หมิว ลลิตา สไตล์คุณแม่ โหด มันส์ ฮากับลูก ๆ


หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น
หมิว ลลิตา - น้องแพลงตอน - น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น


คุณแม่ โหด มันส์ ฮา ครบรส (ภาพยนตร์บันเทิง)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Instagram juthipon_ana, laksupalak

 
           ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณแม่ โหด มันส์ ฮา สำหรับ "แม่หมิว" ลลิตา ศศิประภา ของลูกชายรูปหล่อทั้งสอง คือ น้องแพลงตอน ศศิเดช กับน้องอีตั้น ศักดิเดช ที่อยู่ในช่วงย่างเข้าสู่วัยรุ่นและวัยกำลังซนสุด ๆ ทำให้แม่หมิวต้องใช้กลยุทธ์หลากหลายวิธีเพื่อรับมือกับลูกชาย ทั้งโหดและฮาผสมกัน




          แม่หมิว ลลิตา : ตอนนี้ลูกชายคนโต แพลงตอน อายุ 13 ส่วนคนเล็ก อีตั้น อายุ 11 ก็เป็นเด็กที่ทั้งบ๊องทั้งบ้าและซนซ่าตามวัยแต่เป็นเด็กมีน้ำใจ เวลาเราเหนื่อยหรือต้องการเขาก็อยู่กับเราตลอด ตอนเด็ก ๆ ลูกเลี้ยงไม่ยาก แต่ตอนนี้ยากกว่าเพราะตอนเด็กเราเลี้ยงร่างกายเขาให้เติบโต ตอนนี้ต้องเลี้ยงจิตใจเลี้ยงความคิดคำพูดที่เขาโต้ตอบเราทำให้ต้องละเอียด อ่อนมากขึ้น หมิว ถึงรับละครได้ไม่มาก ถึงลูกจะโตแล้วก็ต้องมีเวลาและดูแลเขา ลูกอยู่โรงเรียนอะไร โตมาในรูปแบบไหน เรื่องทั่วไปเรื่องกีฬา กิจกรรมและเรื่องของจิตใจว่าจะไปในแนวไหน เราเตรียมเรื่องนี้โดยอ่านหนังสือหรือฟังคนอื่นที่มีประสบการณ์อะไรใกล้ เคียงสุดก็เอามาปรับกับลูกเรา หรือเรื่องไหนที่หมิวทำไม่ได้ก็ต้องให้ ก้อง (นรบดี) ทำสมมติอะไรที่เกี่ยวกับผู้ชายเรื่องดูมวยดูบอลหรืออยากไปดูหนังหรือออกไป ทานข้าวกันเองตามประสาผู้ชาย คือหมิวกับก้องสลับกันใครว่างก็ดูแล


 
สิ่งที่เน้นสำหรับลูกคือการศึกษา

          แม่หมิว ลลิตา : หมิวจะเน้นหลัก ๆ เลยคือเรื่องการศึกษาเพราะจะอยู่กับตัวเขาตลอด และเรื่องของนิสัย ถ้าเขาทำให้คนอื่นรำคาญก็ลำบากนะเราคิดมาก เพราะเขาจะว่าได้ว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน ก็สั่งสอนอยู่นะและถึงขั้นสุดก็ต้องตี โตขนาดนี้ก็ยังต้องตีอยู่นะ คนโตไม่ตีแล้วแต่คนเล็กยังตีอยู่ เพราะเขาไม่รู้ เรื่องไงเลยอยากลองของ เพราะคิดว่าหมิวไม่ตีหรอกแต่ตีนี่เดี๋ยว ตั้น กลับไปก็ต้องโดน พูดเฉย ๆ ไม่รู้สึกเขาชอบความเจ็บปวด กลับไปวันนี้หวดเต็มเหนี่ยวเพราะดื้อมาก เวลาตีลูกหมิวใช้แส้ม้าตี คนอื่นอาจจะนึกว่าโหด แต่ไม่หรอก ถ้าไม่เอาแส้ม้าตีแล้วให้เอาอะไรตีก้านมะยมเหรอจะอยู่ใหม่ล่ะ แล้วแส้ม้าก็เป็นไม้น่ะ เราควบคุมม้าอยู่ลูกก็ต้องควบคุมอยู่เหมือนกัน

           แต่ตอนนี้พูดไปเขาไม่สลดหรอกเริ่มด้านไม้เรียว ต้องหาทางอื่นอาจจะยึดมือถือสักอาทิตย์ไม่ให้เล่นเกม หรือของที่เขาใช้ประจำไม่ให้ดูหนังดูทีวีไม่ให้ดูการ์ตูน เวลาเราดุมีเรื่องให้ดุก็ต้องใช้ความเป็นแม่ แต่บางทีก็เป็นเพื่อนสนุกสนานเวลาอยู่บ้าน คือบางทีหมิวก็อยากสนุกเพราะเวลาดุคนมาก ๆ มันเครียดนะไม่อยากเครียดตลอดเวลา ส่วน ก้อง ไม่ได้ถึงขนาดเล่นกับลูกมาก เขาจะมีความเป็นพ่อสูงกว่าหมิวในความเป็นเพื่อนกับลูก


หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

ความแตกต่างความแสบของ 2 หนุ่ม


          แม่หมิว ลลิตา : ก็แตกต่างนะแต่แสบทั้งคู่ คนโตผ่านความแสบมาแล้วแต่คนเล็กยังแสบอยู่ ตอน จะเป็นคนเต๊ะ ๆ หน่อย แต่มีความรับผิดชอบและมีวินัยเป็ะ ๆ เหมือนคุณยาย สมมติไปซ้อมฟุตบอลจะพยายามไปให้ตรงเวลา หรือไปเรียนหนังสือจะออกจากบ้านเช้าเพื่อไปให้ทัน และเหมือนคุณปู่ชอบหาความรู้รอบตัว เวลาเขาอยากรู้อะไรจะอยากรู้ลึกซึ้งในเรื่องนั้น ขณะที่ ตั้น จะยืดยาดหน่อยนึงออกแนวลั้ลลา แนวสันทนาการเพื่อนเยอะเล่นกับคนได้ทั้งโรงเรียนรู้จักคนหมดตั้งแต่อนุบาล ยันเกรด 12 เป็นคนเฟรนด์ลี่ และมีความเป็นศิลปินหน่อย มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ทั้งสองคน จะชอบกีฬากับดนตรีมากตอนจะเล่นฟุตบอลและเล่นดนตรี คือเบส ส่วนตั้นตีกลองและว่ายน้ำ



ปลูกฝังให้ลูกเล่นกีฬาและดนตรี

          แม่หมิว ลลิตา : หมิว อยากให้เขาเล่นกีฬาเพราะอยากให้เขาแข็งแรง และการเล่นกีฬามันเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น และมีความสามัคคีมีน้ำใจนักกีฬารู้จักแพ้รู้จักชนะ นอกจากกีฬาและดนตรี หมิวเน้นให้อยู่กับคุณปู่คุณย่า หมิวว่าน่ารักและเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสองรุ่นอีกอย่างเขาอยู่กับเราเยอะ แล้วไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า หรืออยู่กับคุณยายบางทีทำให้เขาเห็นว่าเราทำอะไรให้แม่ คนไทยต้องทำอะไรให้ผู้มีพระคุณพยายามจะสอนเขาตรงนี้ แต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กผู้ชายแล้วแม่ค่อนข้างดุบางครั้งเข้าถึงยากก็ต้อง พยายามให้เขาไปไหนกับเรา ไปกินข้าวหรือไปต่างจังหวัดด้วยกัน

           เราอาจจะดุไปหน่อยในความเป็นแม่ก็ไปอยู่กับย่าหรือยายจะได้เบา ๆ หน่อย แต่เราก็บอกเขานะคนที่ดุเนี่ยไม่ใช่ไม่รักนะ มันเป็นความรักอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการให้ความรักแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณปู่คุณย่าไม่ได้อยู่กับลูกเราตลอดเวลา เราอยู่กับเขาเกือบ 24 ชั่วโมงก็จะเห็นข้อบกพร่องผิดพลาด ข้อเสียที่ต้องแก้ไขก็เลยมีการพูดการสอนเยอะกว่าคนอื่นมันเลยดูน่ารำคาญ แต่อย่างน้อยดีกว่าปล่อยให้เป็นไปโดยแก้ไม่ได้ในอนาคต มีอะไรให้รีบแก้กันตั้งแต่วันนี้



ยิ่งลูกโตเป็นหนุ่มความห่วงยิ่งเพิ่มมากขึ้น

          แม่หมิว ลลิตา : ตอนนี้ก็ห่วงนิดหน่อยแต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ยังไงไม่หมดห่วงหรอก ก็มีบ้างในเรื่องรายละเอียดตอนนี้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขาเริ่มช่วยตัวเองได้แล้ว และการที่ หมิว แบ่งเวลาให้เขาคิดว่าหมิวคิดถูกนะคือทำงานด้วย แต่เวลาที่มีสำหรับเขาคุยกับเขาให้ได้มากที่สุดให้เขาเปิดเผยกับเราเกือบทุก เรื่องไม่ถึงร้อยหรอกแต่อย่างน้อย 98% หมิวขอมีส่วนร่วมตัดสินใจได้ไหมอันนี้สำคัญ ถ้าเราใกล้ชิดกับเขาอยู่เวลามีอะไรแก้ไขกันได้ แต่ถ้าเราห่างจากเขามากเราจะไม่รู้รายละเอียดของเขา อย่างตอนนี้เวลาเขาไปเตะฟุตบอลเราไปรับไปส่งไปไหนไปด้วย เพื่อนเขาคนไหนเรารู้หมด หรือจะพาเพื่อนมาที่บ้านได้ไม่ว่าไรยินดีต้อนรับ ไปไหนไปด้วยเรายังมีส่วนในชีวิตของเขาอยู่ แต่ตรงนั้นห้ามไม่ได้หรอก เพราะอีกหน่อยเราไม่ได้อยู่กับเขาตลอด และอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่เราหาที่ยึดเอาไว้ก่อนว่าตรงนี้มันดี

           และพอเขาเรียนจบมหาวิทยาลัย หมิวจะบอกตัวเองคงลดความห่วงตรงนั้นแต่ไม่รู้จะ ทำได้หรือเปล่านะ เพราะทุกคนต้องมีชีวิตของตัวเอง แต่ตอนนี้ถ้าเราใช้ชีวิตกับเขาเต็มที่แล้ว วันหนึ่งต้องเป็นชีวิตของเขา ก็คงยังห่วงอยู่แหละ แต่จะพยายามไม่ให้เป็นห่วงที่เป็นภาระที่หนักใจ อยากให้เขามีความสุขกับชีวิตโดยที่เขาไม่รู้สึกกดดัน หมิวภูมิใจนะเพราะเขาสองคนพื้นฐานเป็นคนจิตใจดีนะอาจจะซนตามวัยเราก็ต้อง เรียนรู้จากเขา ส่วนเขาก็ต้องเรียนรู้จากเรา ตอนนี้เขาเริ่มเป็นตัวของเขาเองแล้วก็ต้องมี เวลาให้เขามากสุดจะได้สนิทกัน





หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น

หมิว ลลิตา น้องแพลงตอน น้องอีตั้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีที่ 40 ฉบับที่ 1886 ประจำวันที่ 6-19 สิงหาคม 2557



เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หมิว ลลิตา สไตล์คุณแม่ โหด มันส์ ฮากับลูก ๆ อัปเดตล่าสุด 8 สิงหาคม 2557 เวลา 23:55:12 5,132 อ่าน
TOP
x close