x close

20 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำสีผม

ทำสีผม

20 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำสีผม
(Hair)

           การทำสีผม ช่วยให้ดูอ่อนวัยและสดใส แต่การเลือกผลิตภัณฑ์อย่างไรให้เหมาะกับ ทรงผม ของคุณ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน

        1. สีผมจะเหมาะกับแต่ละคนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกชนิดและเฉดสีให้เหมาะสมกับสภาพผมของคุณด้วย

        2. น้ำยาย้อมผมมี 2 ชนิดคือ ชนิดถาวร และกึ่งถาวร

        3. สีย้อมผมชนิดถาวรคือ สีชนิดเดียวเท่านั้น ที่สามารถปกปิดผมขาวได้ ถ้าผมของคุณเริ่มเปลี่ยนสีจางลงเป็นเทาๆ หรือสีดอกเลามากกว่า 30%

        4. สีย้อมผมชนิดถาวร สามารถทำให้ผมสีเทา ดูนุ่มและเรียบขึ้นได้ และติดอยู่ได้นานประมาณ 5-7 สัปดาห์ ส่วนสีย้อมผมชนิดกึ่งถาวรจะอยู่ได้นานประมาณ 5 สัปดาห์เช่นกัน เพราะเพียงเคลือบเส้นผมให้เงางามหรือเพิ่มแสงเงาให้แก่สีผมธรรมชาติมากกว่า

        5. สีไฮไลท์โลวไลท์ มักจะทำเฉพาะบริเวณโดยจะทำกับผมที่ผ่านการทำสีผมถาวรมาแล้ว หรือทำกับผมที่ยังไม่ผ่านการย้อมมาเลยก็ได้

        6. การทำไฮไลท์ จะใช้น้ำยาฟอกสีผมผสมกับเปอร์ออกไซด์ เพื่อปรับสีผมให้อ่อนและสว่างขึ้น

        7. การทำโลว์ไลท์คือ การใช้สีย้อมผมเพื่อให้เฉดสีผมตามธรรมชาติเข้มขึ้น

        8. ข้อดีของการทำไฮไลท์และโลวไลท์คือ จะช่วยเสริมความงามให้ใบหน้าและสีผมดูโดดเด่น และดูเป็นธรรมชาติกว่าการย้อมผมทั้งศีรษะเพียงอย่างเดียว

        9. การทำไฮไลท์มากเกินไปจะทำให้ใบหน้า ดูซีดเซียว จึงควรทำโลว์ไลท์หนึ่งส่วนต่อการทำไฮไลท์ทุกๆ สามส่วน

        10. สาวผมสีเข้ม ไม่ควรทำไฮไลท์เฉดสีอ่อนกว่าสีผมจริงเกินสามเฉด

        11. การทำโลว์ไลท์ ควรเลือกทำเฉดสีแดงและสีบลอนด์ทองแดง เพราะเมื่อผมสีน้ำตาลอ่อนลง โดยธรรมชาติ มักจะกลายเป็นสีแดงก่อนเสมอ ดังนั้น การทำโลว์ไลท์เฉดสีแดงจะช่วยให้ผมที่ทำไฮไลท์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

        12. ควรทำไฮไลท์บริเวณช่วงรอบกรอบหน้า เริ่มจากอ่อนสุดและเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ไล่ตั้งแต่โคนผมด้านหน้าไปถึงกลางศีรษะและจบลงที่หลังกระหม่อมก็พอ เนื่องจากแสงอาทิตย์ จะเป็นตัวการที่ทำให้สีผมอ่อนลงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ถ้าทำไฮไลท์หมดทั้งศีรษะจะดูเหมือนคนผมหงอก

        13. การทำสีผมเป็นการทำออกซิเดชั่นสีให้ติดเส้นผม ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำสีผมจะมีส่วนผสมสองอย่างคือ ครีมสีผมและไฮโดรเจน ในขณะที่ทำสีผมเกล็ดผมจะเปิดให้สีซึมเข้าเส้นผม สีผมเดิมจะจางหายไป และสีย้อมผมจะเข้าไปแทนที่ เพื่อเปลี่ยนสีผมให้เป็นสีใหม่ สำหรับผู้ย้อมผมเองควรอ่านคำแนะนำให้เข้าใจว่าต้องทิ้งไว้นานเท่าไหร่สีจึงจะติดผมสวยได้ดั่งใจ

        14. ผลิตภัณฑ์ทำสีผมที่ล้างออกได้คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีไฮโดรเจน เช่น เจล โฟมทำสีผมมีวิธีสังเกตก็คือ ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องมีสูตรผสมกัน แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีมากกว่าสองหลอด เพื่อนำมาผสมกันมักเป็นผลิตภัณฑ์ทำสีผมถาวร แสดงว่ามีไฮโดรเจนผสมด้วย

        15. บางคนอาจแพ้สารเคมีที่ทำออกซิเดชั่นได้ ตรวจสอบเสียก่อนด้วยการหยดโลชั่นสีผมสองสามหยดผสมกับน้ำยาทาบริเวณข้อพับ แขนที่ล้างทำความสะอาดแล้วทิ้งไว้ 20 นาที หากไม่มีอาการแพ้ใดๆ ก็สามารถนำมาทำสีผมได้

        16. การทำสีบริเวณโคนผม ควรรอให้โคนผมงอกยาวประมาณ 1 ซม. ก่อนที่จะทำสีผมใหม่ ส่วนการทำสีผมใหม่ทั้งศีรษะควรทำสีผมบริเวณโคนผมก่อนและทิ้งไว้ 10 นาที จึงเริ่มทำสีผม ส่วนถัดไปจนถึงโคนผม จะทำให้สีผมสวย สม่ำเสมอ โคนผมที่มีสุขภาพดีจะไม่ค่อยซึมซับสีทางเคมีได้มากเท่ากับผมส่วนที่หยาบกว่า คือ ผมส่วนกลางและปลาย ส่วนผมที่งอกยาวตามปกติ (0.3-0.5 มม. ต่อวัน) สามารถทำสีผมใหม่ได้ภายใน 20-34 วัน

        17. บางครั้งซื้อสีผมมาทำแล้วไม่ได้สีที่ต้องการ เกิดจากความผิดพลาดในการคาดคะเนสีผมธรรมชาติผิดไปจากความจริง หรือทำคอร์สบำรุงผมหลังจากที่ทำสีผมมาแล้ว และล้างเม็ดสีแดงออกไปจึงทำให้สีผมเปลี่ยนไป

        18. บรรดาสีผมแฟชั่นทั้งหลาย เช่น สีม่วงเข้ม, สีแดงเพลิง หรือสีแดงทับทิม สามารถเปลี่ยนเป็นสีอื่นได้ เพราะสีผมเหล่านี้มักจะไม่สามารถซึมและติดเส้นผมถาวร การจะให้สีผมคงที่และติดทนนานควรใช้ผลิตภัณฑ์แชมพู ครีมนวดผม และผลิตภัณฑ์บำรุงสำหรับเส้นผมที่ผ่านการทำสีโดยเฉพาะ หรือใช้โฟมสีสำหรับการทำสีผมสองสี จะทำให้สีผมทนต่อการสระล้างได้ถึง 6-8 ครั้ง และช่วยบำรุงเส้นผมไปในตัวด้วย เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะมีวิตามินเพื่อป้องกันเส้นผมไม่ให้เสียอันเนื่องมาจากการทำสีผม อย่างเช่น แคลเซียม วิตามินคอมเพล็กซ์ ซึ่งสามารถซึมลึกเข้าซ่อมแซมผมได้

        19. ถ้าต้องการเปลี่ยนสีผมให้อ่อนลง ก็แค่เพิ่มสีที่ต้องการ เช่น สีแดงที่เข้มเกินไปแล้วอยากทำให้อ่อนลงก็แค่สระล้างหลายๆ ครั้งด้วย แชมพูกำจัดสีผม เพื่อลดความเข้มของสีก็ช่วยได้

        20. สีผมที่ทำไปแล้วไม่คงทน มีสาเหตุมาจากการใช้ระยะเวลาสั้นเกินไปในการทำสีผม หรือใช้ผลิตภัณฑ์น้อยเกินไปสำหรับผมยาว หรือผลิตภัณฑ์ทำสีผมเมื่อผสมกันแล้วไม่ได้ใช้ทันที เพราะสารออกซิเดชั่นที่จะทำปฏิกิริยากับผม มีความพร้อมตั้งแต่อยู่ในหลอด และหากเม็ดสีใหญ่เกินไปก็ไม่สามารถซึมเข้าไปในชั้นของเกล็ดผมได้ สีจึงติดเฉพาะเกล็ดด้านนอก ดังนั้น เมื่อสระผมสีจึงหลุดลอกออกโดยง่าย หรือใช้ผลิตภัณฑ์สไตลิ่งแต่งผมก่อนการทำสีผมและไม่ได้ล้างออกก่อน ทำให้เกล็ดผมปิด เมื่อทำสีผมจึงไม่สามารถซึมเข้าเส้นผมได้ลึกนั่นเอง



    
    


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

พฤศจิกายน 2553


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
20 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการทำสีผม อัปเดตล่าสุด 28 ธันวาคม 2553 เวลา 21:59:08 11,787 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP