
ความรักไม่ต่างอะไรกับความหลงใหล ทั้งที่จริงแล้ว 2 คำนี้มีความแตกต่างกัน
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
หากมองเผิน ๆ อาจจะเห็นว่าความรักก็ไม่ต่างอะไรกับความหลงใหล ทั้งที่จริงแล้ว 2 คำนี้มีความแตกต่างกันมากทีเดียว ซึ่งถ้าหากจะอธิบายให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น ก็คงต้องใช้ไอศกรีมแทนความหลงใหล และผลไม้แทนความรัก ที่ถึงแม้จะมีความหวานเหมือนกัน แต่ผลไม้เป็นความหอมหวานที่ยาวนานและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า แต่ถ้าหากอยากได้คำจำกัดที่ชัดเจนกว่านี้ก็ต้องใช้ 5 เรื่องนี้เปรียบเทียบไปพร้อมกันด้วย
1. ระยะเวลาของความรู้สึกการหลงเสน่ห์เป็นพื้นฐานของความหลงใหล หรือการที่คน ๆ หนึ่งถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยอารมณ์ความต้องการที่รุนแรง โดยล้วนเป็นเรื่องของกายภาพทั้งสิ้นและมันจะคงอยู่ไปอย่างนั้นเฉพาะช่วงแรกที่เริ่มคบหากัน จากนั้นความรู้สึกที่ว่ามานี้ก็จะค่อย ๆ เลือนลางไปตามเวลา ตรงกันข้ามกับความรักที่มักจะเติบโตและแข็งแรงมั่นคงตามวันเวลาที่เพิ่มขึ้น
2. พัฒนาการของความรู้สึกความหลงใหลมักจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง ที่เกิดจากแรงดึงดูดและความสุขชั่วคราว โดยไม่มีการยับยั้งชั่งใจ ขาดการคิดพิจารณาไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ในขณะที่ความรักเป็นความรู้สึกที่สมบูรณ์แบบ เพราะเป็นความรู้สึกที่ผ่านการคิดและเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี และสิ่งใดที่จะทำให้มีความสุข อีกทั้งหากเป็นความรักที่แท้จริง คน ๆ นั้นก็ยังพร้อมจะให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วย
3. ความรู้สึกผิด ชอบ ชั่ว ดีคงไม่ผิดนักหากจะอธิบายความหลงใหลด้วยคำว่าการโดนครอบงำจิตใจ เพราะมันเป็นแค่อาการที่ถูกดึงดูดด้วยเสน่ห์ของผู้อื่น ทำให้คน ๆ นั้นสามารถรู้สึกโกรธหรือหึงหวงได้ ในขณะที่ความรักจะทำให้คน ๆ นั้นสามารถอดทน และยอมรับทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาได้ โดยจะพยายามแก้ไขปัญหามากกว่ายอมแพ้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดหวังได้ หากมีแค่ความรู้สึกหลงใหลเท่านั้น
4. ระดับความรู้สึกปลอดภัยในความรักเมื่อรักใครสักคนจริง ๆ ก็จะสัมผัสได้ถึงความปลอดภัย เพราะรู้ดีว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกคนก็จะไม่มีทางทิ้งคุณไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน แต่ถ้ามันเป็นเพียงความหลงใหล ก็จะเกิดความรู้สึกไม่มั่นคง สงสัย ไม่แน่ใจ และไม่ปลอดภัย เพราะกลัวว่าจะสูญเสียความรักไปอยู่ตลอดเวลา เช่น กลัวว่าอีกคนจะแบ่งความรักให้คนอื่น เป็นต้น
5. ความสวยงามของความรักความรักจะเป็นความรู้สึกที่ไร้ความคลางแคลงใจ สวยงาม และมั่นคง โดยการทำใจให้ยอมรับสิ่งที่อีกฝ่ายเป็นอยู่ได้ทุกอย่าง เพราะตระหนักดีว่าไม่มีใครในโลกที่จะสมบูรณ์แบบไปทุกด้าน ส่วนคุณเองก็สามารถเป็นตัวเองในขณะที่สามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอีกฝ่ายได้เช่นกัน แตกต่างจากความหลงใหลที่มักจะคิดถึงตัวเองก่อนเสมอ อยากให้อีกคนเป็นอย่างที่ชอบ คอยบังคับให้ทำตามใจ และผลสุดท้ายก็ไปกันไม่รอด
กล่าวง่าย ๆ ก็คือ ความหลงใหลมักจะเป็นความรู้สึกที่เกิดในช่วงวัยรุ่น โดยเป็นความรู้สึกที่รุนแรง ไม่มีเหตุผล ขาดการยั้งคิด และทำตามอารมณ์ในขณะนั้น มักมาไวไปไว ตรงกันข้ามกับความรักที่ผ่านการกลั่นกรองความคิดมาอย่างดีแล้ว พร้อมกันนี้ยังเป็นความรู้สึกที่มั่นคง แข็งแรง มีการเจริญเติบโต พัฒนาไปเรื่อย ๆ และไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา







