ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก รายการคนดังนั่งเคลียร์
ติ๊ก ฉัตรมงคล บำเพ็ญ อดีตนักแสดงละครพื้นบ้าน เตรียมเปิดปมชีวิต ในรายการคนดังนั่งเคลียร์ โดย ฉัตรมงคล บำเพ็ญ เผย อนาคตดับเพราะติดกัญชา
เงียบหายไปจากวงการบันเทิง ทั้งที่ตอนนั้นยังรุ่งเรือง มีงานไม่เว้นวัน เรียกว่าเป็นซุปตาร์เลยก็ว่าได้ สำหรับ ติ๊ก ฉัตรมงคล บำเพ็ญอดีตนักแสดงละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ล่าสุด (6 สิงหาคม 2557) เจ้าตัวมาเปิดใจกับรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ทางช่อง 2 ถึงสาเหตุที่ทำให้อนาคตในวงการบันเทิงดับวูบ พร้อมเผยหนีวีซ่าใช้ชีวิตอย่างลำบากในต่างประเทศ
วันดีคืนดีก็ถูกจับ เสพกัญชา ?
"อาจ จะเป็นเพราะผมมีสังคมหมู่เพื่อน เวลาเจอกันจะมีปาร์ตี้ ดื่มกัน มีคนหนึ่งที่เขาพกมา ถ้าสมัยนี้เขาเรียกว่าอะไรที่ใส่บุหรี่ พันลำ ถ้าภาษาวัยรุ่นหน่อยเขาก็เรียกปุ๊นใช่ไหมครับ แล้วเขาก็จุดผมก็ดูดกับเขาด้วย แจมกับเขาด้วย"
ทำไมถึงคบเพื่อนที่ชอบเสพ ?
"อาจ จะเป็นเพราะความคึกคะนองมั้งครับ อยากรู้ สมัยก่อนถ้าย้อนกลับไป 30 ปี เรื่องกัญชามันเป็นเรื่องอยบู่ในสังคมไทย ในแกงบ้าง ในความเชื่อว่าอยู่ในก๋วยเตี๋ยวบ้าง"
ถูกจับงานหด ?
"พอผมโดนจับ ขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งไหม ขึ้นเหมือนกันครับ ขึ้นนิดเดียว ผมได้คุยกับพี่เจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผมโดนจับผมไม่สามารถที่จะออกข่าวได้ งานผมอาจจะหด ผู้ใหญ่อาจจะไม่ให้งานผมเลย เขาบอกไม่เป็นไร เซ็นรับเป็นผู้ต้องหาไป ผมก็เซ็น แล้วสักพักหนึ่งไปขึ้นศาล ลงอาญาไว้ 2 ปี ผมก็เฮไม่มีข่าว พอจากวันนั้นประมาณ 2 วันก็มีข่าวช่องเล็ก ๆ ครับตอนนั้นไม่ได้เป็นรูปนะ เป็นช่องเล็ก ๆ ว่าติ๊ก ฉัตรมงคล โดนจับเรื่องกัญชา หลังจากนั้นก็มีหนังสือหัวบันเทิงขยายข่าวว่ากรณีของผมควรจะเอายังไง กับทาง ป.ป.ส. งั้นก็แบนเหมือนนักแสดงทั่วไป ก็โดนแบน 2 ปี"
ตอนที่ข่าวออกรู้สึกยังไง ?
"ก็ แป้วเหมือนกัน เราคิดว่ามันไม่ควรที่จะมีข่าว พอเห็นข่าวผมก็รู้ชะตาตัวเองแล้ว 2 ปีข้างหน้าคืออะไร เพราะก่อนหน้านี้มันมีกรณีคนอื่นด้วย"
สังคมตราหน้าว่าขี้ยา ?
"ใช่ พอมีข่าวออกมาคนก็พยายามจะบอกว่าพัวพันกับยาเสพติด ข่าวออกมองว่าพัวพันกับยาเสพติด ผมคิดว่ามันแรงไป พัวพันนี่มันหมายถึงพวกยาม้า ยาไอซ์ ยาอี อะไรพวกนั้น แต่ผมมันกัญชา จริง ๆ ผมโดนจับแค่ 1 มวนเองนะครับ ขอเขากลับบ้านมา ซึ่งตำรวจไปแยกบุหรี่กับกัญชา มันแค่ 0.2 กรัมเองครับ จับดาราทั้งทีจับแค่มวนเดียว...(ส่ายหน้าแล้วยิ้ม)"
โดนแบน หนีไปอยู่ต่างประเทศ ?
"พอ ผมเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ ผมก็คิดว่าต้องโดนแบนแน่เลย 2 ปี อยู่ไม่ได้ แล้วก็มีพักพวกอยู่ที่ซานฟรานซิสโก เปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่โน่น"
แล้วหยุดเสพไหม ?
"ก็ ต้องอยู่นะครับ เพราะต้องมีผู้ใหญ่ที่เราต้องเข้าไปกราบขอโทษ แล้วก็กราบที่เราต้องไปทางโน้นด้วย เขาก็เตือนเรา ไม่น่าเลย ชีวิตมันถึงคราวที่แย่ที่สุดแล้วมันก็ควรจะหยุดกับมัน เลิกกับมัน แล้วก็บินเดี่ยวไปที่ซานฟรานเลย จริง ๆ ผมกะแค่ไปตามวีซ่า มัน 3 เดือน 6 เดือน พอเราไม่อยู่สักพักเราเห็นช่องทางมันน่าจะอยู่ได้ ผมเลยอยู่ต่อ"
วีซ่าหมดก็หนี ?
"อยู่ ตามสเต็ป 6 เดือนครับ แล้วก็หนีด้วย อีก 6 เดือนก็เท่ากับ 1 ปี แล้วเราเห็นว่าเราอยู่ได้ หลังจากนั้นการที่เราเป็นโรบินฮูดแล้วหนีวีซ่ากลับมามีช่องทางช่วยได้ กลับมาทางบ้านเราก็แสตมป์จ๊อบเข้าออกเวลาเดิมเป๊ะ อันนี้มันเป็นความลับ"
ต้องลำบาก ไม่มีวีซ่า ?
"นี่ ก็เจอครับ บางทีเขาต้องยึดพาสสปอร์ตไว้เพื่อให้อยู่ต่อ ก็ไปเรียนรู้คนไทยอยู่ในนั้น ถ้าทำเป็น ทำหนังเรื่องสั้นผมว่าก็ได้เรื่องราวของคนที่อยู่เมือนนอกเยอะเหมือนกัน ผมก็ไปอยู่ที่ร้านอาหารไทย เริ่มเสิร์ฟก่อน ก็ฝึกพูด ฝึกฟัง"
ตอนที่ไปไม่ได้ภาษาเลย ?
"ก็ได้แค่ ดิส อีส อะ บุ๊ค แค่นั้นแหละครับ"
ติดตามบทสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ ได้ในรายการคนดังนั่งเคลียร์ ทางช่อง 2 ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 11.00/ 15.00/ 20.00/ น.
***หมายเหตุ : อัพเดทข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2557








