
นอกใจ...เรื่องของแมลงเม่าในกองไฟอารมณ์ (Momypedia)
โดย เซเฮราซาด
เกมชีวิตคู่อันเจ็บปวดที่รู้จักกันดีในนาม "เกมนอกใจ"
ชีวิตดำเนินมาถึงจุดที่สามีภรรยาคู่นี้คิดว่าครอบครัวจะต้องพัฒนาต่อไป ภรรยาก็เลยคิดว่าตัวเองน่าจะไปเรียนต่อ การเรียนต่อนั้นก็ไม่ใช่ต้องไปอยู่ไกลกัน ยังอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แต่ว่าภาระการเรียนหนัก ต้องเรียนด้วย ต้องดูแลลูกด้วย ฝ่ายภรรยาจึงรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยและเครียดมาก ขณะเดียวกันสามีก็เหนื่อยและเครียดกับการทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเหมือนกัน
ความเครียดไม่ได้ทำให้สองคนนี้ทะเลาะกัน แต่กลับทำให้สองคนนี้ค่อยๆ ห่างออกจากกันไปเรื่อยๆ...เป็นการห่างเหินทางอารมณ์
ขณะเดียวกันฝ่ายสามีก็มีลูกน้องผู้หญิงอยู่คนหนึ่งซึ่งสนิทสนมกับครอบครัวนี้เป็นอันมาก ผู้หญิงคนนี้มาเที่ยวที่บ้านนี้บ่อยๆ และรู้สึกว่าตนเองพึงใจชายผู้นี้มานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้อะไรมากไปกว่าความรู้สึกชื่นชมที่เขาเป็นคนดี
ส่วนฝ่ายชาย ในตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนี้ แต่มาภายหลังเมื่อใกล้ชิดกัน และภรรยาของตนก็ห่างเหินไปด้วย ในที่สุดจึงมีอะไรเกินเลยกับผู้หญิงคนนี้ ประกอบกับฝ่ายภรรยาก็มีปัญหาเรื่องโรคซึมเศร้าด้วย สามีเป็นผู้พาภรรยาไปปรึกษาจิตแพทย์ด้วยความรู้สึกห่วงใย ใส่ใจ ตอนที่ไปปรึกษาจิตแพทย์นั้น ภรรยายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในครอบครัวของตัวเอง แต่หลังจากรักษาไปสักระยะหนึ่งจึงเริ่มระแคะระคายว่ามีผู้หญิงคนนี้มาเกี่ยวข้องกับสามี เมื่อถึงจุดนี้สามีก็ยอมรับ ฝ่ายเมียน้อยก็ยอมรับ ส่วนเมียหลวงได้แต่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว
เธอรักสามีมาก จึงขอให้เขาเลิกกับเมียน้อย ซึ่งฝ่ายชายก็ยินดีจะเลิก ส่วนเมียน้อยก็รักผู้ชายมาก ยินดีที่จะหลีกทางออกมาเช่นกัน...
อย่าค่ะ...อย่าเพิ่งด่วนตัดสินเนื้อหาของบทความนี้จากชื่อเรื่อง เราไม่ได้กำลังจะบอกว่าคนทุกคนที่นอกใจนั้นเปรียบเสมือนแมลงเม่าที่ต้องตายอย่างไร้ค่าในกองไฟ แต่เรากำลังจะบอกว่าถ้าคุณไม่ระวังไฟอารมณ์ไว้ให้ดี คุณมีสิทธิที่จะพ่ายแพ้อย่างหมดท่าในเกมชีวิตนี้
เราอยากจะบอกเพียงว่านี่คือปัญหาของมนุษย์ เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในสังคมปัจจุบันนี้ ใครสักคนที่เดินสวนกับคุณ ใครสักคนที่อยู่ในที่ทำงานเดียวกับคุณ ใครสักคนที่คุณรู้จักอาจจะกำลังเจ็บปวดอย่างที่สุด เพราะกำลังเผชิญกับปัญหานี้ โดยไม่สามารถหาทางออกได้ และกำลังหลงอยู่ในวังวนของปัญหานอกใจ ถูกนอกใจ หรือไม่สามารถตัดใจจากใครสักคนที่เป็นสามีภรรยาของคนอื่นอยู่แล้วก็ได้
เราจะไม่พูดถึงปัญหานี้ในมุมของศีลธรรม และคงไม่อาจบอกว่ามันผิดหรือถูกด้วย เพราะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนที่มาใช้ชีวิตร่วมกันนั้นเป็นเรื่องซับซ้อน และมีรายละเอียดมากเกินกว่าจะใช้กฎเกณฑ์ใดกฎเกณฑ์หนึ่งไปตัดสินได้
เราแค่พยายามจะเปิดไพ่ทุกใบ ในเกมชีวิตเกมนี้ให้คุณได้เห็นเท่านั้น
ไพ่ใบที่ 1 บุคลิกภาพที่นำไปสู่การนอกใจ
ไม่มีใครเกิดมาเพื่อที่จะเข้าไปอยู่ในวังวนของปัญหานอกใจ แต่ทุกอย่างมีเหตุผลและที่มาที่ไปเสมอ
พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการและบริการสุขภาพจิต ศูนย์สุขวิทยาจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงคนบุคลิกภาพต่างๆ ที่มีปัญหานอกใจไว้ดังนี้ค่ะ
1. คนที่รู้สึกไม่มั่นใจในความเป็นตัวของตัวเอง รวมถึงไม่มั่นใจในบทบาททางเพศของตัวเองด้วย อันนี้เป็นกรณีที่มีการพูดถึงมากที่สุด ว่ากันว่าคนที่เป็นจอมเจ้าชู้ลึกๆ จะมีความรู้สึกวิตกกังวลว่า เรานี่เป็นผู้ชายจริงๆ หรือเปล่า
เพราะฉะนั้นการพิสูจน์ความเป็นชายจริงของตนก็คือ ทำตัวให้เป็นที่สนใจของผู้หญิงหลายๆ คน ซึ่งในขณะนั้นเขาก็จะบอกตัวเองว่าเขามีเสน่ห์ เป็นผู้ชายที่น่าดึงดูดใจ และทำให้ตัวเองมีลักษณะของการเชิญชวน หรือมีความหมกมุ่น มีความฝักใฝ่ที่จะไปมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ต้องห้าม เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตนเอง
แต่การเป็นคนที่ต้องการพิสูจน์อะไรเรื่อยๆ นั้น แท้จริงแล้วเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่มั่นใจในคุณลักษณะของตัวเอง ไม่ว่าจะในเรื่องของความเป็นชาย หรือเรื่องของความสามารถ
2. คนที่มีปัญหาในการสร้างสัมพันธภาพระยะยาว คนบางคนสามารถสร้างสัมพันธภาพแบบฉาบฉวยได้ แต่เมื่อถึงการสร้างสัมพันธภาพให้ลึกซึ้ง มั่นคง จนกระทั่งนำไปสู่ความรู้สึกผูกพันอย่างสามีภรรยาที่ดีต่อกันทั่วๆ ไป กลับไม่สามารถเดินไปจนถึงจุดนั้นได้ เพราะคุ้นเคยกับการสร้างสัมพันธภาพที่ฉาบฉวยเท่านั้น เมื่อจะเดินไปถึงจุดของความลึกซึ้งผูกพันกันก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เอาใหม่ เริ่มต้นใหม่ เพราะฉะนั้นของเก่าก็สานไม่เสร็จ ของใหม่ก็จะเริ่มต้น เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ ไป
3. คนที่ใช้วิธีการแบบนี้เพื่อทดแทนการหาทางออกของตัวเอง เช่น คนบางคนมีลักษณะที่ควบคุมตัวเองสูงมาก กดดันมาก แต่ในบุคลิกภาพแบบนี้จะมีลักษณะที่เป็นแอ่งของปัญหาหนึ่งๆ ซึ่งเขาจะปลดปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสระจากการควบคุมทั้งหมดด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง เช่น เป็นคนที่มีระเบียบมาก เป็นคนที่เคร่งครัดต่อเวลามาก เป็นคนที่ดูเหมือนว่าจริยธรรมสูงมาก อาจจะดูเป็นคนที่ยึดมั่นในศาสนาเสียด้วยซ้ำไป แต่ในความควบคุมตัวเองสูงของเขานั้นแทนที่จะย่อหย่อนในบางเรื่องได้ กลับกลายเป็นว่าเขามาปลดปล่อยในเรื่องทางเพศอย่างเต็มที่ ด้วยการมีพฤติกรรมนอกใจโดยไม่สิ้นสุด
4. คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แล้วตอนหลังก็มีเมียเก็บเล็กๆ มากมาย คนกลุ่มนี้ลักษณะบุคลิกภาพอาจจะเป็นคนที่ต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองมีอำนาจเหนือกว่า โดยมีรากฐานจากการที่ตัวเขาเองอาจถูกกดหรือถูกทำร้ายมาตลอด เมื่อมาถึงจุดหนึ่งจึงเป็นการนำภาวะที่ตนเองเหนือกว่านี้มาทำร้ายผู้อื่นต่อไป
ทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนั้นนะ
บุคลิกภาพต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีสาเหตุค่ะ พญ.อัมพร ยังได้อธิบายต่อด้วยว่าคนที่มีบุคลิกภาพต่างๆ ดังกล่าวมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากประสบการณ์ในวัยเด็ก ที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม
"ประเด็นที่คนค่อนข้างเชื่อมั่นมากที่สุดก็คือเรื่องของการเลี้ยงดู เชื่อว่าคนเหล่านี้อาจจะเติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมหลายอย่าง เช่น การขาดความรัก ความอบอุ่นที่เพียงพอในช่วงวัยที่เขาต้องการ ทำให้รู้สึกไม่มั่นคงว่า จริงๆ แล้วเรามีคุณค่าหรือไม่ เราเป็นที่ต้องการหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วเรามีความเป็นชายเพียงพอหรือไม่ เมื่อโตขึ้นก็พยายามที่จะแสวงหา ซึ่งในภาพรวมแล้วก็คงเป็นเรื่องของการเลี้ยงดูที่ไม่พอดี
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สังคมไทยค่อนข้างจะมีเยอะคือการมีต้นแบบที่ไม่ดี การมีต้นแบบที่ไม่ดีไม่ได้หมายถึงการที่เขาไม่ได้ถูกสอน คือพ่อแม่สอนว่าต้องซื่อสัตย์ ต้องเป็นคนดีนะ แต่บุคคลที่เขาชื่นชม ซึ่งอาจจะเป็นพ่อแม่ หรือไม่ไช่ก็ได้ กลับมีตัวอย่างในทางลบให้เขาเรียนรู้ จิตใต้สำนึกก็จะบอกเขาว่ามันไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเลย ในที่สุดก็ยังเป็นที่ชื่นชมของเราได้ เพราะฉะนั้นเราก็เอาแบบอย่างแบบนั้นได้
หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ การได้รับความรู้สึกโกรธแค้นมาก่อน แล้วก็ต้องการที่จะระบายความโกรธแค้นนั้นไปยังผู้อื่นที่จะกลายเป็นเหยื่อของเขาต่อไป เขาอาจจะเคยเห็นเรื่องในทำนองนี้มาเมื่อตอนเป็นเด็ก สมมติว่าเคยเห็นแม่นอกใจพ่อ พอตัวเองโตขึ้นก็รู้สึกว่าผู้หญิงจริงๆ ก็ไม่ได้ซื่อสัตย์อะไร เพราะฉะนั้นการที่เราจะไม่ซื่อสัตย์ต่อผู้หญิงบ้างก็อาจจะทำได้ ก็เลยมีภรรยาหลายๆ คน
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องนึกถึงอยู่เสมอก็คือเรื่องของความต้องการทางเพศ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ภายใต้กรอบกฎเกณฑ์ชีวิตของคนๆ นั้น หากไม่มีการเรียนรู้ในเรื่องของการสร้างสัมพันธภาพทางเพศที่ถูกต้อง เขาก็อาจจะไม่สามารถควบคุมมันได้ ไม่สามารถทำให้มันเดินไปตามสิ่งที่ถูกทำนองคลองธรรมได้ ทำให้กลายเป็นคนที่ไปมีสัมพันธภาพทางเพศแบบไม่เลือก ซึ่งก็เป็นภาวะของการนอกใจอย่างหนึ่ง
คือเราจะมองในเรื่องของการเลี้ยงดูอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องมองในแง่ของสิ่งที่มันเป็นแรงผลักดัน เป็นความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ด้วย ถ้าคนๆนั้นไม่มีวินัยที่จะควบคุมตัวเองให้อยู่ในขอบเขตของความดีงามได้ ก็เหมือนกับคนเราชอบกิบขนมชิ้นหนึ่ง เรื่องของการชอบกินมันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์เหมือนกัน แต่เรารู้ว่าไม่ใช่ของๆ เรา เราก็จะไม่กิน
แต่ในบางคนที่รู้ว่าไม่ใช่ของๆ เรา เราก็จะกิน ไม่มีวินัยที่จะห้ามตัวเอง ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ แล้วก็จะย้อนกลับไปว่า คนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็หมายความว่าไม่เคยถูกสอนให้ควบคุมตัวเองมาก่อน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องถูกสอน ต้องผ่านกระบวนการอบรมเลี้ยงดูมาเหมือนกัน"
ไพ่ใบที่ 2 สิ่งแวดล้อมที่นำไปสู่การนอกใจ
มีโจทย์เป็นตุ๊กตาซึ่งนำมาจากเหตุการณ์จริงให้คุณอ่านค่ะ
"มีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นข้าราชการ ต้องเดินทางไปสัมมนาต่างจังหวัดบ่อยๆ ผู้หญิงคนนี้มีครอบครัวอยู่แล้ว มีสามีที่ดี มีลูกที่น่ารัก แต่ในความเป็นคู่สามีภรรยาที่ดีนั้น ที่จริงทั้งคู่ก็มีความระหองระแหงกันอยู่ ผู้หญิงคนนี้เธอไปสัมมนาบ่อยและไปกับเจ้านายผู้ชาย ในที่สุดก็เกิดมีสัมพันธภาพทางเพศกับเจ้านาย ทำให้เธอเริ่มมีความรู้สึกสองฝักสองฝ่ายว่า กับเจ้านายก็รู้สึกพอใจ กับสามีก็รู้สึกว่าเป็นพ่อของลูก ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี"
คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ และกับผู้หญิงคนนี้คะ? และนอกเหนือไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตัวผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุของเรื่องแล้ว คุณมองเห็นอะไรอื่นอีกบ้าง...
เรื่องราวที่นำมานี้เป็นแบบจำลองของสภาพสังคมยุคใหม่ที่เปิดโอกาสให้เกิดการนอกใจได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมค่ะ อาจารย์วิทยากร เชียงกูล กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า
"ในสมัยก่อนการนอกใจอาจจะน้อยกว่าปัจจุบัน เพราะจะอยู่กันในชุมชน ชีวิตครอบครัวก็จะแน่นแฟ้น แต่ปัจจุบันเป็นสังคมแบบสังคมเมือง คนก็เป็นปัจเจกชนเยอะ ชีวิตการทำงานก็เปิดโอกาสให้ได้เจอคนเยอะ แล้วการพัฒนาแบบทุนนิยมก็ทำให้คนมีความต้องการเสพสุขเพื่อส่วนตัวมากขึ้น
อีกอย่างก็คือคนมันมีความเบื่อหน่าย มีปัญหาอื่นๆ มากขึ้น มันก็เปิดโอกาสให้ไปเจอคนอื่นแล้วก็ไปมีความสัมพันธ์แบบนี้เกิดขึ้น"
นี่ก็คือไพ่ใบที่สองอันว่าด้วยปัจจัยภายนอกที่มีส่วนผลักดันให้เกิดปัญหาขึ้นได้ แต่ไม่ว่าเหตุการณ์ไม่พึงปรารถนาจะเกิดจากไพ่ใบที่ 1 หรือใบที่ 2 หรือทั้งสองใบผสานกัน คำถามสำคัญก็คือ คุณไหวตัวทันกับปัญหาหรือไม่ต่างหาก
ไพ่ใบที่ 3 สัญญาณอันตราย
ในความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยานั้น เมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงอันเป็นสัญญาณอันตรายว่าความสัมพันธ์กำลังจะเป็นไปในทางที่เลวร้าย ถ้าต่างฝ่ายต่างรู้และไวต่อความรู้สึก การรับรู้ปัญหาและร่วมกันแก้ไขจะช่วยป้องกันไม่ให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โตได้ แม้ว่า "อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์" เมื่อเริ่มเกิดแล้วจะลุกลามได้เร็วมากและยากแก่การแก้ไขก็ตามที
พ.ญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ได้อธิบายให้เราเข้าใจและเท่าทันถึงสัญญาณเบื้องต้นที่จะนำไปสู่ปัญหานี้ว่า...
"การที่คู่สมรสเริ่มมีความลับต่อกัน เริ่มรู้สึกไม่สบายใจที่จะบอกอะไรบางอย่างแก่คู่ของเรา เริ่มรู้สึกว่าคู่สมรสมีอะไรแล้วไม่กล้าสื่อกับเรา อันนี้เป็นสัญญาณที่ต้องแก้ไขแล้ว เพราะการมีชีวิตครอบครัวคือการอยู่ด้วยกันและมีปฏิสัมพันธ์กันตลอดเวลา
และสมมติฐานที่มักจะเกิดขึ้นตั้งแต่คนๆ หนึ่งไปใช้ชีวิตร่วมกับอีกคนหนึ่ง ก็คือไม่มีใครคิดว่าแต่งวันนี้แล้วจะหย่าพรุ่งนี้ หรือว่าจะหย่าเร็วๆ นี้ ทุกคนคิดว่าจะอยู่ให้นานที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเริ่มต้นชีวิตครอบครัวขึ้นมาแล้ว ต้องรู้สึกไว้วางใจต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ายิ่งอยู่ยิ่งปิดบัง อันนี้เป็นปัญหาแล้ว
อันดับต่อมาที่เรียกว่าเป็นสัญญาณที่เกี่ยวข้องได้ก็คือ การมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกัน แล้วก็ไม่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปที่พึงพอใจสำหรับทั้งสองฝ่ายได้ เช่น ฉันจะไปซ้าย เธอจะไปขวา แล้วก็หาข้อตกลงที่จะเดินไปด้วยกันไม่ได้ อันนี้เป็นสัญญาณที่น่ากลัว นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่จะเกี่ยวข้องด้วย คือการมีความลับต่อกัน ที่มันสะท้อนถึงการเริ่มไม่เชื่อมั่นในกันและกันแล้ว"
หากทั้งสองฝ่ายเห็นสัญญาณอันตราย แล้วร่วมมือกันแก้ไข ก็เชื่อว่าไม่ยากที่จะยุติปัญหา
แต่ถ้าปัญหาเกิดขึ้นเสียแล้วล่ะ...จะทำอย่างไรดี
เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ





