หัวเราะ...ให้สบาย (รักลุก) เหนื่อย เครียด กังวล ฯลฯ สารพัดความรู้สึกบั่นทอนและพรากเสียงหัวเราะของคุณแม่ แต่อย่าปล่อยให้อารมณ์เหล่านี้อยู่กับเรานานนะคะ เพราะมีแต่ผลเสียทั้งนั้น มาค่ะ...มาสร้างเสียงหัวเราะให้สบาย...ยย ทั้งร่างกายและจิตใจกันดีกว่าค่ะ Willibald Ruch นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ กล่าวถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับการหัวเราะไว้ว่า
อย่าหัวเราะเพราะเห็นคนอื่นเป็นตัวตลก หรือเห็นความต่ำต้อยของคนอื่นเป็นเรื่องตลก
การหัวเราะที่ได้ประโยชน์จะต้องเกิดจากความรู้สึกหรืออารมณ์ขันจริง ๆ ไม่ใช่การฝืนหัวเราะค่ะ
เกิดอะไรขณะหัวเราะ ก่อนจะไปถึงวิธีการสร้างเสียงหัวเราะ มาดูข้อดีของการหัวเราะกันสักนิดนะคะ นักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าอารมณ์ขัน และการได้หัวเราะออกมาจากความรู้สึกขำจริง ๆ เป็นผลดีต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น
เพิ่มภูมิคุ้มกัน เมื่อคุณแม่หัวเราะ ภูมิคุ้มกันของระบบทางเดินหายใจทั้งต่อตัวคุณแม่ และลูกในท้องจะเพิ่มขึ้น
ลดเครียดและภาวะซึมเศร้า การหัวเราะจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารโดปามีน ซึ่งเป็นสารที่ต้านความเครียดได้ค่ะ
หัวใจแข็งแรง หากคุณแม่หัวเราะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15-20 นาที จะเหมือนการออกกำลังกายหัวใจ 3-5 นาที
อารมณ์ดีทั้งคุณแม่คุณลูก การที่คุณแม่อารมณ์ดี มีอารมณ์ขัน จะช่วยให้ลูกน้อยในท้องอารมณ์ดีตามไปด้วยค่ะ
ลดความเจ็บปวด มีการวิจัยพบว่า คนที่ได้หัวเราะอย่างเต็มที่จะทนความเจ็บปวดของแผลผ่าตัดได้ดีกว่า ฯลฯ
เคล็ดลับสร้างเสียงหัวเราะ ได้ทราบถึงประโยชน์ไปแล้ว คราวนี้มาถึงวิธีการสร้างเสียงหัวเราะกันบ้าง และนี่ก็คือตัวอย่างง่าย ๆ ที่คุณแม่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างสบาย ๆ ค่ะ
ลดความกังวล ก่อนอื่นต้องหาสาเหตุของความกังวลให้พบค่ะ เช่น หากกังวลเรื่องสุขภาพ ก็คลายกังวลด้วยการดูตัวเองให้ดี หาความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเพิ่มเติม ปรึกษาและทำตามคุณหมอแนะนำ ฯลฯ
ใช้ชีวิตแบบชิลชิล ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการทำงาน หรือชีวิตส่วนตัว ลองมองทุกอย่างให้เป็นเรื่องสนุก ๆ ที่รอเราเข้าไปจัดการดูสิคะ
อ่านหนังสือ การอ่านมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนเราไม่น้อยเลยค่ะ เพราะทำให้เราคิดและจินตนาการตามได้ในทุกตัวอักษร ดังนั้น นอกจากคู่มือการดูแลครรภ์ที่คุณแม่อ่านอยู่เป็นประจำแล้ว ควรมีหนังสือประเภทเบาสมองมาอ่านบ้างเพื่อผ่อนคลายความเครียด และช่วยเรียกเสียงหัวเราะค่ะ
เล่าเรื่องตลก ระหว่างที่คุณแม่พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศ หรือคุยกับสมาชิกในครอบครัว ลองสนทนากันในหัวข้อที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะดูสิคะ เช่น ผลัดกันเล่าเรื่องราวเปิ่นๆ ของตัวเองในอดีตเรื่องตลกที่เคยได้ยินมา ฯลฯ
ดูหนังดูละคร เดี๋ยวนี้ละครซิทคอมเบาสมองในทีวี มีให้คุณแม่เลือกดูได้เกือบทุกวันค่ะ หรือคุณแม่อาจหา VCD หนังหรือการแสดงตลกมาดูก็ได้ค่ะ นอกจากจะช่วยเรียกเสียงหัวเราะแล้ว ยังเป็นข้อมูลเรื่องขำ ๆ ที่จะนำไปใช้เป็นข้อสนทนาเพื่อเพิ่มอารมณ์ขันได้อีกด้วย ฯลฯ
เชื่อว่ายังมีอีกหลากหลายวิธีที่จะช่วยสร้างอารมณ์ขันให้คุณแม่ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่
"ใจ" ค่ะ เพราะเมื่อใจสบาย ไม่เครียด คุณแม่ก็จะหัวเราะกับเรื่องราวรอบตัวได้ง่ายและสบายขึ้น
วันนี้...คุณแม่หัวเราะแล้วหรือยังคะ?
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีที่ 28 ฉบับที่ 328 พฤษภาคม 2553