เปิดมุมคิด ปู ไปรยา กับการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ชาวเน็ตชื่นชมหนักมาก

ปู ไปรยา

              ปู ไปรยา เปิดชีวิตที่เติบโตและเข้าใจโลกมากขึ้น กับความเปลี่ยนแปลงที่พลิกชีวิตสู่ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้สังคม จนได้รับเสียงชื่นชมในขณะนี้

              นับเป็นอีกคนบันเทิงที่มีพร้อมทั้งความสวยและความสามารถ สำหรับนางเอกสาวลูกครึ่ง ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก แห่งวิก 7 สี ที่ใครต่อใครต่างพร้อมใจกันชื่นชมและยกให้เธอเป็นไอดอลในใจ หลังได้เห็นการเติบโตของสาวคนนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเห็นได้ชัด จาก ปู ไปรยา ในวันวาน สู่ผู้อุทิศตนทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม แถมมีทัศนคติดี ๆ ที่ได้นำมาแชร์ต่อเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมอีกด้วย ผ่านรายการวู้ดดี้ (WOODY) ที่ออกอากาศเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2559

ปู ไปรยา

              โดย ปู ไปรยา ยอมรับว่าในอดีตนั้นเธอเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ เป็นคนตรง เนื่องจากตัวเธอเข้าสู่วงการเร็วมากตั้งแต่อายุ 13 ปี ตอนนั้นอยากที่จะเป็นเด็กปกติ เลยมีความโกรธในใจ และมีความเหนื่อยที่ต้องทำงานเร็วกว่าคนอื่น

              "แต่มองกลับไป ปูว่า ตอนนี้ปูเข้าใจตัวเองมากกว่าแต่ก่อน ไม่ได้เฟค ไม่ได้เปลี่ยน แต่โตขึ้น มันมีความแตกต่าง" ปู ไปรยา กล่าว

ปู ไปรยา

              ในทุกวันนี้เธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว ทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น เข้าใจแล้วว่าตัวเองเป็นบุคคลที่โชคดีขนาดไหน เธอมีโอกาสมากกว่าคนมากมาย และมีสิ่งดี ๆ ที่วิ่งเข้าหาเธอ ตอนเด็ก ๆ เธอยังไม่เข้าใจคุณค่าของเงินที่หามาได้ เพราะวัน ๆ เรียนหนังสือ กลับบ้านมาก็ไปกองถ่ายละคร ไม่มีเพื่อน จนตอนนี้ได้เข้าใจแล้วว่าการที่พ่อแม่ให้เธอเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กนั้น ได้มอบสิ่งที่คนอื่นให้เธอไม่ได้ นั่นก็คือการมีวินัย ช่วยให้เธอเข้าใจโลก เพียงแต่ตอนเด็ก ๆ เธอยังไม่เห็นข้อดีในอาชีพนี้ เลยประพฤติตัวแบบเอาแต่ใจตัวเอง

              "เราทำนู่นทำนี่ที่เราคิดว่าเราเริ่มเร็วกว่าคนอื่น แล้วพอเราโต เราไม่อยากเรียกว่ากลับตัว เพราะเราไม่ได้กลับตัวนะ เพราะตอนเด็ก ๆ ก็ไม่ใช่คนไม่ดี แต่ว่าเราเข้าใจโลกได้เร็วกว่าคนที่วัยเท่ากับเรา" ปู ไปรยา กล่าว

ปู ไปรยา

              สำหรับจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของ ปู ไปรยา คงต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เธออายุ 18 ปี ในตอนนั้นเธออวบมาก และรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกนักข่าวขอสัมภาษณ์ เพราะไม่ได้ตอบคำถามมาพักใหญ่ พูดอะไรก็ดูจะผิดตลอดเวลา เมื่อกลับไปบ้านแล้วดูบทสัมภาษณ์ของตัวเอง ดูหุ่นตัวเองในทีวี แล้วรู้สึกว่านั่นไม่ใช่คนที่เธออยากจะเป็นเลย

              "เธอเป็นใคร นั่นไม่ใช่คนที่ฉันอยากเป็น แล้วฉันมี 2 ทางเลือก ทำงานอาชีพนี้ ยูจะให้ 50% ยูก็จะได้คืนมา 50% ไม่ว่าจะเป็นอาชีพนี้ เป็นนักเรียน หรือเป็นหมอ เป็นทนายความ ถ้ายูให้ 50% สิ่งที่ได้กลับมาก็แค่นี้ ยูให้ 100 ยูก็ได้ 100 ให้ 120 ก็ได้ 120 ยูต้องทำงานเหมือนว่ามีคนวิ่งตามยูทุกวัน ที่จะแย่งงานยู 24 ชั่วโมง อาทิตย์ละ 7 วัน อันนี้ยูจะประสบความสำเร็จ" ปู ไปรยา กล่าว

ปู ไปรยา

              และนั่นเธอจึงตัดสินใจที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มจากการออกกำลังกายเพื่อความเปลี่ยนแปลงภายนอกก่อน ซึ่งเธอยอมรับว่าแรก ๆ ที่ออกกำลังกายทุกวันนั้น ก็มีท้อบ้าง ไม่ไหวบ้าง มีร้องไห้บ้าง แต่ทุกครั้งที่ท้อเธอมีเคล็ดลับเล็ก ๆ ก็คือ การมองตัวเองในกระจก แล้วมองในสิ่งที่คนอื่นเคยด่าเธอไว้ นั่นเองจึงเป็นสิ่งที่ทำให้เธอฮึดสู้ทำมันต่อไปได้

              สำหรับที่มีคนถามเธอว่าจะพูดอย่างไรให้เป็นแรงบันดาลใจแก่คนอื่นในการออกกำลังกายนั้น ปู ไปรยา กล่าวว่า "แค่เราเริ่ม เราก็ดีกว่าคนที่เราเป็นเมื่อวานแล้ว" เพราะจริง ๆ ไม่มีใครบอกว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ได้ แค่ต้องตั้งเป้าหมาย และมีวินัย ต้องตั้งเป้าหมายในทุกอย่าง ไม่ว่าอยากจะเปลี่ยนงาน อยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากมีชีวิตที่ตัวเองใฝ่ฝัน ไม่มีใครหยุดเราได้ ไม่มีใครบอกว่าเราเกิดมาเป็นคนแล้วเราไม่ดีพอ

ปู ไปรยา

              นอกจากการออกกำลังกายแล้ว ปู ไปรยา ยังได้ทำตามความฝันของตัวเองด้วยการเข้าร่วมการวิ่งฟูลมาราธอน ระยะทาง 42 กิโลเมตร กลายเป็นนักแสดงหญิงคนแรกของเมืองไทยที่พิชิตเส้นทางดังกล่าวด้วยสองขาของเธอเอง ซึ่งจากประสบการณ์นั้น มันทำให้เธอคิดได้ว่า "ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตัวเรา คือเราเอง"

              นั่นเพราะคนที่จะบอกว่าเราทำไม่ได้ก็คือตัวเรา ผู้หญิงไปทำศัลยกรรม ก็เพราะเขาบอกตัวเองว่าไม่ดีพอ บางคนไม่กล้าเปลี่ยนงานเพราะบอกว่าตัวเองทำได้แค่นี้ ทุกอย่างเราเป็นคนบอกตัวเอง ในการวิ่งมาราธอน เราได้เอาชนะศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของเราก็คือเรา คนที่บอกให้เราหยุด ว่าไม่ไหวแล้ว ทำไม่ได้ ถ้าเราเอาชนะใจตัวเองได้ในทุก ๆ วัน ก็คงจะเป็นคนที่ดีมาก ถ้าเวลาคนมาต่อว่าเรา เรากลั้นได้ เงียบไป ทั้งที่ใจเราบอกให้พูด นั่นคือการเอาชนะเล็ก ๆ ถ้าอยากผอม แม้แฮมเบอร์เกอร์อยู่ข้างหน้า ก็ต้องไม่กิน ถ้าเราเอาชนะใจตัวเองได้ในทุก ๆ วันเราคงจะเป็นคนที่ดี เราจะทำในสิ่งที่เราต้องการทำได้ในทุก ๆ วัน

              นักแสดงสาวยังกล่าวอีกว่า "เราเกิดบนโลกนี้แค่ช่วงเวลานี้ เราต้องทำให้ได้ เราอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ เมื่อก่อนเราคิดอยากเป็นดาราดัง อยากให้ทุกคนพูดถึง ไม่รู้ทำยังไง ตอนนี้รู้แค่ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขในทุก ๆ วัน แล้วคนจะพูดถึงหรือไม่พูดถึง ติดตามหรือไม่ติดตาม หรือพรุ่งนี้เราจะหายไปจากโลกนี้โดยที่ไม่มีใครสนใจ แต่เฮ้ย ! ฉันมีความสุข นั่นคือสิ่งที่แตกต่าง ปูคนนี้ กับปูเมื่อ 10 ปีที่แล้ว"



              อีกสิ่งหนึ่งที่ ปู ไปรยา มีความปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำในขณะนี้ ก็คือการคืนต่อสังคม โดยไม่จำกัดอยู่เพียงการทำบุญ เพราะการช่วยเหลือคนในสังคมก็คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตคนเรามีค่าแล้ว

              นอกจากนี้ ปู ไปรยา ยังได้เผยข้อคิดที่ยิ่งใหญ่ซึ่งได้รับการจากไปเยี่ยมผู้ป่วยที่วัดพระบาทน้ำพุ หลังจากที่เธอได้พบกับ "ยายแดง" คุณยายผู้ป่วยที่บอกกับเธอว่า "เพียงได้เห็นรอยยิ้มของปูก็มีความสุขแล้ว" ซึ่งคุณยายอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขยับแขน-ขาได้ นั่นทำให้เธอคิดได้ว่า "รู้ไหมวัน ๆ เราวิ่งหาอะไรบ้างในชีวิต ท้ายแล้วสิ่งที่เราไม่ได้ใส่ใจ อย่างเช่นเราเดินได้ เราพูดได้เราหายใจได้ เรามีข้าวกิน พ่อแม่เรายังมีชีวิตอยู่ นี่คือสิ่งที่มหัศจรรย์มากแล้ว "

             ทั้งนี้เธออยากฝากถึงทุกคนว่า ไม่จำเป็นต้องไปที่วัดพระบาทน้ำพุ แต่จะเป็นที่ไหน ๆ ก็ได้ ไปหาความสุขให้ใครก็ได้ แม้แต่การบอกรักแม่ ถ้าเราทำสิ่งนี้ได้ในทุก ๆ วัน เพื่อที่จะเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตเรา มันก็คือทางเลือกของเรา แม้จะมีคนหาว่าเธอสร้างภาพ ก็สุดแล้วแต่ใครจะคิด อยากคิดก็คิดได้ แต่ถ้าสร้างภาพแล้วทำให้สังคมมันดีขึ้นก็เอาเลย

 








ภาพจาก WOODYTALK

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เปิดมุมคิด ปู ไปรยา กับการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่ชาวเน็ตชื่นชมหนักมาก อัปเดตล่าสุด 4 มกราคม 2559 เวลา 14:54:00 56,292 อ่าน
TOP
x close