9 วิธีแก้น้ำตาไหลตอนแต่งหน้า หมดปัญหาหน้าเลอะระหว่างเมคอัพ

          น้ำตาไหลตอนแต่งหน้า สาว ๆ เคยเป็นไหม ? แล้วทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาน้ำตาไหลระหว่างเมคอัพ จนทำให้เครื่องสำอางเลอะเทอะกลายเป็นแพนด้าตั้งแต่ยังไม่ออกจากบ้านได้บ้าง มาดูกัน


แต่งหน้า

          สาว ๆ ที่รักการแต่งหน้าหลายคน ต้องเคยประสบกับเหตุการณ์น้ำตาไหลระหว่างแต่งหน้าโดยไม่รู้ตัวมาบ้าง ใช่ว่ามีเรื่องเศร้าหรือดราม่าอะไรหรอกนะ แต่การที่น้ำตาไหลตอนแต่งหน้าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเพราะตาแห้งอยู่แล้ว พอต้องลืมตาค้างไว้นาน ๆ จึงแสบจนมีน้ำตาไหลออกมา บางครั้งก็เกิดจากเครื่องสำอางที่เราใช้อยู่เป็นประจำ ทั้งอายแชโดว์ อายไลเนอร์ หรือแม้แต่แปรงที่ใช้แต่งแต้มสีสันมีความสกปรก ก็ทำให้ดวงตาเกิดความระคายเคือง กระทั่งร่างกายเราต้องผลิตน้ำตามาล้างสิ่งแปลกปลอมออกไปนั่นเอง

          และสำหรับใครที่มีปัญหานี้บ่อย ๆ เพื่อไม่ให้น้ำตามาเป็นอุปสรรคในความสวยอีกต่อไป วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีแก้น้ำตาไหลตอนแต่งหน้ามาฝากกันแล้วค่ะ จะทำอย่างไรได้บ้างนั้นมาดูกันเลย

1. เลือกครีมบำรุงผิวหน้าที่ปราศจากน้ำหอม

          ถึงแม้สาว ๆ บางคนจะไม่ได้มีผิวที่บอบบาง เวลาเลือกใช้ครีมบำรุงจึงไม่ค่อยใส่ใจนักว่าต้องเลือกแบบที่มีความอ่อนโยนต่อผิวพรรณ แต่เคยสังเกตไหม ไล่มาตั้งแต่ตอนทาครีม ทาครีมกันแดดจนกระทั่งรองพื้น ทำไมถึงได้มีน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด จะมาค่อยยังชั่วหน่อยก็ตอนที่แต่งหน้าใกล้เสร็จแล้ว เป็นเพราะว่าในครีมที่สาว ๆ ใช้ลงก่อนแต่งหน้ามีส่วนผสมของน้ำหอมนั่นเอง ยิ่งทาใกล้ดวงตามากเท่าไร น้ำตาก็ยิ่งไหลได้ง่ายขึ้น ดังนั้นถ้าต้องการลงครีมบำรุงผิวก่อนแต่งหน้า ควรใช้แบบที่มีความอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมเจือปนจะดีที่สุด ปัญหาแสบตาจนน้ำตาซึมจะได้หายไปยังไงล่ะ

แต่งหน้า

2. ลงไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง

          สาเหตุที่แต่งหน้าแล้วแสบตา อาจจะเป็นเพราะเครื่องสำอางของเราไปสัมผัสกับใบหน้าและดวงตาโดยตรง ทางที่ดีควรลงไพรเมอร์เคลือบไว้สัก 1 ชั้นก่อนลงรองพื้นจะดีกว่าเพื่อไม่ให้ฝุ่นจากเครื่องสำอางต่าง ๆ ทำความระคายเคืองกับผิวอันบอบบาง อีกทั้งตัวไพรเมอร์เองยังช่วยให้มีผิวที่สวยและเรียบเนียนขึ้นด้วย

3. ใช้เครื่องสำอางรอบดวงตาที่เป็นแบบออร์แกนิก


          อย่างที่รู้กันดีว่าดวงตาของเรานั้นมีความบอบบางมากเพียงใด หากใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีกับบริเวณนี้โดยตรงคงไม่รอดพ้นจากอาการแสบตาจนน้ำตาไหลแน่ ๆ ดังนั้นควรเลือกใช้อายแชโดว์ อายไลเนอร์ ที่ปราศจากสารเคมีที่อาจเกิดอันตรายต่อดวงตา และต้องไม่มีน้ำหอมเจือปน ถ้าไม่แน่ใจว่าควรใช้แบบไหน ก็เลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่าเป็นออร์แกนิกจะดีที่สุด

แต่งหน้า

4. ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าทุกสัปดาห์

          การทำความสะอาดแปรงแต่งหน้าคือขั้นตอนที่สาว ๆ หลายคนมักจะละเลยไป ด้วยคิดว่าแปรงสัมผัสแค่ใบหน้าของเราเท่านั้น ไม่น่าจะมีความสกปรกสักเท่าไร แต่ไม่ใช่เลย ผิวหน้าที่เห็นว่าสะอาดเกลี้ยงเกลา ความจริงแล้วมีการผลิตน้ำมันคอยเคลือบชั้นผิวตลอดเวลา อีกทั้งแบคทีเรียก็พร้อมขึ้นมาเกาะแกะผิวหนังได้ทุกเมื่อ แปรงที่ใช้เเต่งหน้าเลยสัมผัสความสกปรกอยู่ทุกวัน เมื่อนำมาแต่งดวงตาจึงทำให้เกิดความระคายเคือง พอหนักเข้า อาจติดเชื้อโรคจากแปรงก็เป็นได้ ดังนั้นควรล้างแปรงด้วยสบู่เด็กอย่างอ่อนโยนทุกสัปดาห์ แต่ห้ามถูหนักเกินไปนะคะ ไม่อย่างนั้นขนแปรงอาจเกิดความเสียหายได้

5. ใช้ยาหยอดตาก่อนแต่งหน้า 30 นาที

 
          ใครที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาหยอดตา ทั้งมีอาการตาแห้ง มีอาการแพ้ หรือเป็นเพราะต้องใส่คอนแทคเลนส์ ควรทิ้งช่วงห่างของการหยอดตาและแต่งหน้าไว้สักประมาณ 30 นาที เพื่อให้ดวงตาได้มีเวลาพัก เมื่อต้องแต่งหน้าจะได้ไม่ระคายเคืองง่ายเกินไป

แต่งหน้า

6. หลีกเลี่ยงการใช้อายไลเนอร์ขอบด้านในของดวงตา

          ถ้าสาว ๆ คนไหนอยากมีดวงตาที่ดูกลมโต การใช้อายไลเนอร์สีดำมากรีดขอบตา ดูจะเป็นตัวช่วยที่ดีและเห็นผลทันตาทีเดียว ยิ่งกรีดอายไลเนอร์ด้านในขอบตาด้วยแล้วยิ่งสร้างให้การแต่งหน้าวันนั้นดูสวยคมอย่างเป็นธรรมชาติไปอีก แต่อย่างไรก็ตาม แม้ดวงตาจะดูโตขึ้นมาได้ก็จริง แต่น้ำตาที่ไหลออกมานั้นดูจะไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไร ทางแก้คือให้ลองใช้เทคนิคกรีดขอบตาจากเปลือกตาข้างนอกแบบเส้นเล็ก ๆ แทน ถึงจะดูไม่เป็นธรรมชาติเหมือนกับการกรีดอายไลเนอร์ด้านใน แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องแลกกับน้ำตาที่เอ่อขึ้นมานั่นเอง

7. ใช้เครื่องสำอางที่เป็นเนื้อครีม ลดฝุ่นระคายเคืองตา

          ฝุ่นจากเครื่องสำอางที่ฟุ้งออกมาตอนแต่งหน้ามีความละเอียดและเบามาก จนบางทีก็เข้าสู่ดวงตาทำให้น้ำตาไหลออกมาได้ง่าย  ดังนั้นลองเลือกใช้เครื่องสำอางประเภทเนื้อครีม เช่น อายแชโดว์เนื้อครีม บลัชออนเนื้อครีม รวมถึงใช้ดินสอเขียนคิ้วแทนแบบฝุ่นจะดีกว่า นอกจากช่วยลดการระคายเคืองแล้ว ยังติดทนนานทั้งวันอีกด้วย

แต่งหน้า

8. งดใช้มาสคาร่าที่มีไฟเบอร์ต่อขนตา

          มาสคาร่าที่มีส่วนประกอบของไฟเบอร์ ทั้งแบบที่มีมาให้ในเนื้อมาสคาร่าอยู่แล้ว หรือเป็นแบบที่มีไฟเบอร์แยกมาต่างหาก แม้มันจะช่วยทำให้ขนตายาวขึ้นมาได้ แต่ก็มีโอกาสร่วงหล่นเข้าดวงตาจนทำให้เกิดความระคายเคืองได้ง่ายเช่นกัน ยิ่งเป็นไฟเบอร์สีขาวที่แยกมาเดี่ยว ๆ ด้วยแล้วก็ยิ่งควบคุมได้ยาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้มาสคาร่าแบบที่มีไฟเบอร์จะดีกว่า

9. แต่งหน้าห่างจากลมแอร์และพัดลม

          การแต่งหน้าแล้วลืมตาค้างนาน ๆ บวกกับปะทะกับลมแอร์และพัดลมโดยตรง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตาแห้งและแสบตาจนทำให้น้ำตาไหลออกมาได้ง่าย ๆ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเวลาแต่งหน้าสาว ๆ จึงควรอยู่ห่างให้ไกลจากลมแอร์และพัดลม ถึงแม้จะเป็นข้อปฏิบัติที่ทำใจได้ยากสักนิดสำหรับสาว ๆ เมืองร้อนอย่างเรา แต่เพื่อความสวย ยังไงเราก็ต้องทนให้ได้ จริงไหมล่ะคะ

แต่งหน้า

          และทั้งหมดนี้ก็คือเทคนิคแต่งหน้าและเลือกใช้เครื่องสำอางที่ทำให้สาว ๆ เลิกน้ำตาไหลตอนแต่งหน้าได้ คราวนี้ก็หมดปัญหาหน้าเลอะระหว่างแต่งหน้าแล้ว อย่างไรก็อย่าลืมลองเอาไปแก้ไขกันดูนะคะ

ข้อมูลจาก : beautyheaven.com.au, leaf.tv, health.com


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
9 วิธีแก้น้ำตาไหลตอนแต่งหน้า หมดปัญหาหน้าเลอะระหว่างเมคอัพ โพสต์เมื่อ 19 มีนาคม 2562 เวลา 16:10:27 3,327 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP