
ยุ้ย รจนา อดีตนางแบบที่ขึ้นเป็น 1 ใน 12 ท็อปโมเดลของโลกและเคยทำรายได้สูงสุดต่อปีเป็นเงินกว่า 50 ล้านบาท แต่จู่ ๆ ก็มีข่าวออกมาว่าเธอโดนของมาร่วม 30 ปี ทำให้เจอมรสุมครั้งใหญ่มานักต่อนัก คนมองว่ากลายเป็นคนคุ้มดีคุ้มร้ายจนงานหดหาย แถมยังโดนส่งเข้าโรงพยาบาลบ้าเพื่อรักษา เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลมา 10 กว่าปี แต่ก็ไม่หาย และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวว่าเธอหนีเข้าวัดพึ่งทางธรรมเพื่อรักษาโรคด้วย

โดย ยุ้ย ยังเผยต่อว่า หลังจากนั้นตนก็ยังมีอาการป่วยอย่าง แน่นหน้าอก ในช่วงที่ออกพรรษา รู้สึกเหมือนตัวเองถูกเลื่อยออกเป็น 3 ท่อน พระอาจารย์เลยบอกว่าเจ้ากรรมนายเวรอาจจะต้องการบุญจากเรา ซึ่งก่อนหน้านั้นตนไม่เคยเชื่อเรื่องพระเรื่องเจ้า และเป็นคนชอบออกมาเดินดึก ๆ ดื่น ๆ เกิดลมเพลมพัด พอมาเจอพระอาจารย์ท่านก็บอกว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตนนอนอยู่กับผีมา 30 กว่าปีโดยไม่รู้ตัว

ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าเข้า-ออกโรงพยาบาลบ้ามากว่า 10 ปี นั้น ยุ้ย เผยว่า หลังกลับมาจากเมืองนอก ตนเที่ยวเยอะและดื่มหนักตลอด จนแม่เป็นกังวลและกลัวว่าจะเป็นโรคอะไรหรือเปล่าจึงพาไปโรงพยาบาล หมอก็ให้ยามากิน กินมา 10 กว่าปี ก็ไม่หาย และหาสาเหตุไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร ตอนที่หยุดยาก็มีอาการเบลอ ๆ ง่วงนอน ลิ้นแข็ง จึงคิดว่าหลังจากนี้หากยังเป็นแบบนี้อีกตนก็คงไม่ไหวแล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทางตำรวจพาไปส่งโรงพยาบาล ก็มีหลายคนพูดว่าตนเหมือนผีปอบ ตัวซีด โทรม พอไปอยู่ที่วัดพระอาจารย์ให้หยุดยา เพราะมองว่าการกินยาเยอะ ๆ ก็ส่งผลต่อสมอง และบอกว่าตนไม่ได้มีอาการป่วยอย่างที่หมอบอกว่าเป็นไบโพลาร์หรืออาการของสมองเสียหาย ตอนที่กินยาตนก็รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น เบลอตลอดไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่เมื่อไปอยู่ที่วัดตนก็ได้ทำงานหลายอย่าง ทั้งเก็บกวาดศาลา ล้างถ้วยชาม ถวายภัตตาหาร ซึ่งเมื่อก่อนตนไม่คิดที่จะทำ ไม่เคยเชื่อในเรื่องพระ แต่เมื่อได้มาทำก็รู้สึกจิตใจผ่องใสและร่างกายสดชื่นขึ้น ตอนที่นอนไม่หลับก็ลุกขึ้นมานั่งสมาธิ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและในที่สุดชีวิตก็ดีขึ้น
ทั้งนี้ ยุ้ย ยังเผยอีกว่า หลังชีวิตเริ่มดีขึ้น ตนก็กลับมาทำงานในแวดวงนางแบบอีกครั้ง โดยได้เปิดเป็นโรงเรียนสอนเดินแบบและบุคลิกภาพ ตอนนี้ก็รู้สึกว่าชีวิตมีความสุขขึ้น มีความหวัง สดชื่น ได้สัมผัสชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ชีวิตที่อยู่ไปวัน ๆ ไม่มีหลักแหล่ง



ภาพและข้อมูลจาก รีวิวบันเทิง






