รักฟันสีขาว เรื่องเล่าน่ารู้... ก่อนจะไปฟอกสีฟัน



รักฟันสีขาว เรื่องเล่าน่ารู้... ก่อนจะไปฟอกสีฟัน (Lisa)



          “ฟัน” เป็นอวัยวะพิเศษของร่างกายมนุษย์ เป็นเนื้อเยื่อแข็งที่มีความแข็งแกร่งที่สุดของร่างกาย ถือเป็นกระดูกสำคัญชิ้นหนึ่ง มีวิวัฒนาการไปตามอายุของคน เริ่มตั้งแต่ทารก ไปจนถึงผู้ใหญ่ กระดูกชิ้นนี้จะเสื่อมสลายลงเมื่อถึงวัยชรา

          ปัจจุบันกระแสของการดูแลรักษาฟัน กลายเป็นอีกหนึ่งของความใส่ใจในสุขภาพยุคนี้ ถ้าพูดถึงการดูแลสุขภาพฟันของคนเรา ก็ต้องบอกว่าใส่ใจกันมากขึ้น ดังนั้นไม่แปลก เมื่อผ่านไปยัง “คลีนิคทันตกรรม” ไม่ว่าจะช่วงไหน จะเห็นคนรักฟันหลายคนเข้าคิวพบหมอกันให้แน่น

          วันนี้คนส่วนใหญ่ทำอะไรกับฟันกันบ้าง...ที่นิยมคงหนีไม่พ้น “การจัดฟัน” จากนั้นก็จะมี “การขูดหินปูน” และที่กำลังเป็นที่นิยมขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง คือ “การฟอกฟันให้ขาว” ด้วยเหตุที่คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่า “ฟันที่ไม่สวย” คือ “ฟันที่ไม่ขาว” หรือฟันไม่ขาว เป็นฟันที่มีสีผิดธรรมชาติ

          คุณหมอฟันที่รู้จักบอกให้ฟังว่า แท้ที่จริงแล้ว ฟันที่ถือว่าเป็นสีธรรมชาติ และยอมรับกันว่าเป็นสีที่สวยนั้นจะต้อง “ออกเหลืองนิดๆ นิดเดียวเท่านั้น” และจะต้องแวววาว ประมาณ “สีไข่มุก”

           ทีนี้ ลองไปส่องกระจกยิงฟันสักนิด ถ้าเป็นแบบคำนิยามข้างต้น คือ สีออกไข่มุกล่ะก็ ทิ้งความกังวลไปได้เลย แต่ถ้าส่องดูแล้วเป็นสีประมาณน้ำตาลๆ หรือเหลืองอมน้ำตาล โดยเฉพาะกับบริเวณคอฟัน ที่จะสังเกตเห็นว่ามีสีที่เข้มมาก ในทางการแพทย์เขาเรียกว่า “ฟันเตตร้า” มาจาก “เตตร้าไซคลิน” (Tetracycline) ยาปฏิชีวนะชนิดหนึ่งหรือเป็นสีเหลืองอมทอง (Yellowgold) เป็นสีของเชื้อราที่สกัดทำยาปฏิชีวนะชนิดนี้เข้าไปสะสมในเนื้อฟันขณะที่กำลังสร้างฟัน เมื่อสร้างฟันเสร็จ สีก็ติดมาด้วยทั้งที่ไม่ต้องการ หรือฟันที่มีรอยสีดำจากการผุของฟัน รวมไปถึงฟันที่มีสีขาวผิดธรรมชาติ จะเป็นสีขาวแต้มๆ เป็นจุด หรือด่างขาวทั่วไปบนตัวฟัน เหล่านี้ถือว่า “ฟันของคุณสีผิดปกติ” “การฟอกฟันให้ขาวขึ้น” เป็นวิธีที่จะนำมาใช้แก้ปัญหา “สีฟันผิดปกติ” ได้อย่างถูกต้องและถูกหลักทางการแพทย์

          การฟอกสีฟัน มาจากภาษาอังกฤษว่า “bleaching” ซึ่งมีความหมายเดียวกันกับ “whitening” หรือ “การทำให้ขาวขึ้น”

           การฟอกสีฟันทำได้ 2 แบบ คือ การฟอกสีฟันจากข้างนอกและจากข้างใน ซึ่งแน่นอนว่า “สารเคมี” คือหนึ่งในกระบวนการฟอกสีฟัน โดยมากมักจะเป็น “ออกซิไดซิ่งเอเจนท์ส” (Oxidizingagents) เนื่องจากว่าสารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการกัดสีต่างๆ ให้ขาวขึ้น

           ทีนี้เรามาดูถึงวิธีการฟอกสีฟันข้างในกันก่อน การฟอกจากภายในตัวฟันทำได้กับฟันที่ไม่มีชีวิตแล้วเท่านั้น เช่น ฟันที่ผ่านการรักษารากฟันมาแล้ว สำหรับฟันที่ติดสีจากเลือดออกในฟันจะต้องรักษารากฟันก่อนแล้วจึงค่อยฟอกสีฟัน

          เริ่มต้นการฟอก คุณหมอฟันเขาจะต้องดึงประสาทฟันที่สีผิดปกตินั้นออก แล้วรักษารากฟันไปพร้อมๆ กับจัดการอุดฟันภายในจนเรียบร้อย จึงจะเข้าสู่กระบวนการฟอก

          การฟอกสีฟันข้างในจะใช้สารเคมีเข้มข้นมาก เมื่อกัดสีที่ไม่ต้องการออกจากเนื้อฟัน บางครั้งอาจจะต้องใช้ความร้อนเข้าช่วยหรือใช้การฉายแสงเพื่อเร่งปฏิกิริยาการออกซิไดซ์ให้ดีขึ้น ส่วนใหญ่ทำในลักษณะนี้เพียง 1-2 ครั้งก็เห็นผล แต่ถ้าผลยังไม่เป็นที่พอใจ ครั้งที่ 3-4 สามารถเกิดขึ้นได้ แต่กระนั้น เป็นที่กล่าวกันว่าผลลัพธ์สูงสุดมักจะอยู่ที่ 2 ครั้งแรกเท่านั้น

          เมื่อฟอกข้างในจนเป็นที่พอใจ อยากจะฟอกฟันภายนอกก็ทำได้ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นฟันที่ยังมีชีวิตแต่ติดสีจากภายนอก เช่น ฟันตกกระ ฟันโดนสารเคมี หรือจะเป็นฟันทั่วไปที่เจ้าของอยากจะฟอกให้ขาวขึ้น

          การฟอกสีฟันจากภายนอกไม่ต้องมีการกำจัดชีวิตของฟันซี่ใดๆ วิธีการฟอกก็ง่ายกว่าแต่ข้อควรระวังที่ต้องรู้ คือ สารเคมีอาจมีโอกาสไปทำอันตรายเหงือกได้มากกว่าการฟอกแบบภายใน เพราะเนื้อที่ภายนอกของฟันนั้น สารเคมีมีโอกาสพลาดไปโดนเนื้อบริเวณขอบเหงือกได้มากกว่า

            การฟอกภายนอก คุณหมอฟันจะนำเขื่อนยางมาหุ้มฟันไว้จากเหงือก เพื่อป้องกันไม่ให้โดนสารเคมีที่ใช้ฟอกฟัน หรือถ้าสารเคมีที่ใช้ผลิตออกมาในรูปเจล จะมีการพิมพ์ปากเพื่อทำถาดพิเศษ เฉพาะบุคคลเสียก่อน แล้วถึงจะนัดมาฟอกสีในครั้งต่อไป โดยนำเจลใส่ถาดดังกล่าวแล้วนำไปให้ผู้ป่วยกัดถาด เพื่อให้เจลสัมผัสกับฟันตลอดเวลา ใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาที

           สารเคมีที่ใช้หนีไม่พ้นในกลุ่ม ออกซิไดซิ่งเอเจนส์ เหมือนกับการฟอกข้างใน แต่จะใช้ความเข้มข้นให้น้อยลง อาจมีการใช้ความร้อน หรือการฉายแสงกระตุ้นบ้าง ฟังดูแล้ว อาจจะดูน่ากลัว ถ้าใครคิดอยากที่จะไปฟอกฟันของตัวจากสีที่ผิดธรรมชาติให้ดูขาวขึ้น

           ..แต่โลกนี้คงไม่ใจร้ายจนเกินไปนัก เพราะปัจจุบันมีวิธี “การฟอกสีฟันด้วยตัวเอง” ซึ่งเหมาะกับกลุ่มคนที่ฟันไม่ได้ มีสีผิดปกติแบบที่ทางการแพทย์เขาระบุไว้ แต่ประมาณว่า อาจจะเหลืองไปสักนิดจนเกิดความไม่มั่นใจ

           สารเคมีฟอกฟันที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด เขาจะขายกันเป็นแพ็กเกจ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 บาท แต่ก็ใช่ว่าจะได้ผล คำแนะนำที่ดี คือการพิจารณาดูคุณภาพสินค้า ยี่ห้อ หรือถ้าจะให้ดีที่สุด ควรนำสารเคมีที่ซื้อนั้นไปปรึกษาคุณหมอฟันของเราก่อนจะดีกว่า เพราะหากนำไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ อาจจะต้องมานั่งเสียใจ และเสียเงินทีหลัง เพราะต้องวิ่งเข้าคลีนิคทันตกรรม ให้คุณหมอฟันรักษาอีกครั้งอยู่ดี

          ไม่ปฏิเสธว่า ถ้าจะยิ้มให้สวย “ฟัน” ก็ต้องบ่งบอกได้ว่ามีสุขภาพดี การที่ฟันมีสุขภาพดีนั้นไม่ได้แปลว่า ฟันต้องขาวแต่เพียงอย่างเดียว หากสิ่งสำคัญอยู่ที่ “ความจริงใจ” เมื่อคุณยิ้ม คุณ “จริงใจ” กับคนรอบข้าง ให้คนรอบข้างชื่นชมและยิ้มตอบกับคุณได้อย่างจริงใจ


เรื่องราวผู้หญิง ความสวยความงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ





ขอขอบคุณข้อมูลจาก

มกราคม 2547

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รักฟันสีขาว เรื่องเล่าน่ารู้... ก่อนจะไปฟอกสีฟัน อัปเดตล่าสุด 7 ตุลาคม 2552 เวลา 14:54:30 3,268 อ่าน
TOP
x close