
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการวู้ดดี้เกิดมาคุย
วู้ดดี้เกิดมาคุย ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต แต่ก็เป็นดาบสองคม เพราะหากพลาดพลั้ง ชีวิตใหม่ของคุณอาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เพราะต้องเจอพิษจากการศัลยกรรม
ทำไมคนสมัยนี้สนใจการทำศัลยกรรมกันนัก? เป็นคำถามที่รายการวู้ดดี้เกิดมาคุยอดสงสัยไม่ได้ และเชื่อว่าทุกคนเองก็คงสงสัยอยู่เหมือนกัน เมื่อลองไปค้นหาคำตอบก็พบว่า หลายคนหวังให้การทำศัลยกรรมสร้างความเปลี่ยนแปลงและโอกาสให้เกิดขึ้นกับชีวิต ซึ่งก็มีหลายคนที่ได้รับโอกาสใหม่ ๆ อย่างที่ไม่เคยคิด ไม่เคยฝันมาก่อน รายการวู้ดดี้เกิดมาคุยเมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม 2557 จึงหยิบเอาประเด็นนี้มานำเสนอกัน ขอบอกว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย
เริ่มต้น วู้ดดี้ นั่งคุยกับสาวสวยคนหนึ่งนามว่า "น้ำแข็ง" ที่มองแค่แวบแรกก็สะดุดตาในความงามของเธอ แต่ถ้าไม่ได้นั่งสนทนาด้วยคงจะไม่มีใครรู้เลยว่า "น้ำแข็ง" คือผู้ชายแปลงเพศ !!!
น้ำแข็ง หรือ กัน เล่าให้ฟังว่า ที่ต้องทำศัลยกรรมเพราะไม่พอใจในหน้าตาตัวเอง โดยตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ครอบครัวมักชมว่าเธอหล่อ แต่เธอกลับไม่รู้สึกดีใจเลย ตรงกันข้าม ถ้าใครมาบอกว่าสวย เธอจะรู้สึกภูมิใจมาก นั่นจึงทำให้เธอมั่นใจในทางที่เลือกนี้แม้ว่าที่บ้านจะไม่สนับสนุนเลยก็ตาม
ไอดอลของน้ำแข็งคือ อั้ม พัชราภา เธอบอกว่าอยากสวยเหมือนพี่อั้ม ก็เลยตัดสินใจทำศัลยกรรม ทั้งจมูก ตา หน้าอก ปาก แต่ยังไม่เฉือนอวัยวะเพศออก เพราะกลัวว่าถ้าทำแล้วจะเป็นอันตรายต่อเส้นประสาท และเมื่อทำศัลยกรรมให้ออกมาเป็นสาวสวยเช้งแล้ว สิ่งที่เธอได้รับกลับมาก็คือ "ชีวิตใหม่"
"ศัลยกรรมสามารถเปลี่ยนชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยค่ะ สามารถทำให้คนคนหนึ่งที่สิ้นหวัง ไม่มีหวัง มามีวันที่ตัวเองสวย เหมือนเป็นหน้าต่างเปิดทางให้ทุกอย่างเข้ามา ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง ทั้งแฟน" น้ำแข็ง ยืนยัน

มาถึงเรื่องของคุณโกวิทย์ ผู้ชายธรรมดาที่ยังไม่เคยผ่านการศัลยกรรม แต่เขาได้เขียนจดหมายมาหารายการวู้ดดี้เกิดมาคุยเพื่อระบายความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองให้ฟังว่า เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีหน้าตาดีกันทั้งบ้าน แต่ตัวเขาเองกลับรู้สึกว่ามีเพียงตัวเองเท่านั้นที่หน้าตาไม่ดีเลย จนแทบไม่อยากส่องกระจก จึงตระเวนไปหาหมอศัลยกรรมอยู่หลายแห่ง แต่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้รับแต่คำปฏิเสธว่า หน้าของเขาไม่สามารถซ่อมได้เลย
คุณโกวิทย์ ระบายความในใจให้ฟังว่า ความรู้สึกที่ว่าตัวเองไม่หล่อนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนมีงานกีฬาสี แล้วคุณครูมาเลือกเด็ก ๆ ไปเป็นดรัมเมเยอร์บ้าง ไปตีกลองบ้าง กระทั่งมาเลือกให้เขาไปช่วยถือป้าย แต่กลับมีครูอีกคนเดินมาบอกว่าให้เขาถือป้ายไม่ได้ เพราะหน้าตาไม่ได้ ทำให้เขาเริ่มรู้สึกท้อแท้ว่าตัวเองหน้าตาแย่มากขนาดนั้นเลยหรือ และเมื่อเห็นคนหน้าตาดีมีชีวิตที่ดี เช่นไปโรงเรียนก็เป็นที่รักของเพื่อน มีแฟน ทำให้เขาอยากเป็นคนอย่างนั้นบ้าง
"ตอนนี้ผมอายุ 34 ปี แต่ผมก็ยังไม่มีคนที่รักผมเลย เขามองว่าหน้าตาผมแย่ ทุก ๆ ครั้งผมแทบไม่กล้าส่องกระจก ไม่กล้าแม้แต่จะถ่ายรูป สมัยเด็ก ๆ มีลุงเรียกผมว่าไอ้อ้วน มีเพื่อนบ้านเรียกผมว่าหมู เจอหลายครั้งก็ชิน แต่ในความเคยชินบางครั้งก็ทำให้ผมร้องไห้ก่อนนอน เพราะมันรู้สึกเจ็บ" คุณโกวิทย์ เล่าด้วยความน้อยใจ
ความไม่มั่นใจในหน้าตาของคุณโกวิทย์มากจนถึงขนาดเขาต้องใส่หมวกคลุมหน้าตลอดเวลาที่อยู่ที่บ้าน ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีแฟนเลย ไม่เคยรู้เลยว่าคำว่ารักแท้มีจริง เพราะไม่มีใครชอบเขา พอไปจีบใครแล้วนัดเจอกัน เมื่ออีกฝ่ายเห็นหน้าเขาก็แสดงท่าทีว่าไม่ชอบอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขายิ่งน้อยใจมากขึ้นไปอีก
"ระหว่างเงินพันล้านกับศัลยกรรมใบหน้าที่หล่อเหลา ผมเลือกทำศัลยกรรม เพราะเงินมันก็มีวันหมด แต่การดูดีมันจะติดกับเราไปตลอดชีวิต ที่ผ่านมาเคยคิดอยากจะตาย เพราะคำว่าดูไม่ดี อ้วน หมู มันเป็นปมด้อยของผมมาก ผมเก็บสะสมมันมาจนรู้สึกว่าหนักเกินไปแล้ว"
และนั่นก็ทำให้วู้ดดี้ฟังแล้วรู้สึกอยากจะช่วยเหลือคุณโกวิทย์ จึงศึกษาหาข้อมูลและไปพบเรื่องราวที่น่าสนใจของ "ตั้ม เซจุง" ที่ทำศัลยกรรมจนกลายเป็นหนุ่มหล่อที่ตอนนี้ดังในโลกโซเชียล แต่กว่าจะหล่อได้ขนาดนี้ เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาหน้าพังมาแล้วนับไม่ถ้วนเหมือนกัน

ตั้ม เซจุง บอกว่า ที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมเพราะตอนเด็ก ๆ เล่นปืนอัดลมกับญาติแล้วยิงปืนมาโดนตา ทำให้ตาไม่เท่ากัน ก่อนมาคิดทำศัลยกรรมเมื่อตอนอายุ 20 ปี ทำอยู่หลายอย่าง แต่ก็เจอปัญหาจมูกพังอยู่หลายรอบ เพราะไปหาหมอกระเป๋ามาด้วย ยอมรับเลยว่าช่วงนี้เป็นคนเสพติดทำศัลยกรรมมาก แต่ตอนนี้รู้ตัวแล้ว
"การทำศัลยกรรมส่งผลเสียด้านจิตใจมาก เวลาออกไปเจอเพื่อน ๆ ก็จะถูกทักว่า ตาเล็กไปนะ จมูกยาวไปนะ ทำให้สมัยก่อนผมเลยทำศัลยกรรมทุกปี ปีละ 3-4 ครั้ง สุดท้ายแล้วผมคิดว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่จิตใจคนเรามากกว่าไม่ใช่อยู่ที่หน้าตา จิตใจเราดีที่สุด ถ้าเราทำความดี หน้าตาของเรามันก็ไม่เกี่ยว" ตั้ม เล่า
เมื่อฟังข้อมูลจากตั้มแล้ว วู้ดดี้ก็ได้ไปลองหาสถิติคนทำศัลยกรรมก็ต้องตกใจที่พบว่า มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ทำศัลยกรรมออกมาแล้วไม่เป็นดังใจหวัง บางคนเสริมจมูกก็เจอปัญหาจมูกเน่า บางคนเสริมอึ๋มก็เต้านมเน่าจนต้องตัดทิ้ง สิ่งเหล่านี้จะมองข้ามไม่ได้เลย ดังนั้น วู้ดดี้จึงต้องหาคุณหมอที่มีฝีมือมาช่วยศัลยกรรมให้คุณโกวิทย์โดยที่จะผิดพลาดไม่ได้
และแล้ววู้ดดี้ก็ได้พบกับ นายแพทย์กิตติศักดิ์ วิชาชัย ผู้เชี่ยวชาญระดับแถวหน้าด้านศัลยกรรมของเมืองไทย ที่แต่ละวันต้องเข้าห้องผ่าตัดศัลยกรรมให้คนไข้เกือบ 30 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มาเสริมหน้าอกกับทำจมูก
และเมื่อคุณหมอเห็นใบหน้าของคุณโกวิทย์ คุณหมอก็เริ่มวิเคราะห์ว่าควรจะตัดเสริมเติมแต่งตรงไหนบ้าง ซึ่งแทบจะต้องทำยกเซตเลย ตั้งแต่ทำตา จมูก ดั้ง กราม กรอโหนกแก้ม ตัดยุบกระดูกข้าง ฟัน พุง ขา ฯลฯ เรียกว่าต้องแปลงโฉมทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า
เมื่อวู้ดดี้ได้มอบโอกาสให้คุณโกวิทย์แล้ว ก็เลยอยากจะมอบโอกาสดี ๆ ให้ทีมงานรายการวู้ดดี้ดูบ้าง เลยจัดแจงพาทีมงานอีก 2 คนไปทำศัลยกรรมเช่นเดียวกัน และเมื่อไปถึงโรงพยาบาล พวกเขาก็เจอกับ "น้องส้มโอ" ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่มีชีวิตน่าสนใจเช่นกัน
ส้มโอ เล่าให้ฟังว่า เธอรู้สึกมีปมด้อยในเรื่องหน้าตาตั้งแต่สมัยเรียนที่ถูกเพื่อนล้อมาตลอดว่าหน้าบาน จมูกบาน ฟันห่าง จนมีพี่ที่รู้จักแนะนำให้ไปทำศัลยกรรม เธอจึงตัดสินใจมาทำศัลยกรรมจนกลายเป็นสาวสวย สิ่งนี้ทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปมาก จากคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลย กลับมาได้งานถ่ายแบบ งานที่ต้องใช้หน้าตาเข้ามา วันนี้ได้ทำงานเป็นพริตตี้ เหมือนกับเป็นส้มโอคนใหม่ที่ไม่ใช่คนเก่า
คุยกับส้มโอเสร็จ วู้ดดี้ก็พาทีมงาน 2 คนไปทำศัลยกรรม ซึ่งหลังทำศัลยกรรมเสร็จสิ้น ทีมงานก็ได้จมูกใหม่ที่โด่งขึ้นกว่าเดิม และยังทำให้หน้าตาของพวกเขาดูดีขึ้นด้วย

มาถึงไฮไลท์ของรายการอย่างคุณโกวิทย์ที่คุณหมอก็จัดแจงศัลยกรรมให้ชุดใหญ่ ซึ่งหลังจากผ่าตัดแล้ว ทุกคนถึงกับอึ้งเมื่อเจอคุณโกวิทย์ในลุคใหม่ที่ดูดีขึ้นกว่าเดิมแทบจะเรียกว่าเป็นคนละคน
คุณโกวิทย์บอกว่า หลังลืมตาขึ้นมาแล้วส่องกระจก เขารู้สึกว่าคนในกระจกไม่ใช่ตัวเขาเลย เป็นใครก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ก็ทำให้เขากล้าส่องกระจกแล้ว ส่องทุก ๆ วันจนปวดตา เขาจึงอยากขอบคุณคุณวู้ดดี้มากที่เสกสรรใบหน้าใหม่ให้กับเขา เพราะนี่คือสิ่งที่เขารอคอย และมันได้มากกว่าที่เขาคาดหวัง
อย่างไรก็ดี แม้รายการวู้ดดี้จะนำเสนอเรื่องราวการทำศัลยกรรมช่วยเปลี่ยนชีวิต แต่ก็ยังให้คำแนะนำเตือนสติด้วยว่า ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับชีวิตใหม่จากการศัลยกรรม ยังมีคนที่ทนทุกข์ทรมานกับการทำศัลยกรรมที่ล้มเหลว และนั่นก็ได้เปลี่ยนชีวิตให้แย่ลงได้เช่นกัน เพราะการทำศัลยกรรมนั้นเป็นดาบสองคม มีทั้งคนที่ได้ดี และคนที่ไม่ได้ดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การทำศัลยกรรมจิตใจ สิ่งนี้น่าจะมีพลังและมีคุณค่ากว่าสิ่งที่เรามองเห็นภายนอก






