เจมส์ จิรายุ เผยตัวตนของซูเปอร์สตาร์สายฟ้าแลบ ในรายการเจาะใจ

เจมส์ จิรายุ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram jirayu_jj

          เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ซุป’ตาร์ สายฟ้าแลบ เปิดใจหมดเปลือก พร้อมเผยแง่มุมน่ารัก ๆ ให้ได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น ผ่านรายการเจาะใจ (12 ธันวาคม 2556) ใครอยากรู้จักผู้ชายคนนี้ไปติดตามกันนะคะ

          เรียกว่าเป็นซุป’ตาร์รุ่นใหม่ ที่นาทีนี้แทบไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับ เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข ที่โด่งดังมาจากละครเทพบุตรจุฑาเทพ ตอนคุณชายพุฒิภัทร กับบทบาทคุณชายหมอแสนอบอุ่น จนกระทั่งเขากลายเป็นพระเอกคิวทองและมีแฟนคลับตามให้กำลังใจเยอะมาก ๆ รายการเจาะใจ (12 ธันวาคม 2556) จึงขอพูดคุยและทำความรู้จักกับตัวตนของ เจมส์ จิรายุ กันสักหน่อย โดยมีพิธีกรอย่าง ดู๋ สัญญา คุณากร ขอเป็นตัวแทนยิงคำถามที่แฟนคลับและหลาย ๆ คนอยากรู้

          เริ่มรายการกันด้วยเรื่องของการบินลัดฟ้าไปเรียนทักษะเพิ่มเติมที่ประเทศเกาหลีใต้อยู่ 6 สัปดาห์ ซึ่ง เจมส์ จิรายุ ก็เลยเล่าชีวิตในเกาหลีใต้ให้ฟังว่า เขาใช้เวลาไปกับการเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนการแสดง ตามที่พี่ปิ๊ก ผู้จัดการของเขา เคยวางแพลนเอาไว้ โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นนักร้อง เพียงแต่อยากจะเอ็นเตอร์เทนทุกคนให้มีความสุข มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แหม..แค่เริ่มมาก็ปากหวานขนาดนี้ จะไม่ให้แฟนคลับทั้งรักทั้งหลงได้ยังไงล่ะจ๊ะ

          ส่วนความรู้สึกของการได้ไปอยู่ที่เกาหลี เจมส์ จิรายุ เล่าว่า ตอนแรกก็กลัว แต่พอไปอยู่จริง ๆ  ก็มีโอกาสได้เห็นอะไรที่นั่น โดยกิจวัตรตอนเช้า ประมาณ 8-9 โมง จะไปวิ่งและเล่นฟิตเนส จากนั้นก็รับประทานอาหารเช้าและเข้าค่าย ซึ่งจะมีการทดสอบพัฒนาการทุกอาทิตย์ว่าไปถึงไหนแล้ว และก็จะมีการเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เป็นประจำทุกวัน เฉลี่ยวันละ 10 กว่าชั่วโมงโดยประมาณ

          ถ้าถามถึงสิ่งที่ได้รับจากเกาหลี เจมส์ จิรายุ บอกว่า “ได้เห็นคนเกาหลีที่มีความตั้งใจมาก เขามีความตั้งใจจริง และวันหนึ่งที่เขาอยากเป็นอะไร เขาจะพยายามทำให้ได้ และจะอยู่กับสิ่งนั้นจริง ๆ มีความพยายามสูงมาก และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ” หนุ่มเจมส์ ก็เลยขอเก็บคนเกาหลีที่ได้พบเจอมาเป็นแรงบันดาลใจ ในการพัฒนาตัวเองซะเลย

          สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนจดจำ เจมส์ จิรายุ ได้ดี เพราะเขาเป็นพระเอกที่สามารถโด่งดังกลายเป็นซุป’ตาร์ ได้ในข้ามคืน ดังนั้นจึงต้องมีการถามถึงความรู้สึกของซุป’ตาร์คนนี้กันหน่อย ซึ่งเขาบอกว่า มันเป็นงานของเราที่ต้องทำ มันก็คงต้องชิน โดยที่ไม่รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยน เพราะเขายังต้องตื่นเช้าไปทำงานเหมือนเดิม ทำกิจวัตรเหมือนเดิม ตั้งแต่ตอนแรก ๆ ที่ยังไม่ได้มีชื่อเสียง เหมือนคนทำงานคนหนึ่ง เพียงแต่มีแฟนคลับแวะมาให้กำลังใจบ้าง และแฟนคลับก็มีทุกวัยตั้งแต่เด็ก ๆ จนถึงผู้ใหญ่เลยก็มี

          เจมส์ จิรายุ เข้าวงการมาได้อย่างไร อาจจะมีหลายคนยังไม่รู้ เขาบอกว่า จุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาคือวันที่ได้เจอกับ พี่ปิ๊ก ชาญฉลาด ผู้จัดการส่วนตัว โดยพี่ปิ๊กเห็นเจมส์ในเฟซบุ๊ก และพยายามติดต่อมาหา ซึ่งเขาไม่เห็นข้อความและไม่ได้ตอบกลับ แต่พี่ปิ๊กก็สามารถหาเบอร์โทรศัพท์ของเขามาจนได้ และโทรหาคุณพ่อของเขาพร้อมนัดเจอกันที่บ้าน จ.พิจิตร ในวันรุ่งขึ้นทันที

          ก่อนที่ครอบครัวของ เจมส์ จิรายุ จะพิจารณาและอนุญาตให้เขาเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ใน กทม. ได้ เพราะเขาเองก็ต้องเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว โดยเมื่อ เจมส์ จิรายุ เข้ามา กทม. เขาจึงไปพักอยู่คอนโดกับผู้จัดการส่วนตัว จนกระทั่งวันหนึ่งเขามีโอกาสได้เล่นละคร และมีเงินก้อนหนึ่งอยู่ในมือ ซึ่งเป็นเงินก้อนไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่ใช่ก้อนเล็ก ๆ สำหรับวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่เขากลับใช้มันหมดเกลี้ยงได้ใน 3 อาทิตย์ โอ้โห ! แรง

          เจมส์ จิรายุ บอกว่า เท่าที่จำได้คือ ได้โทรศัพท์มือถือ กับแท็บเล็ต มา 2 อัน นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเหลือเลย จนพิธีกรอย่าง ดู๋ สัญญา ต้องแซวว่า โดนป้ายยาแล้วล่ะ ! เล่นเอาฮากันทั้งห้องส่ง สุดท้ายเขาเหลือเงินอยู่ 700 บาท จึงเอ่ยปากบอก พี่ปิ๊ก ผู้จัดการส่วนตัว ว่า “พี่ ผมไม่มีเงินเลย” แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ “พี่ก็ไม่มีเหมือนกัน” ทำให้ทั้งคู่ต้องทนอยู่กันแบบลำบากในช่วงแรก ๆ แถมพี่ปิ๊กยังขายสมบัติที่มีออกไปเรื่อย ๆ และชิ้นใหญ่ที่สุดก็คือรถยนต์เลยทีเดียว ก่อนที่ เจมส์ จิรายุ จะได้กลายมาเป็นซุป’ตาร์อย่างทุกวันนี้

          ในวันที่ละครคุณชายพุฒิภัทรออนแอร์ เจมส์ จิรายุ ก็โด่งดังในข้ามคืน มีคนรักมากขึ้น แต่ก็มีคนไม่ชอบมากขึ้นอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเข้าถึงยาก, หยิ่ง หรืออะไรก็ตาม ซึ่งเขาก็อยากจะทำให้ทุกคนพอใจเท่าที่จะทำได้ และบอกว่าตนเองก็ดีใจไม่ว่าจะคนที่ชอบหรือมาติ เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังติดตามผลงานและให้ข้อคิดอีกมุมมองหนึ่งที่อาจจะผิดพลาดไป ตนเองก็พร้อมที่จะน้อมรับและปรับปรุงให้ดีขึ้น

          เจมส์ จิรายุ บอกว่า พี่ปิ๊ก ผู้จัดการส่วนตัวของเขา สอนและให้แง่คิดกับเขาในทุก ๆ เรื่อง “สิ่งหนึ่งที่ผมจำได้ดีเลย คือ เขา (ผู้จัดการส่วนตัว) บอกว่าผมเป็นนักแสดง และผมเป็นตัวอย่างให้กับทุกคนที่กำลังดูเราอยู่ เราไม่ควรจะเอาความมักง่ายของตัวเอง ไปทำลายความฝันคนอื่น” เจมส์ จิรายุ พูดพร้อมกับขยายความว่าบางเรื่องตนเองก็เลือกที่จะไม่ทำ เพราะแฟนคลับเด็ก ๆ อาจจะทำตามก็ได้

          ส่วนเรื่องครอบครัว ด้วยความที่แม่คิดถึงตนมาก จึงเข้ามาอยู่ด้วยที่ กทม. แต่ตนเองตื่นเช้าและกลับดึก จนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ส่วนใหญ่จะกลับบ้านประมาณตี 1 - ตี 2 โดยมีคุณแม่นอนรออยู่ที่โซฟา แต่พอถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอน ตื่นเช้าก็ออกไปแต่เช้า ทำให้ไม่มีเวลาพูดคุยกับคุณแม่ และรู้สึกสงสารท่านมาก

          เม้าท์ผู้จัดการส่วนตัวออกอากาศกันซะเพลินแล้ว ก็เลยต้องขอเชิญเจ้าตัวขึ้นมาร่วมพูดคุยและเอาคืนน้องชายตัวดีคนนี้สักหน่อย ซึ่งทั้งคู่ก็ดูผูกพันและรักกันดี เรียกเสียงฮากับคนดูได้ตลอดการพูดคุยเลยจ้า

          ได้รู้จักกับ ซุป’ตาร์ เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข กันมากขึ้นแล้ว แฟนคลับคงจะฟินสุด ๆ ส่วนคนที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยปลาบปลื้มเขาเป็นพิเศษ ในวันนี้อาจจะมีมุมมองที่ดี ๆ และเอ็นดูเด็กคนนี้มากขึ้นอีกหน่อยก็ได้นะคะ


เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข





เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เจมส์ จิรายุ เผยตัวตนของซูเปอร์สตาร์สายฟ้าแลบ ในรายการเจาะใจ อัปเดตล่าสุด 14 ธันวาคม 2556 เวลา 08:30:22 1,061 อ่าน
TOP
x close