
ลูกแพ้อาหารเฉียบพลัน! (รักลูก)
แพ้อาหารเป็นโรคที่ใกล้ตัวลูกมาก ๆ ค่ะ ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในเด็กเล็กช่วง 2-3 ปีแรก ที่มีอัตราการแพ้อาหารมากที่สุดและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นด้วย
แพ้อาหารเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรากินอาหารเข้าไปแล้วร่างกายของเราสร้างแอนติบอดี้ (Antibody) หรือสร้างภูมิต่อต้านกับอาหารชนิดนั้น ๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่างแล้วแสดงอาการออกมาในลักษณะต่าง ๆ
ในเด็กโตหรือวัยผู้ใหญ่ อาการแพ้จะปรากฏทางผิวหนัง เช่น ผื่นลมพิษ ผื่นเม็ดทราย หากแพ้รุนแรงหรือที่เรียกว่า Anaphylactic Shock จะมีอาการปากบวมหน้าบวม จุกแน่นในคอ มีเสมหะในปอดหายใจไม่ได้ ปวดท้อง อาเจียน เป็นลมความดันลดต่ำ อาจเกิดอาการช็อกและถึงกับเสียชีวิตได้ แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กอายุประมาณ 1-3 ปี อาหารที่เด็กแพ้แล้วเกิดอาการ อาจจะแสดงออกได้หลายระบบหรือทุกระบบในร่างกาย
แพ้อาหารเฉียบพลัน
อาการแพ้เฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ค่ะ ซึ่งถ้าเป็นการแพ้ครั้งแรกของลูก อาจป้องกันไม่ได้คุณพ่อคุณแม่จึงต้องจำให้ได้ว่าลูกแพ้อาหารชนิดไหน แพทย์จะได้วินิจฉัยได้ว่า มีสารอาหารอะไรในอาหารที่ลูกกินที่เสี่ยงต่อการแพ้มากที่สุด แล้วอาจให้ยาแก้แพ้ตามอาการที่เกิดขึ้น ควบคู่กับหลีเลี่ยงอาหารที่ทำให้แพ้
ในกรณีที่ลูกแพ้รุนแรงแล้วมีอาการช็อก สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมก็คือยาช่วยชีวิต หรืออะดีนาลีนแบบพกพาเมื่อมีอาการให้ฉีดยาในตำแหน่งที่หมอแนะนำ และอาจมีการให้ยาแก้แพ้ และยาขยายหลอดลมหากลูกมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงการช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นเท่านั้น เพราะถ้าแพ้รุนแรงต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และให้เร็วที่สุด
สังเกตอาการ
อาการแพ้อาหารในเด็กขวบปีแรกจะแสดงออกได้ทุกระบบในร่างกายค่ะ สามารถสังเกตความแตกต่างระหว่างอาการแพ้แบบเรื้อรัง กับแพ้รุนแรงได้ดังนี้
อาการแพ้แบบเรื้อรัง
อาการแพ้รุนแรง
สาเหตุที่แพ้
จากสถิติเด็กแพ้อาหารช่วงขวบปีแรกของชีวิต มักพบว่าแพ้นมวัวมากที่สุด ซึ่งเด็กที่แพ้นมวัวจะมีโอกาสแพ้อาหารชนิดอื่น ๆ ตามมาได้มากขึ้น เช่น ไข่ และอาหารทะเล
หากเด็กแรกเกิดกินนมแม่เป็นหลักโอกาสที่แพ้ก็จะน้อยลง เพราะโปรตีนในนมวัวที่เข้าไปในร่างกายนั้นถือเป็นสารแปลกปลอม ในเด็กเล็ก ๆ ที่เกิดอาการแพ้อาหารได้ง่าย เพราะระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้ของเด็ก อาจยังมีการพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์เต็มที่
เพราะระบบภูมิคุ้มกัน
1. ระบบน้ำย่อย ในเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิด-3 ปี ระบบน้ำย่อยยังทำงานไม่สมบูรณ์จึงไม่สามารถย่อยโปรตีนขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นหากเด็กกินอาหารมี่ไม่ถูกย่อยให้เป็นตัวโปรตีนเล็ก ๆ เช่น นมวัว หรือไข่ก็จะทำให้เกิดสารก่อภูมิแพ้ที่ร่างกายตรวจจับได้ จากนั้นก็จะสร้างภูมิต่อต้านจนแสดงออกเป็นอาการแพ้ในที่สุด
2. ผนังลำไส้ เนื่องจากเยื่อบุลำไส้ในเด็กเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้น โปรตีนขนาดใหญ่ที่พบในนมวัว หรืออาหารจำพวกโปรตีนทั้งหลาย ก็อาจจะเล็ดรอดเข้าไปในร่างกาย แล้วไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทำให้เกิดการแพ้ขึ้นได้ เพราะเซลล์ต่าง ๆ ที่อยู่ในผนังลำไส้ มีหน้าที่คอยคักจับโปรตีนแปลกปลอมบางชนิดยังทำงานไม่ได้ดี ในเด็กขวบปีแรกโอกาสแพ้อาหารจึงมีมากกว่าในเด็กโต ที่ระบบภูมิคุ้มกันโรค ทำงานได้สมบูรณ์แล้วเพราะอาหาร
กลุ่มสารอาหารทั้ง 5 ชนิด ซึ่งได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ สารอาหารที่พบว่าเด็กแพ้มากที่สุด คือ โปรตีน โดยเฉพาะจากอาหาร 3 ชนิดนี้
1. นมวัว โปรตีนจากนมวัวเป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะนมเป็นอาหารหลักในเด็กเล็กและยังทานในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ และเด็กที่แพ้นมวัวมีโอกาสแพ้อาหารอย่างอื่นตามมาได้มาก เช่น แพ้ไข่ แพ้อาหารทะเล แต่บางคนที่มีอาการรุนแรงมากอาจแพ้ทั้งผัก ผลไม้ รวมทั้งข้าวด้วย
2. ไข่ เด็ก 4-10 เดือนขึ้นไป ควรให้กินเฉพาะไข่แดงสุก 100% เพราะโปรตีนที่อยู่ในไข่ขาว สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการแพ้ได้มากกว่าไข่แดงโดย 4 เดือน แรกควรให้ลูกกินเฉพาะไข่แดง ส่วนไข่ขาวให้กินเมื่ออายุ 9-10 เดือนขึ้นไป
3. เนื้อสัตว์ ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่นิยมให้ลูกกินอาหารที่มี DHA-ARA ซึ่งมีอยู่ในปลาทะเล และอาหารทะเลกันเยอะมาก เพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยให้สมองเจริญเติบโตได้ดี แต่จริง ๆ แล้วในเด็กเล็กมีความเสี่ยงที่จะแพ้อาหารทะเลสูงมาก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีป้องกัน "แม้"
การแพ้อาหารในเด็กสามารถป้องกันได้ โดยคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปพบแพทย์ แล้วเล่าอาการที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นให้ฟัง จากคะแนนความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ในครอบครัว ซึ่งช่วยให้ง่ายต่อการคาดคะเนของแพทย์
วิธีป้องกันเมื่อพบความเสี่ยง
1. กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน แต่ถ้าไม่สามารถกินนมแม่ได้ ก็ต้องให้นมสูตรพิเศษสำหรับใช้ป้องกันที่เรียกว่า Hypoallergenic ซึ่งเป็นนมที่เอานมวัวมาสลายโปรตีนให้มีขนาดเล็ก ทำให้โอกาสที่จะไปกระตุ้นการแพ้มีน้อยลง ซึ่งควรกินนานถึง 6 เดือนเพื่อป้องกันอาการแพ้นมวัวในเด็กได้ พอพ้น 6 เดือน ไปแล้วก็ให้ลูกกินนมสูตรปกติได้
2. เริ่มอาหารเสริมเมื่ออายุ 4 เดือน คุณแม่ควรเลือกอาหารที่จะให้ลูกกิน โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่จะให้ลูกกิน โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการแพ้ได้ง่าย เช่น ไข่ อาหารทะเล แล้วเปลี่ยนมากินหมู หรือผักใบเขียวแทน โดยอาจให้เริ่มไข่แดงหลังอายุ 6 เดือน ส่วนอาหารทะเลให้เริ่มกินได้หลัง 2 ขวบแล้ว วิธีนี้จะช่วยป้องกันอาการแพ้อาหาร และช่วยสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงสมบูรณ์ได้โรคแพ้อาหารสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่กำลังต้องการสารอาหารสำคัญ ๆ มาช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจและดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีสมวัยค่ะ
เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย
คลิกอ่านความคิดเห็นของ เพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ปีที่ 28 ฉบับที่ 330 กรกฎาคม 2553






