่วเหล่านี้หรือไม่

         เฉพาะพวกที่ลองสืบสาวราวเรื่องกันดูว่าแต่ละคนของทีมเศรษฐกิจ ถูกเขาหมั้น และหมั้นเขาด้วยสนนราคาทองคำบาทละเท่าไหร่

         ปรากฏว่าหลายคนแย่งกันตอบจนฟังไม่ได้ศัพท์ กระทั่งต้องถามเรียงลำดับ จึงพบว่า คนที่เพิ่งแต่งงานล่าสุด อย่าง วานิชหนุ่ม บอกว่า เจ้าสาวของเขามีค่าตัวแพงที่สุด เพราะทองที่เขาเอาไปขอสาวเจ้าแต่งงานด้วยเมื่อปีที่แล้ว ราคาบาทละ 12,000 บาท

         ขณะที่ มิสเตอร์พี บอกว่า เธอได้ทองเป็นของหมั้นเวลานั้นบาทละ 7,600 บาท ส่วนเนตรทิพย์ และ อัลคาโปน  ขนขันหมากไปหมั้นสาวด้วยทองคำบาทละ 4,000 บาท และ 5,300 บาท ตามลำดับ และคนที่ดูเหมือนจะมี ค่าตัวถูกที่สุด ฐานที่แต่งงานก่อนเพื่อน ด้วยเพราะมีอาวุโสสูงสุดเมื่อประมาณ 27 ปีก่อน ก็คือ หัวหน้าข่าวเศรษฐกิจ นี่เอง

         ราคาทองคำขณะนั้น ดูเหมือนจะตกบาทละเพียง 700 บาทเท่านั้น  แถมยังราคานิ่งอยู่เท่านี้นานหลายปี ในยุคที่ความรักของหนุ่มสาว Generation Z (G Z) ซึ่งมักจะพบรักกันในโลกเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทองคำที่มีสนนราคาแพงลิ่ว มิได้มาในรูปแบบเดิมๆสมัยรุ่นพ่อแม่อีกต่อไป แน่นอนมันไม่ใช่ทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณที่มาเป็นชุดด้วยสร้อยคอ ต่างหู หรือกำไลทองอีก แต่มาในรูปของกระดาษภายใต้สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า

         หากแต่ลงตัวด้วยการผสมผสานกันระหว่างความรัก คติพจน์ตามแบบประเพณีโบราณ และผลพลอยได้จากการเก็งกำไรถ้าเพียงแต่หนุ่มและสาวทั้งหลายจะฉลาดพอ  และมีการวางแผนอย่างรอบคอบ

         เจ้าสาวสัญญาล่วงหน้า

         นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ เจ้าของร้านทองแม่ทองสุก ประธานบริษัทเอ็มทีเอส โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด เล่าให้ ทีมเศรษฐกิจ ฟังเกี่ยวกับตัวการทำทองคำแพงระยับว่า มาจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลง และมีแนวโน้มทิศทางอ่อนลงอย่างต่อเนื่อง จนสร้างความกังวลให้กับธนาคารกลางของทุกประเทศทั่วโลก  ที่ส่วนใหญ่ถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯไว้ในทุนสำรองทางการระหว่างประเทศ  ซึ่งจะต้องมีไว้เพื่อเป็นหลักประกันถึงความมั่นคงทางการเงินของประเทศ แต่เมื่อเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีค่าอ่อนลงเรื่อยๆ มูลค่าทุนสำรองของประเทศต่างๆ ก็จะต้องลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องตามไปด้วย

         ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ จึงพยายามลดการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯลง และเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองฯแทน  จึงทำให้เกิดความต้องการซื้อทองคำในตลาดโลกมีมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ อย่างจีน และอินเดีย ได้ประกาศเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองฯ ของประเทศที่มีสัดส่วนแค่ 3 - 4 % ของทั้งหมด

         ราคาเป้าหมายล่าสุดที่บรรดากูรู หรือเกจิอาจารย์ ไม่ว่าสำนักไหน จึงมองว่า ราคาทองคำแท่งที่บาทละ 20,000 บาท น่าจะเป็นตัวเลขที่ได้เห็นแน่ในเร็วๆนี้ คุณหมอกฤชรัตน์ย้ำหนักแน่น

         ส่วนเจ้าสาวในยุคที่สัญญาล่วงหน้าค้าทองคำกำลังฮิตติดลมบนนั้น หมอกฤชรัตน์แนะนำว่า ยังมีทางออกถ้าเพียงแต่หนุ่มสาวสมัยใหม่รู้จักวางแผนและใช้วิธีซื้อเฉลี่ย เพราะแม้จะมั่นใจว่าราคาทองคำคงเป็น "ขาขึ้น" แต่ระหว่างทาง อาจมีโอกาสที่ราคาจะผันผวนขึ้นๆลง ๆ

         กรณีดังกล่าวจึงควรแบ่งเงิน เป็น 3 ส่วน เพื่อซื้อทองใน 3 ช่วงเวลา ซึ่งจะทำให้ได้ราคาทองเฉลี่ยที่ดีที่สุด  แม้จะไม่ได้ ราคาสูงที่สุด แต่ก็จะไม่ทำให้ได้ราคาต่ำที่สุด

         ในอีกทางหนึ่ง ก็คือ  คู่รักยุคใหม่ที่เข้าใจเรื่องการลงทุน อาจใช้ วิธีที่ทันสมัยที่สุดขณะนี้คือ  การป้องกันความเสี่ยงในตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส  (ตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า)  โดยล็อกราคาทอง ที่จะซื้อในอนาคต เช่น หากจะแต่งงานในอีก 2 เดือนข้างหน้า ก็ให้ซื้อสัญญาซื้อทองคำล่วงหน้าที่มีอายุสัญญา 2 เดือน สมมติว่าที่ราคาบาทละ 18,500 บาท โดยวางเงินเป็นหลักประกันเพียง 10% ของราคาทองคำ ซึ่งเมื่อครบกำหนดสัญญา แม้ขณะนั้นราคาอาจอยู่ที่ 19,000 หรือ 20,000 บาท แต่ก็สามารถซื้อทองคำได้ในราคาบาทละ 18,500 บาท

         แต่ก็ต้องทำใจ หากถึงตอนนั้น ราคาทองปรับตัวลงมาต่ำกว่า 18,500 บาท เช่น 17,500 บาท ต้องทำให้จ่ายแพงกว่าบาทละ 1,000 บาทตามสัญญาซื้อล่วงหน้าที่ทำไว้ อย่างน้อยก็สามารถบริหารเม็ดเงินที่จะซื้อทองไปขอสาวเจ้าได้ตามแผนหรือตามงบที่ตั้งไว้

         โดยทั่วไปการซื้อโกลด์ฟิวเจอร์ส เมื่อครบสัญญาจะคิดกำไรขาดทุนกันเป็นเงินสดจากส่วนต่างของราคาทองตามสัญญา ที่ซื้อไว้ โดยไม่ได้ส่งมอบทองคำกันจริงๆ แต่ขณะนี้โบรกเกอร์ที่เป็นร้านค้าทองมีบริการรับแปลงสัญญาโกลด์ฟิวเจอร์ส เป็นทองคำแท่ง โดยจ่ายเงินค่าทองที่เหลืออีก 90% และเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเล็กน้อยก็ได้ทองไปหมั้น "เจ้าสาวยุคสัญญาล่วงหน้า" ได้โดยไม่ทำให้ต้องผิดแผนการที่วางไว้แต่อย่างใด

         แนะทยอยซื้อเก็บทุกเดือน

         ขณะที่ นายศุภกร สุนทรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี แนะทางออกให้หลายวิธี เช่น ให้ว่าที่เจ้าบ่าวทยอยซื้อทองคำเก็บไว้ ตามหลักการ "ซื้อเฉลี่ย" สำหรับผู้ที่ยังพอมีเวลาเตรียมการสะสมทองใน 1-2 ปี เช่น ซื้อทุกเดือน เดือนละ 1 บาท หรือเดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 สลึง  วิธีนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการค่อยๆทยอยออม

         "เหมาะกับเจ้าบ่าว ที่ไม่มีเงินก้อนซื้อในคราวเดียว หรือเจ้าบ่าวที่ต้องการเฉลี่ยความเสี่ยง เพราะช่วงที่ราคาทองคำผันผวนเป็นขาขึ้น แต่ระหว่างทางก็ยังขึ้นๆลงๆ จึงได้ราคาทองที่ถูกบ้าง แพงบ้างถัวเฉลี่ยกันไป"

         นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำไปเลย ซึ่งก็มีหลายบริษัท หลักทรัพย์ที่เปิดขายหน่วยลงทุนซึ่งลงทุนในทองคำเป็นหลัก

         กองทุน เหล่านี้จะนำเงินไปลงทุนใน  กองทุนทองคำ  ในต่างประเทศอีกต่อหนึ่ง เพื่อนำเงินที่ได้ไปลงทุนซื้อทองคำแท่งในตลาดโลกมาเก็บไว้ เมื่อราคาสูงขึ้น เงินลงทุนของว่าที่เจ้าบ่าว ก็จะเติบโตไปด้วย เหมือนกับการซื้อทองมาเก็บไว้จริง ๆ เมื่อครบกำหนดอายุกองทุนแล้ว หรือหากเป็นกองทุนเปิด ก็สามารถไถ่ถอนเงินออกจากกองทุนรวมเพื่อมาซื้อทองคำหมั้นได้ตามจำนวนที่ตั้ง ไว้ แม้วันนั้นทองคำจะราคาขึ้นไป ก็ไม่ต้องเดือดร้อน เพราะได้กำไรจากการลงทุนในกองทุนรวมทองคำไปแล้วและถ้าจะเปลี่ยนจากทองคำแท่ง ไปเป็นทองรูปพรรณ ก็เพียงแต่เสียค่ากำเหน็จบาทละ 400 บาทไป

         แถมการลงทุนในกองทุนรวมทองคำ ยังสามารถใช้หลักการซื้อเฉลี่ยต้นทุนได้เช่นเดียวกับการซื้อทองคำจริงและใช้ เงินไม่มาก ไม่จำเป็นต้องมีเงินครบเท่าราคาทองคำหนักหนึ่งบาท เพียงมีขั้นต่ำ 5,000 บาท หรือ 10,000 บาท ก็ซื้อหน่วยลงทุนทองคำได้แล้ว

         บ่าวสาวอย่าเพิ่งถอดใจ

         นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ทายาท "บ้านช่างทอง" และ ประธานบริษัท ที.ซี. ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด ตอกย้ำว่า แม้ขณะนี้ราคาทองคำจะพุ่งเอา...พุ่งเอา ก็ขอให้ผู้ที่วางแผนแต่งงาน อย่าเพิ่งถอดใจ เพราะทองคำกับงานแต่งงานถือเป็นสิ่งที่ผูกพันกับวัฒนธรรมและประเพณีแต่งงาน ของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน

         นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ มั่นคงและแสดงถึงความมั่งคั่งแล้ว  ทองคำยังเป็นต้นทุนที่พ่อแม่ทั้ง 2 ฝ่ายให้ไว้เพื่อการเริ่มต้นชีวิตคู่ของบ่าวสาวด้วย เพราะทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่แม้จะเก็บไว้นาน นอกจากมีคุณค่าทางจิตใจแล้วยังเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ด้อยหรือเสื่อมค่า แต่กลับมีมูลค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสามารถเป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลานได้ด้วย

         หากจะนำไปใช้ ก็เมื่อยามจำเป็นจริงๆ เรียกว่าไม่อดตายก็ไม่ขายกิน ที่สำคัญก็คือทองคำยังมีสภาพคล่องสูง  สามารถจะแปรเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกเมื่อยามที่ต้องการหรือประสบปัญหาได้อีกด้วย

         เมื่อตั้งงบประมาณไว้ว่าจะซื้อทองคำไปหมั้นสาว น้ำหนัก 100 บาท แล้วราคาทองคำแพงขึ้น จนทำให้งบที่ตั้งไว้เหลือเพียงซื้อทองได้หนักแค่ 80 บาท ก็ควรซื้อที่ 80 บาท ตามงบที่ตั้งไว้ อย่าเปลี่ยนใจไปให้เป็นเงินสดแทน

         เพราะ เงินสดหากไม่ได้นำไปทำอะไร ฝากธนาคารไว้เฉยๆ ค่าของเงินก็จะด้อยค่าลงได้ทุกปี จากอัตราเงินเฟ้อที่ขยับขึ้นทุกวัน แต่หากเก็บไว้เป็นทองคำ มั่นใจว่า ระยะยาวไม่ด้อยค่าลงแน่ มีแต่จะเพิ่มค่าขึ้นเรื่อย ๆ

         "คนอาจจะมองว่าราคาทองปรับเพิ่มขึ้นมา รวดเร็ว แต่หากดูเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว จะเห็นว่าตั้งแต่ต้นปี ราคาในตลาดโลกซึ่งอยู่ที่ 900 เหรียญสหรัฐฯกว่าๆต่อ 1 ออนซ์ ขึ้นไปสูงสุดที่ 1,150 เหรียญ ถือว่าปรับขึ้น 20-25% แต่ราคาเฉลี่ยทั้งปีขณะนี้อยู่ที่ 950 เหรียญ หากนับไปถึงปลายปี อาจขยับมาที่ 1,000 เหรียญสหรัฐฯ ถือว่าไม่ได้ขึ้นโอเว่อร์หรือมากเกินไปจนถึงขั้นที่ว่าจะซื้อไม่ได้" นายบุญเลิศกล่าว

         ดังนั้น  หากจำเป็นต้องซื้อทองคำในราคาปัจจุบันนี้ ก็ให้ถือว่าซื้อสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตามที่ควรจะเป็น  ซึ่งแนวโน้มราคาทองคำในอนาคตไม่ได้ถูกลงแน่นอน หากจะปรับตัวลดลง คงลดลงได้จากนี้ไม่เกิน 510% 

         ส่วนการใช้โกลด์ฟิวเจอร์ส หรือตลาดค้าทองคำล่วงหน้า ก็เหมาะสำหรับคู่บ่าวสาวที่เป็นคนรุ่นใหม่จริงๆ ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องตลาดทุน ที่สามารถใช้โกลด์ฟิวเจอร์สเป็นเครื่องมือในการป้องกันความผันผวนของราคาใน อนาคตได้

         ทำใจรับสภาพทองแพง

         ขณะ ที่ นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่ว เซ่ง เฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด เจ้าของร้านทอง "ฮั่ว เซ่ง เฮง" กล่าวว่า ว่าที่บ่าวสาวที่มีแผนแต่งงานในช่วงนี้สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ทำใจ" และยอมรับสภาพว่าต้องซื้อทองแพง นายธนรัชต์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เขาพบว่ามีลูกค้ามากกว่า 100 ราย เริ่มทยอยซื้อทองคำเก็บไว้ เพื่อใช้เป็นสินสอดทองหมั้นซึ่งเป็นเรื่องมงคล และระยะยาวจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

         ส่วนผู้บริโภคจะเปลี่ยนกลยุทธ์การขอ สาวแต่งงานจากทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณ เป็นซื้อทองคำในรูปแบบโกลด์ฟิวเจอร์สหรือเพชรนั้น นายธนรัชต์ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มี เพราะลูกค้าส่วนใหญ่แยกกันชัดเจน คือ กลุ่มที่ซื้อโกลด์ฟิวเจอร์สเป็นกลุ่มนักลงทุน ขณะที่กลุ่มแต่งงานจะซื้อทองคำแท่งและทองรูปพรรณ

         สำหรับเจ้าสาวผู้ อาภัพที่อาจถูกเจ้าบ่าวกระเป๋าแบน ใช้กลยุทธ์เช่าทองคำมาเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน เหมือนกับที่มีการให้เช่ากระเป๋าแบรนด์เนมหรือเช่าเสื้อผ้าชุดแต่งงานนั้น แม้ราคาทองคำจะทำสถิติสูงหรือนิวไฮแทบทุกวัน

         แต่ก็เชื่อว่า ยังไม่มีใครปล่อยให้เช่าทองคำแต่งงานเพราะเป็นเรื่องอันตราย และ ฮั่ว เซ่ง เฮง ก็ยังไม่เคยทำ

         อย่างไรก็ตาม นายธนรัชต์ยอมรับว่า อาจเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะภาวะเช่นนี้ร้านค้าทองก็ต้องปรับตัวหารูปแบบใหม่ๆ มารองรับธุรกิจ และในส่วนของ ฮั่ว เซ่ง เฮง ก็มีแผนที่จะออกสินค้าใหม่ๆเป็นทองแท่ง 99.99% เข้ามาทำตลาดเสริมทัพในต้นปีหน้า จากปัจจุบันที่ขายทองคำที่มีเปอร์เซ็นต์ทองเพียง 96.5% เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย

         "ทางออกสำหรับคู่รักยุค 2009 - 2010  หากยังคงต้องการใช้ทองคำเป็นสัญลักษณ์ของงานมงคลสมรส ก็อาจใช้ "ตุ๊กตามงคล" รูปหล่อผงทองคำ ซึ่งเป็นงานอิเล็กทรอนิกส์ฟอร์มมิ่ง แทนการซื้อสร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือต่างหูเป็นเซต ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมีลูกค้ามากกว่า 10% ของคู่แต่งงานหันมาใช้ตุ๊กตามงคลกันบ้างแล้ว"

         นอกจากนี้ ตุ๊กตามงคลดังกล่าวมีรูปแบบให้เลือกหลากหลายและสวยงาม โดยใช้ทองคำหนักเพียงแค่ 2 บาท  แต่มาผลิตได้ตุ๊กตามงคลทองคำที่มีขนาดใหญ่ ดูเริ่ดหรู อลังการ โดยจ่ายเงินเพียง 40,000 กว่าบาท ก็สามารถได้ของที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาให้เจ้าสาวยิ้มไม่หุบได้แล้ว

         ซึ่งขณะนี้ร้านค้าทองหลายแห่งก็ผลิตออกมาขายเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับฐานลูกค้ากลุ่มนี้

         ขณะ เดียวกันก็ยังพบว่า ลูกค้าที่หลงใหลในทองคำบางกลุ่ม แม้ราคาทองจะพุ่งไม่หยุด แต่ลูกค้ากลุ่มนี้ก็ยังคงทุ่มซื้อต่อเนื่องแบบไม่ยี่หระว่าราคาทองคำจะทำ นิวไฮรายวันสักเท่าไหร่

         มาถึงบรรทัดนี้ ทีมเศรษฐกิจคงพูดได้คำเดียวว่า จะขอ ก็ต้องรีบขอ...ถ้าจะรอให้ถึงปีหน้า...ก็ต้องยอมรับว่าทองคำอาจมีราคาแพงขึ้น และค่าตัวน้องคงไม่เหมือนเดิมอีก เว้นแต่ความรักและความเข้าใจเท่านั้นที่จะยังคงอยู่ตลอดไปตราบนานเท่านาน




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ทองแพงบาดใจ พลิกกลยุทธ์สู่ขอเจ้าสาว อัปเดตล่าสุด 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา 17:21:33 2,627 อ่าน
TOP
x close