รักนี้ที่แสนอบอุ่นใจ อัสมา กฮาร & กิตติศักดิ์ เรืองตระกูล



รักนี้ที่แสนอบอุ่นใจ อัสมา กฮาร & กิตติศักดิ์ เรืองตระกูล (Woman's Story)

          ความรู้สึกดี ๆ ที่ใครสักคนมีต่อใครอีกคนหนึ่ง ย่อมไม่ได้เกิดจากความสับสน จนไม่เลือกช่วงเวลา ความรักก็เช่นเดียวกัน ความรู้สึกรักย่อมเกิดจากส่วนลึก ๆ ที่อยู่ภายในใจ ถึงแม้ว่าความรักจะวนเวียนอยู่รอบตัวเราตลอดเวลาก็ตาม แต่มันก็มีเพียงรักเดียวเท่านั้นที่คนเราต้องเลือก รักที่เราต้องมาสานต่อถักทอสายใยรักนั้นด้วยความผูกพันจนกลายเป็นคู่รักที่ลงตัว เป็นความรักที่ยั่งยืนยาวนาน

          วันนี้เรามีโอกาสได้เข้าไปเจาะลึกหัวใจรักของอดีตนักร้องสาว หนึ่งในสมาชิกวง ที-สเกิร์ต นั่นคือ มา-อัสมา กฮาร ถึงเรื่องราวความรักของเธอและสามีผู้แสนอบอุ่น กิตติศักดิ์ เรืองตระกูล ความรักของเขาและเธอจะน่าสนใจเพียงใด เราไปติดตามพร้อม ๆ กันเลยค่ะ..

ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิคะความรักครั้งนี้เดินทางจะเจอกันได้ยังไงคะ

          มา-อัสมา : ก็เจอกันที่บริษัทของพี่เค้าแหละค่ะ พี่ชายเป็นคนแนะนำให้รู้จักกัน มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกอย่างหนึ่ง คือวันแรกที่ได้เจอเค้า วันนั้นมีพ่อ แม่ พี่ชาย แล้วก็มา ไปพร้อมกัน 4 คน ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่เคยไปไหนมาไหนพร้อมหน้ากันแบบนี้เลย พอดีวันนั้นพวกเราจะไปคุยงานที่บริษัทพี่เค้า พอดีว่างกันทั้งบ้านก็เลยไปด้วยกัน 4 คนเลย นั่นเป็นครั้งแรกที่เจอพี่เค้า ทุกคนในครอบครัวก็เห็น ได้รู้จักเค้าพร้อมกันหมดเลย

แล้วรู้สึกว่าเค้ามาจีบตอนไหนคะ

          มา-อัสมา : เจอกันตอนแรกก็เฉย ๆ เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวตอนนั้น เฉย ๆ มาก ยังไม่ได้คิดอะไรเลย แล้วก็ได้เจอกันอีก ครั้งที่ 2 จำได้ว่าจะไปงานร้องเพลงวันพ่อที่ต่างจังหวัด แล้วมันต้องไปหลายจังหวัดมาก แล้วมาก็ต้องขับรถไปเองกับคุณแม่ ทีนี้ก็เกิดปัญหาว่าจะไปที่นั่นที่นี่ไม่ถูก พอดีเห็นพี่เค้ายืนอยู่หน้าบริษัทฯ ก็เลยไปถามเค้า ว่าจะไปที่นั่นที่นี่ต้องไปยังไง เค้าก็เลยถามเราว่าไม่มีคนช่วยขับเหรอ แล้วเค้าก็บอกว่าเดี๋ยวพี่ขับให้ เราก็เกรงใจ เลยบอกว่าไม่เป็นไร พี่บอกทางมาละกัน อะไรแบบนี้ เค้าก็เลยบอกว่างั้นก็เอาเบอร์มาซิ เดี๋ยวโทรบอกทางให้ เราก็คิดว่าคงไม่มีอะไร คงขอเบอร์ไปอย่างนั้นแหละ

หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์มีการพัฒนาไหมคะ

          มา-อัสมา : คือวันนั้นพี่เค้าก็โทรมาบอกทางเราตลอดการเดินทาง แล้วหลังจากวันนั้นก็เริ่มโทรมาคุย แล้วเราก็มีโอกาสได้คุยกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวอะไรมาก เค้าเองก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะมาจีบอะไร คือตอนนั้นมาทำงานเบื้องหลังงานคอนเสิร์ตให้กับทางบริษัทคีตาร์ ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เพราะงานยุ่ง ๆ อ่ะคะ พี่เค้าโทรมาก็ได้รับสาย แต่คุยกันแป๊บเดียว เพราะเราต้องทำงาน แต่พอใกล้ ๆ จะจบงานคอนเสิร์ต ก็เริ่มมีเวลาได้คุยกันบ่อยขึ้น แล้วเราก็รู้สึกว่าทำไมพี่คนนี้โทรมาบ่อยจัง ซึ่งช่วงนั้นมันก็เป็นช่วงที่เราเหนื่อย ๆ กับงาน พี่เค้าโทรมาก็เลยคุย ๆ กันไป คุยกันไปคุยกันมาก็เริ่มรู้สึกว่าเค้าเป็นที่ปรึกษาที่ดีนะ คอยแนะนำเรื่องงานให้เราได้

          มา-อัสมา : ทีนี้พอหมดคอนเสิร์ตเราก็เลยเริ่มมีเวลามากขึ้น มีโอกาสได้เจอกันมากขึ้น ได้คุยกันมากขึ้น จากนั้นไม่นานเค้าก็ขอเราแต่งงานเลย เสร็จแล้วก็ขอกับพ่อแม่เราด้วย ต่อจากนั้นก็นัดญาติ ๆ มาเจอกัน แล้วอีกประมาณ 2 เดือน ก็แต่งงานกันเลย ก็ใช้เวลาคบกันไม่นานเลยค่ะ



อะไรที่ทำให้มั่นใจว่าคนนี้แหละที่จะแต่งงานด้วยคะ

          มา-อัสมา : ตอนนั้นเราก็อายุประมาณหนึ่งแล้ว ก็เห็นว่าอายุขนาดนี้ก็เหมาะสมกับการมีครอบครัวแล้วนะ (ยิ้ม) แล้วช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่บ้านเรามีเหตุการณ์ไม่ดี ๆ เยอะ ช่วงนั้นจำได้ว่าเป็นช่วงที่มีวางระเบิดที่ตึกเวิลด์เทรด ตอนสิ้นปี จะเคาน์ดาวน์กันอ่ะค่ะ แต่พอดีว่าปีนั้นพี่เค้าไปเค้าน์ดาวน์ที่ฮ่องกง พอเค้ารู้ข่าวว่าที่บ้านเรามีเหตุการณ์วางระเบิดตามจุดต่าง ๆ เค้าก็โทรหาเราตลอดเลยเวลา ถามว่าอยู่ไหน กลับบ้านหรือยัง เราก็เลยรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นห่วงเราจังเลย ตอนที่ขับรถกลับบ้านพี่เค้าก็ขอคุยกับคุณแม่ แล้วบอกคุณแม่ว่าอยากดูแลเรา อะไรแบบนี้...ตอนนั้นเราเองก็รู้สึกดี ๆ นะ ที่มีคนห่วงใยเรา (ยิ้ม)

วันที่เค้าขอแต่งงาน ความรู้สึกเป็นอย่างไรคะ

          มา-อัสมา : ก็รู้สึกดีใจนะ แต่ก็รู้สึกแปลก ๆ ด้วย แปลกตรงที่คิดว่ามันเร็วเกินไปหรือเปล่า เราก็เลยถามพี่เค้ากลับไปว่าถ้าอยากจะแต่งงานกับเราจริง ๆ มันก็มีอุปสรรคเยอะนิดนึงนะ ตรงที่ว่ามันมีเรื่องของศาสนามากั้นกลาง เพราะหลาย ๆ ครั้งที่คนคบกันแล้วมีเรื่องของศาสนามาเกี่ยวข้อง มันก็ทำให้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไม่ได้ เพราะเค้าก็อาจจะยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนศาสนา แต่พี่เค้าบอกว่าเค้าไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่เรื่องแบบนี้เราเองเป็นผู้หญิงก็คงต้องดูกันหน่อยว่าจริงใจแค่ไหน เพราะอายุก็ต่างกันมากเหมือนกัน อายุเราต่างกันถึง 10 ปีเลยนะ แต่ดูรวม ๆ แล้วเค้าก็โอเค เค้าเป็นคนดีอ่ะคะ (ยิ้ม)

พอแต่งงานกันแล้ว ชีวิตมีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่คะ

          มา-อัสมา : หลังจากที่แต่งงานกันแล้ว ก็ใช้ชีวิตกันแบบปกติค่ะ คู่เราจะแปลกอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนด้วยกันเลย ต่างจากคู่รักคู่อื่น อาจจะเป็นเพราะว่าต่างคนต่างเหนื่อยกับความรักที่ผ่านมาของแต่ละคน ก็เลยอยู่กันแบบผู้ใหญ่ ใช้ชีวิตแบบปกติทั่วไปมาก ๆ ต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างรู้จักหน้าที่ของตัวเองว่าต้องทำอะไรบ้าง

          มา-อัสมา : อาจจะมีเปลี่ยนแปลงตรงที่พอแต่งงานกัน พี่เค้าก็ต้องเปลี่ยนศาสนา มานับถืออิสลาม แล้วผู้ชายมันต้องขลิบ แล้วบางทีมันจะมีผู้ชายบางคนเค้าก็จะไม่กล้า กลัวเจ็บบ้าง อะไรบ้าง แต่นี่โชคดีที่พี่เค้าขลิบมาตั้งแต่เกิดแล้วก่อนที่เค้าจะเข้าศาสนาเค้าก็ศึกษา เราก็เอาหนังสือเกี่ยวกับศาสนาให้เค้าได้ศึกษา เค้าจะได้รู้ว่าพื้นฐานของคนที่นับถืออิสลามมันมีอะไรบ้าง เค้าก็อ่าน แล้วก็ค่อนข้างเรียนรู้ได้เร็ว และก็ปฏิบัติได้ดี ถือว่าดีมากสำหรับคนที่เพิ่งจะเข้ามา ก็ใช้ชีวิตปกติดีค่ะ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย


เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รักนี้ที่แสนอบอุ่นใจ อัสมา กฮาร & กิตติศักดิ์ เรืองตระกูล โพสต์เมื่อ 30 สิงหาคม 2553 เวลา 12:08:17 471 อ่าน
TOP