แพ้ลิปสติก อาการจากการแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอาง ที่อาจทำให้ปากลอก แสบ คัน หรือบวม มาดูสาเหตุและวิธีรักษากัน ทาลิปสติกแล้วปากลอก แสบ หรือคัน อาจไม่ใช่แค่ปากแห้งธรรมดา เพราะหลายคนไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ลิปสติก และหากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาการอาจรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษา แถมยังเสียความมั่นใจได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะขอพาไปรู้จักสาเหตุ อาการที่ควรระวัง และวิธีรักษาอย่างถูกต้อง พร้อมบอกเคล็ดลับเลือกใช้ลิปสติกให้ปลอดภัย ตามมาดูกันเลย อาการแพ้ลิปสติกเกิดขึ้นได้จากการระคายเคือง หรือแพ้ส่วนผสมบางชนิด เช่น น้ำหอม สีสังเคราะห์ หรือสารกันเสีย โดยอาการที่พบบ่อย ได้แก่ รู้สึกแสบ คัน หรือระคายเคืองบริเวณริมฝีปาก ริมฝีปากแห้ง ลอก แตก หรือเป็นขุยผิดปกติ บวมแดงหรือมีผื่นขึ้นรอบปาก ในบางรายอาจลามไปที่มุมปากหรือรอบปากเป็นผื่นอักเสบ หากสาว ๆ มีอาการแพ้ลิปสติก สามารถรับมือได้ตามขั้นตอนเหล่านี้ หยุดใช้ลิปสติกทันที ที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุของการแพ้ ล้างริมฝีปากให้สะอาด ด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำเกลืออ่อน ๆ เพื่อขจัดสารตกค้าง ทาวาสลีนหรือบาล์มสูตรอ่อนโยน ที่ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยให้ผิวริมฝีปากฟื้นตัว ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง หากมีอาการรุนแรง เช่น บวมแดงมาก คัน หรืออักเสบ โดยอาจจำเป็นต้องใช้ยาทาแก้แพ้หรือสเตียรอยด์อ่อน ๆ ทดสอบการแพ้ ก่อนใช้ลิปสติกใหม่ โดยทาลงบริเวณผิวหลังใบหูหรือต้นแขน แล้วสังเกตอาการ วิธีเลือกใช้ลิปสติกอย่างปลอดภัย มีหลากหลายแนวทาง เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้ ปากลอก หรือระคายเคือง ดังนี้ เลือกลิปสติกสูตรอ่อนโยนหรือสำหรับผิวแพ้ง่าย ที่มีคำว่า Hypoallergenic, Dermatologist Tested หรือ Fragrance-Free บนฉลาก หลีกเลี่ยงลิปสติกที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน หรือสีสังเคราะห์แรง ๆ เลี่ยงลิปสติกแบบติดทนนานหรือแมตต์จัด เพราะมักมีสารเคมีที่ทำให้ปากแห้งและระคายเคืองได้ สังเกตวันหมดอายุ หากเนื้อ สี หรือกลิ่นเปลี่ยน ควรหยุดใช้ทันที บำรุงริมฝีปากสม่ำเสมอ โดยลงลิปบาล์มบำรุงก่อนเพื่อปกป้องริมฝีปาก ทั้งนี้ สาว ๆ ควรหมั่นสังเกตอาการตัวเองหลังใช้ลิปแท่งโปรด หากมีอาการแพ้รุนแรงและไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ผิวหนังต่อไป แพ้ลิปสติก อาการเป็นอย่างไรนะ ลิปสติก ทํามาจากอะไร ? มีส่วนผสมอันตรายอะไรบ้างที่สาว ๆ ควรเลี่ยง ! 9 ลิปสติกสำหรับคนแพ้ง่าย อ่อนโยน น่าใช้ ช่วยให้ปากน่าจุ๊บ ขอบคุณข้อมูลจาก : bangkokhealth.com, healthline.com, wyndly.com