
หุ่นเพรียวสวยดั่งใจฝัน (สวายด้วยแพทย์)
ปีใหม่ เทรนด์ใหม่ ๆ ตบเท้าเข้ามาเป็นระลอกรองเท้า ทรงผม และอื่นๆ อีกจิปาถะ แต่ "ความอ้วน" ศัตรูตัวฉกาจของความงาม เห็นทีคงยากที่จะอินเทรนด์ ลองจินตนาการดูว่า หากกระแสนิยมความอ้วนมาแรง สาว ๆ หุ่นอวบอั๋นคงได้มีเฮ แต่ขอโทษที ไม่ว่าสมัยไหนสาวเอวบางร่างน้อยก็ไม่มีวันตกยุค
คนหุ่นดีรูปร่างสมส่วน จะแต่งตัวหรือทำอะไรก็ดูเฉิดฉายมาดมั่นไปหมด อย่างนี้ใครเล่าจะไม่อยากหุ่นสวยหุ่นดี แต่การจะมีรูปร่างเพรียวกระชับสมส่วน ใช่จะเนรมิตได้ดั่งใจ อยากบอกลา "ไขมันส่วนเกิน" ได้อย่างเบ็ดเสร็จต้องอาศัยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเป็นลำดับแรก อยากหุ่นเฟิร์มท่องเอาไว้เลยค่ะ
เมื่อมีความตั้งใจก็ถือว่าคุณมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่อย่ามุ่งมั่นแค่เพียงลมปาก ต้องลงมือปฏิบัติด้วยถึงจะบอกลาไขมันส่วนเกินได้อย่างใจฝัน แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนัก จงจำไว้ว่า... หลักการของการลดน้ำหนัก คือต้องลดไขมันเท่านั้น อย่าลดกล้ามเนื้อด้วย ถ้าลดน้ำหนักโดยไม่รับประทานอะไรเลย คุณจะลดทั้งกล้ามเนื้อและไขมัน ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายได้
คงเคยได้ยินคำเตือนบ่อย ๆ ว่า อย่าลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร บางท่านชอบปฏิบัติบอกว่าเป็นทางลัดที่ง่ายดี ขอเตือนว่า วิธีนี้นอกจากไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ แถมบางทีจะรั้งน้ำหนักเอาไว้ไม่อยู่เสียอีก เพราะเมื่อร่างกายรู้สึกหิวโหยเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ทีนี้ก็จะยิ่งทานหนักข้อกว่าเดิม
นอกจากนั้นในการลดน้ำหนักควรลดแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าฮวบฮาบ โดยน้ำหนักที่ลดไม่ควรเกิน 1/2 - 1 กิโลกรัม/สัปดาห์ ร่างกายจะได้ไม่เพลีย ไม่มีหนังเหี่ยวย่นให้เห็น
รู้หลักการคร่าวๆ แล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาลงมือปฏิบัติจริงๆ
การจะลดน้ำหนักนั้น ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน วิธีที่ได้ยินได้ฟังกันมานานก็คือ การควบคุมอาหารและออกกำลังกาย สองวิธีนี้จะว่าทำง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ขึ้นกับความตั้งใจจริงของเราเอง อย่าลืมท่องกฎข้อแรกเอาไว้ให้ขึ้นใจตลอดเวลานะคะ
สำหรับการควบคุมอาหารมีหลักอยู่ว่าต้องเลือกรับประทาน...ไม่ใช่อดทุกอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ไม่ควรเลือกทานมื้อใดมื้อหนึ่ง ควรทาน 3 มื้อ ตามปกติ และทานให้ตรงเวลาในปริมาณที่พอเหมาะ หากอยู่ในวัยทำงาน อาหารเช้าควรอยู่ปริมาณ 25% ของพลังงานทั้งหมดที่รับประทานต่อวัน อาหารกลางวัน 50% และอาหารเย็น 25% เพราะจะได้นำพลังงานที่รับประทานกลางวันไปใช้ และพลังงานที่รับประทานตอนเย็นจะได้ไม่ถูกสะสมไว้ในร่างกาย
ควรให้เวลาในการรับประทานอาหาร โดยทานช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด โปรตีนควรเป็นโปรตีนจากเนื้อปลาและถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ส่วนโปรตีนจากเนื้อสัตว์อื่นๆ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่ติดมันค่ะ
สิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติไปพร้อมกับการควบคุมอาหารก็คือ การออกกำลังกาย ควรหาเวลาในการออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 15-30 นาที เพื่อให้ร่างกายได้มีการเผาผลาญพลังงานออกไป ซึ่งการออกกำลังกายสามารถทำได้ทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง ส่วนวิธีการออกกำลังกายอย่างไรจึงจะเหมาะสมนั้น ขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล เพศ วัย อาชีพการงาน ฯลฯ
การเริ่มต้นด้วยตัวเองแม้จะมาถูกทาง แต่อาจเห็นผลไม่ชัด ก็อย่าเพิ่งท้อใจ ยังมีวิธีทางการแพทย์ที่นำมาปฏิบัติควบคู่กันไปได้ เริ่มตั้งแต่การใช้ยาลดน้ำหนัก
สำหรับยาลดน้ำหนักเป็นยาที่มีฤทธิ์กว้าง ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานและช่วยลดความหิว ความอยากอาหาร แต่การใช้ยาลดน้ำหนักมีข้อที่ต้องเน้นย้ำเป็นพิเศษก็คือ ไม่ควรชื้อมารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา เนื่องจากแพทย์จะเป็นผู้พิจารณ์และแนะนำว่า เราเหมาะสมหรือไม่กับการใช้ยา ควรใช้ในขนาดเท่าใด ระยะเวลาในการรับประทาน และอาจต้องมีการปรับขนาดของยาตามความเหมาะสม เช่น ตามสัดส่วนรูปร่างของคนไข้ หรือเมื่อสามารถลดน้ำหนักได้ตามความต้องการ
ถ้าคุณรับประทานยาตามคำแนะนำ และอยู่ในความดูแลของแพทย์คุณก็จะปลอดภัยจากการใช้ยา แต่อย่าลืมว่า การใช้ยาลดน้ำหนักก็ต้องปฏิบัติควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง และการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำหนักลงแล้วเราก็คงอยากได้ผิวที่เรียบเนียนกระชับ และปราศจากไขมันส่วนเกินสะสมอยู่บริเวณที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ตามหน้าท้อง สะโพก ก้น และต้นขา สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยถูกโรคกับการออกกำลังกาย ก็อาจอาศัยเครื่องมือหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อช่วยในการลดไขมันส่วนเกิน เช่น
การใช้เครื่องมือสลายเซลลูไลท์ เครื่องมือชนิดนี้สามารถลดเซลลูไลท์หรือไขมันส่วนเกินได้ดี แต่ต้องอาศัยระยะเวลาพอสมควร โดยเฉพาะในผู้ที่มีไขมันส่วนเกินอยู่มาก ก็ต้องใช้เวลาในการรักษานาน 2-3 เดือน
การใช้เครื่อง Shapemaster เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มีการเผาผลาญไขมันส่วนเกินเพิ่มขึ้น โดยนำเอาหลักการของการออกกำลังกายมาใช้ คือการทำให้กล้ามเนื้อมีการหดรัดตัว เมื่อกล้ามเนื้อทำงานก็จะมีการนำไขมันส่วนเกินรอบๆ มาใช้เป็นพลังงานในการหดตัวของกล้ามเนื้อ ก็จะทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ค่อย ๆ หายไป
การรักษาด้วยเครื่อง Shapemaster ไม่ยุ่งยาก เพียงใช้แผ่นแปะไปตามบริเวณที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินสะสมอยู่แล้ว เครื่องมือจะกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เอง ใช้เวลาเพียง 30-45 นาที เมื่อเสร็จจะไม่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเหมือนการออกกำลังกายเองใหม่ๆ
หลากหลายวิธีที่แนะนำหากใช้ควบคู่กันไป ก็เตรียมโบกมือลาเสื้อผ้าชุดเก่า แล้วหาเสื้อผ้าเทรนด์ใหม่ ๆ มาใส่เดินให้เฉิดฉายจนคนเห็นต้องเหลียวหลังเลยค่ะ
เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย![]()
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ![]()
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสารสวยด้วยแพทย์
ฉบับที่ 54 กุมภาพันธ์ 2547





