
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ร้อน ร้อน ร้อน อากาศร้อน ๆ แบบนี้ ออกไปไหนก็ต้องเผชิญกับแสงแดดแรงจัดกันได้ทุกวัน เล่นเอาหลายคนผิวไหม้ หรือคล้ำกันไปเลยทีเดียว จนงานนี้หลายคนถึงกับต้องมานั่งกุมขมับ เพราะทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านแล้ว แต่กลับยังคล้ำอยู่อย่างนั้น
วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยหยิบเอาวิธีเลือกซื้อครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพการใช้งานมาฝาก แถมท้ายด้วยวิธีใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้อง เพื่อจะปกป้องผิวของคุณสาว ๆ ได้อย่างไรล่ะคะ พร้อมแล้วไปดูกันเลย
ก่อนอื่นเลยคุณสาว ๆ ต้องดูค่า SPF ก่อนเลยค่ะว่า ครีมกันแดดยี่ห้อนั้นสามารถป้องกัน UVB ได้กี่เท่า ซึ่งครีมกันแดดที่ดีควรจะป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB
สำหรับ UVA นั้น เป็นรังสีที่ทำให้เซลล์ผิวเสียหายจนเป็นรอยเหี่ยวย่นได้ แต่ยังไม่มีค่ามาตรฐานกำหนด ปัจจุบันจึงนิยมใช้ PA และเครื่องหมาย + เป็นตัวบอก โดยควรเลือกครีมกันแดดที่ระบุว่า PA++ ขึ้นไป
ส่วน UVB นั้น เป็นครีมกันแดดที่ป้องกันอาการแพ้ แดง แสบ และไหม้ของผิวหนัง โดยปกติคนไทยมีผิวคล้ำ ซึ่งเม็ดสีสามารถป้องกัน UVB ได้บ้างแล้ว ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF มากกว่า 15 ก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ
สาว ๆ หลายคนมักจะเลือกใช้ครีมกันแดด SPF สูง ๆ เช่น SPF 50, SPF60 แต่รู้หรือไม่คะว่า บางครั้งสารกันแดดที่อยู่ในครีมกันแดด ก็อาจไม่ได้มีประสิทธิภาพดีเท่าที่ควรนะคะ ส่วนผสมในตัวครีมก็สำคัญไม่น้อยเช่นกันค่ะ สาว ๆ ควรเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ ซิงก์อ๊อกไซด์, ไททาเนียมไดออกไซด์, อโวเบนโซน หรือเม็กโซริล จะดีที่สุด
สาว ๆ ออฟฟิศ ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเกินไปหรอกนะคะ เลือกเพียง SPF 15 ก็เพียงพอแล้ว ส่วนคนที่ชอบเล่นกีฬา หรือต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ ทำให้มีเหงื่อออกได้ง่าย ควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป และกันน้ำได้ (Water Proof หรือ Water Resistance) จะช่วยปกป้องได้ดีกว่า ส่วนสาว ๆ ที่จะลงว่ายน้ำ หรือไปชายทะเล ควรใช้ครีมกันแดดค่า SPF 30 ขึ้นไปเช่นกัน และทาซ้ำทุก 1 ชั่วโมง ที่สำคัญ ควรทาครีมก่อนลงน้ำครึ่งชั่วโมงจึงจะได้ผลค่ะ
ขอเพียงมีคุณสมบัติครบแล้วก็ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ระคายเคืองก็เพียงพอแล้วค่ะ
สาว ๆ ที่มีผิวขาว ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงกว่าปกติเล็กน้อย เพราะผิวขาวจะไวต่อการรับแสงแดดมากกว่าคนผิวคล้ำนั่นเอง โดยควรเลือกดังนี้
วิธีทดสอบการแพ้ครีมกันแดด
หากต้องการทดสอบว่า เราแพ้ครีมกันแดดยี่ห้อไหน ให้ลองทาครีมกันแดดบริเวณใต้ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วสังเกตว่ามีอาการบวม แดงหรือไม่ ถ้าปรากฏอาการดังกล่าวแสดงว่าแพ้สารเคมีชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามคนบางประเภท (delay sensitivity) อาจจะใช้เวลานานกว่าจะปรากฏอาการแพ้ จึงควรรอดูอาการถึง 24 ชั่วโมง หรือ 72 ชั่วโมง จึงจะสรุปได้ว่าไม่มีอาการแพ้จริง ๆ

วิธีใช้ครีมกันแดดที่ถูกต้อง
เมื่อคุณสาว ๆ เลือกซื้อครีมกันแดดได้ตรงใจแล้ว เราก็มาดูกันต่อเลยว่า ควรจะใช้ครีมกันแดดอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการใช้ครีมกันแดด ก็คือ
สาว ๆ ต้องคำนึงถึงเรื่องระยะเวลาในการป้องกันแดดของครีมกันแดดด้วย ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และประสิทธิภาพก็จะค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวคุณก็จะได้รับ UVA และ UVB เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ควรทาครีมกันแดดให้ได้ทุก ๆ 2 ชั่วโมงนะคะ ยิ่งหากคุณไปเที่ยวทะเล หรือออกแดดนาน ๆ ควรต้องให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดให้มากเลยค่ะ แต่ถ้าคุณสาว ๆ ทำงานเพียงแค่อยู่ในห้องแอร์ หรือออฟฟิศ ทาเพียงวันละครั้งก็เพียงพอแล้วค่ะ
ด้วยราคาของครีมกันแดดที่ค่อนข้างสูง ทำให้สาว ๆ หลายคนใช้ในปริมาณที่น้อยนิด ไม่มากพอต่อการกันแดดในแต่ละวัน แต่สาว ๆ รู้ไหมคะว่า ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผิวหน้าและคอ คือปริมาณ 1 ช้อนชาเลยนะคะ ส่วนครีมกันแดดที่ใช้กับแขนและขา ปริมาณที่เพียงพออยู่ที่ 1 ช้อนโต๊ะค่ะ
เนื่องจากครีมกันแดดไม่ได้ป้องกันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงควรเลี่ยงแดดควบคู่ไปด้วย หรือหาอุปกรณ์ในการป้องกันแดดมาเป็นตัวช่วย เช่น หมวก แว่นตา ร่ม เสื้อแขนยาว เป็นต้น
วิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้องควรทาบาง ๆ และเกลี่ยให้ทั่ว ๆ ไม่ควรทาย้อนขึ้นย้อนลง เพราะจะทำให้ครีม หลุดลอกได้ง่าย และภายหลังจากออกแดดแล้ว ควรอาบน้ำ ล้างหน้าให้สะอาด และทามอยส์เจอร์ และครีมบำรุงผิวทันที
ได้รู้อย่างนี้แล้ว สาว ๆ ก็พอจะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ครีมกันแดดมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้น เราก็มาเลือกใช้ครีมกันแดดให้ถูก และใช้ครีมกันแดดให้ถูกวิธี เพื่อผิวสวยจะได้ไม่ถูกแสงแดดทำร้ายกันดีกว่า
เรื่องราวผู้หญิง ความสวยความงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย






