
ปัญหารบกวนจุดซ่อนเร้นในช่วงฤดูร้อน (Lisa)
เนื่องจากลักษณะอวัยวะเพศของผู้หญิงมีความสลับซับซ้อนกว่าของผู้ชาย ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้หญิงเราจะต้องใส่ใจดูแลและรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งไม่เพียงทำให้เนื้อตัวเท่านั้นที่เหนียวเหนอะหนะ แม้แต่อวัยวะส่วนนั้นก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย หรือบางทีอาจจะมากยิ่งกว่า เพราะเป็นส่วนที่ต้องถูกปกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด ฉะนั้น ถ้าหากตัวคุณรักษาสุขอนามัยไม่ดีพอก็จะเปิดโอกาสให้เชื้อโรคต่างๆ ที่แอบแฝงอยู่ในบริเวณนั้น สามารถเจริญเติบโตและแพร่ขยายจำนวนได้มากยิ่งขึ้น จากนั้นก็จะลุกลามไปรบกวนทั้งต่ออวัยวะเพศโดยตรง และอวัยวะส่วนอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่เชื้อโรคในบริเวณจุดซ่อนเร้นจะก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพ ระบบป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของร่างกายก็จะสำแดงอาการผิดปกติบางอย่างเตือนให้เราได้รู้ตัว เพื่อที่จะหาทางรับมือกับเชื้อโรคเหล่านั้นเสียตั้งแต่เนินๆ
ปัสสาวะแสบขัด
บ่อยครั้งที่ลักษณะอาการดังกล่าวบ่งบอกถึงการติดเชื้อซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นที่กระเพาะปัสสาวะ และโอกาสเสี่ยงจะยิ่งมีมากขึ้น หากคุณโปรดปรานการว่ายน้ำ หรือชอบเล่นกีฬาทางน้ำมากเป็นพิเศษ หรือเที่ยวเล่นสาดน้ำอย่างเมามันตลอดเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ต้องสวมใส่ชุดที่เปียกชื้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หรือแม้แต่ในระหว่างที่มีรอบเดือน ถ้าหากคุณรักษาสุขอนามัยไม่ดีพอ เช่น ไม่ได้เปลี่ยนผ้าอนามัยเลยตลอดทั้งวัน บริเวณดังกล่าวก็จะอับชื้นและกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื้อโรคดังกล่าวสามารถสร้างปัญหายุ่งยากให้กับกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะได้ โดยจะส่งผลให้เกิดอาการแสบคัน หรือรู้สึกระคายเคืองในขณะปัสสาวะ
นอกจากนั้น การกลั้นปัสสาวะเอาไว้นานๆ ก็จะเป็นพฤติกรรมเสี่ยงอีกประการหนึ่ง เพราะเมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มเกินไป กระเพาะปัสสาวะจะขยายตัวมาก อีกทั้งท่อนำปัสสาวะของผู้หญิงยังสั้นกว่าของผู้ชาย ส่งผลให้เชื้อโรคที่อยู่บริเวณปลายท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น และในที่สุดก็จะทำให้เกิดการอักเสบ
วิธีดูแลตัวเอง ควรจะมีชุดชั้นในที่แห้งสะอาดเอาไว้สำหรับผลัดเปลี่ยนเสมอๆ และในกรณีที่อยู่ระหว่างการมีรอบเดือนก็ควรจะหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ หรืออาจเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งสามารถจะช่วยให้คุณรู้สึกแห้งสบายไม่เหนอะหนะ และที่สำคัญควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 2.5 ลิตร เพื่อกระตุ้นให้มีการปัสสาวะ และเพื่อให้น้ำปัสสาวะช่วยขับเชื้อโรคออกไป
คันในช่องคลอด
ช่องคลอดของคุณอาจจะกลายเป็นแหล่งที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงเชื้อราได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณปล่อยปละละเลยให้บริเวณนั้นเกิดความอับชื้น ลักษณะอาการผิดปกติอันเนื่องจากเชื้อราเป็นเหตุก็คืออาการคัน และระคายเคืองภายในช่องคลอดร่วมกับการมีตกขาวหลั่งออกมามากกว่าปกติ
วิธีดูแลตัวเอง หลักสำคัญอยู่ที่ความแห้งสะอาด โดยเฉพาะกับชุดชั้นในที่สวมใส ไม่ควรจะทนใส่ทั้งๆ ที่ชื้นแฉะ และควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่กางเกงที่คับเกินไป หรือกางเกงที่ระบายความร้อนหรือความอับชื้นไม่ดี นอกจากนั้น ควรจะรักษาสุขอนามัยของบริเวณจุดซ่อนเร้น โดยล้างด้วยสบู่อ่อนๆ กับน้ำสะอาดเป็นประจำ แต่ไม่ต้องถึงขนาดใช้น้ำยาล้างสวนช่องคลอด ทั้งนี้ เพราะน้ำยาดังกล่าวอาจมีผลทำให้สมดุลตามธรรมชาติของผิวอ่อนบางในบริเวณนั้นสูญเสียไป อีกทั้งยังอาจไปกระตุ้นให้เกิดความระคายเคืองได้มากยิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มพูนภูมิต้านทานของร่างให้แข็งแรงอยู่เสมอ ควรจะรับประทานผักสดและผลไม้ที่มีวิตามิน และเกลือแร่มากๆ โดยเฉพาะวิตามินซี จะสามารถช่วยให้ปัสสาวะมีฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตามหากปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวแล้ว แต่อาการเหล่านั้นยังไม่ทุเลาเบาบางลง ควรจะปรึกษาสูติ-นรีแพทย์ให้ทำการตรวจภายใน ซึ่งถ้าหากสาเหตุของอาการนั้นๆ เกิดขึ้นจากเชื้อราจริงๆ แพทย์ก็จะรักษาเยียวยาด้วยครีมหรือยาเหน็บช่องคลอด
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เนื่องจากลักษณะอวัยวะเพศของผู้หญิงมีความสลับซับซ้อนกว่าของผู้ชาย ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้หญิงเราจะต้องใส่ใจดูแลและรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งไม่เพียงทำให้เนื้อตัวเท่านั้นที่เหนียวเหนอะหนะ แม้แต่อวัยวะส่วนนั้นก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย หรือบางทีอาจจะมากยิ่งกว่า เพราะเป็นส่วนที่ต้องถูกปกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด ฉะนั้น ถ้าหากตัวคุณรักษาสุขอนามัยไม่ดีพอก็จะเปิดโอกาสให้เชื้อโรคต่างๆ ที่แอบแฝงอยู่ในบริเวณนั้น สามารถเจริญเติบโตและแพร่ขยายจำนวนได้มากยิ่งขึ้น จากนั้นก็จะลุกลามไปรบกวนทั้งต่ออวัยวะเพศโดยตรง และอวัยวะส่วนอื่นที่อยู่ใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่เชื้อโรคในบริเวณจุดซ่อนเร้นจะก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพ ระบบป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของร่างกายก็จะสำแดงอาการผิดปกติบางอย่างเตือนให้เราได้รู้ตัว เพื่อที่จะหาทางรับมือกับเชื้อโรคเหล่านั้นเสียตั้งแต่เนินๆ
ปัสสาวะแสบขัด
บ่อยครั้งที่ลักษณะอาการดังกล่าวบ่งบอกถึงการติดเชื้อซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นที่กระเพาะปัสสาวะ และโอกาสเสี่ยงจะยิ่งมีมากขึ้น หากคุณโปรดปรานการว่ายน้ำ หรือชอบเล่นกีฬาทางน้ำมากเป็นพิเศษ หรือเที่ยวเล่นสาดน้ำอย่างเมามันตลอดเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ต้องสวมใส่ชุดที่เปียกชื้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หรือแม้แต่ในระหว่างที่มีรอบเดือน ถ้าหากคุณรักษาสุขอนามัยไม่ดีพอ เช่น ไม่ได้เปลี่ยนผ้าอนามัยเลยตลอดทั้งวัน บริเวณดังกล่าวก็จะอับชื้นและกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื้อโรคดังกล่าวสามารถสร้างปัญหายุ่งยากให้กับกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะได้ โดยจะส่งผลให้เกิดอาการแสบคัน หรือรู้สึกระคายเคืองในขณะปัสสาวะ
นอกจากนั้น การกลั้นปัสสาวะเอาไว้นานๆ ก็จะเป็นพฤติกรรมเสี่ยงอีกประการหนึ่ง เพราะเมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็มเกินไป กระเพาะปัสสาวะจะขยายตัวมาก อีกทั้งท่อนำปัสสาวะของผู้หญิงยังสั้นกว่าของผู้ชาย ส่งผลให้เชื้อโรคที่อยู่บริเวณปลายท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้น และในที่สุดก็จะทำให้เกิดการอักเสบ
วิธีดูแลตัวเอง ควรจะมีชุดชั้นในที่แห้งสะอาดเอาไว้สำหรับผลัดเปลี่ยนเสมอๆ และในกรณีที่อยู่ระหว่างการมีรอบเดือนก็ควรจะหมั่นเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ หรืออาจเลือกใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ซึ่งสามารถจะช่วยให้คุณรู้สึกแห้งสบายไม่เหนอะหนะ และที่สำคัญควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 2.5 ลิตร เพื่อกระตุ้นให้มีการปัสสาวะ และเพื่อให้น้ำปัสสาวะช่วยขับเชื้อโรคออกไป
คันในช่องคลอด
ช่องคลอดของคุณอาจจะกลายเป็นแหล่งที่เหมาะสมสำหรับการเพาะเลี้ยงเชื้อราได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณปล่อยปละละเลยให้บริเวณนั้นเกิดความอับชื้น ลักษณะอาการผิดปกติอันเนื่องจากเชื้อราเป็นเหตุก็คืออาการคัน และระคายเคืองภายในช่องคลอดร่วมกับการมีตกขาวหลั่งออกมามากกว่าปกติ
วิธีดูแลตัวเอง หลักสำคัญอยู่ที่ความแห้งสะอาด โดยเฉพาะกับชุดชั้นในที่สวมใส ไม่ควรจะทนใส่ทั้งๆ ที่ชื้นแฉะ และควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่กางเกงที่คับเกินไป หรือกางเกงที่ระบายความร้อนหรือความอับชื้นไม่ดี นอกจากนั้น ควรจะรักษาสุขอนามัยของบริเวณจุดซ่อนเร้น โดยล้างด้วยสบู่อ่อนๆ กับน้ำสะอาดเป็นประจำ แต่ไม่ต้องถึงขนาดใช้น้ำยาล้างสวนช่องคลอด ทั้งนี้ เพราะน้ำยาดังกล่าวอาจมีผลทำให้สมดุลตามธรรมชาติของผิวอ่อนบางในบริเวณนั้นสูญเสียไป อีกทั้งยังอาจไปกระตุ้นให้เกิดความระคายเคืองได้มากยิ่งขึ้นและเพื่อเพิ่มพูนภูมิต้านทานของร่างให้แข็งแรงอยู่เสมอ ควรจะรับประทานผักสดและผลไม้ที่มีวิตามิน และเกลือแร่มากๆ โดยเฉพาะวิตามินซี จะสามารถช่วยให้ปัสสาวะมีฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคได้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตามหากปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าวแล้ว แต่อาการเหล่านั้นยังไม่ทุเลาเบาบางลง ควรจะปรึกษาสูติ-นรีแพทย์ให้ทำการตรวจภายใน ซึ่งถ้าหากสาเหตุของอาการนั้นๆ เกิดขึ้นจากเชื้อราจริงๆ แพทย์ก็จะรักษาเยียวยาด้วยครีมหรือยาเหน็บช่องคลอด
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






