
ซน.. หรือสมาธิสั้นกันแน่? (momypedia)
โดย: อรุณเบิกฟ้า
ความกังวลของพ่อแม่ยุคใหม่ ไม่พ้นลูกเป็นสมาธิสั้น
สมาธิสั้นเป็นโรคใหม่ที่เพิ่งรู้จักกันในประเทศไทยเมื่อไม่ถึง 10 ปีมานี้เองค่ะ และมีแนวโน้มจะเกิดจากการที่สมองสูญเสียสมรรถนะบางส่วน เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการทำงานของสมอง พ.ญ.เบญจพร ปัญญายง ทำการศึกษาพบว่า 3-5% ของเด็กไทยเป็นโรคสมาธิสั้น อาการที่แสดงออกเด่นชัดมีอยู่ 3 อย่างค่ะ ดูเผิน ๆ อาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ! นี่ลูกฉันหรือเปล่าเนี่ย? แต่ต้องอ่านรายละเอียดแล้วแยกแยะให้ชัดเจนนะคะ เพราะเด็กซน ๆ บางคนก็แค่ดูคล้ายเท่านั้นซนไม่ธรรมดา ..เพราะว่าสมาธิสั้น
แต่เด็กสมาธิสั้นจะพัฒนาได้ช้ากว่า เช่น ตอนอนุบาลมีสมาธิจดจ่อกับเรื่องที่ครูเล่าได้ 15-30 นาที พอขึ้น ป.1 เพื่อน ๆ พัฒนาไปได้ 40 นาที แต่เด็กสมาธิสั้นยังคงอยู่เท่าเดิม ไม่ไปไหน ถูกเบี่ยงเบนก็ง่าย แถมเวลาใจลอยไปแล้วก็ไปเลย ดึงกลับมาไม่ได้
อาการ 3 ข้อนี้ เด็กปกติก็มีค่ะ แต่มีในลักษณะที่ควบคุมได้ ส่วนเด็กสมาธิสั้นจะมีเยอะกว่า ควบคุมได้ยากกว่า และพัฒนาเปลี่ยนแปลงได้ช้ากว่า สมาธิสั้น เสี่ยงต่อสารพันปัญหา
สมาธิสั้นที่ไม่ได้รับการรักษา จะกลายเป็นปัญหาในตอนโตค่ะ มันจะไปสัมพันธ์กับพฤติกรรมเกเร และซึมเศร้า มีการศึกษาพบว่า 20-25% ของคนในคุกและสถานกักกันเยาวชนหลายๆ ประเทศ ตอนที่ยังเด็ก พวกเขามีอาการเหมือนสมาธิสั้น ส่วนเด็กในสถานพินิจของไทยก็มีอาการซึมเศร้าร่วมอยู่ประมาณ 20-30% (อาการซึมเศร้ามีทั้งแบบที่หันใส่ตัว คือทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตาย กับซึมเศร้าแล้วหันไปเล่นงานคนอื่น
แล้วที่สำคัญ สมาธิสั้นยังไปสัมพันธ์กับเรื่องยาเสพย์ติดอีกด้วย ในอเมริกา เป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานเลยว่า ถ้าพบผู้ติดยาแล้วมีอาการสมาธิสั้น ให้รักษาโรคสมาธิสั้นก่อน แล้วประเมินอีกทีว่าเลิกติดไหม ถ้าเลิกก็จบ โดยไม่ต้องใช้การบำบัดเลย ทำไมเป็นเช่นนั้น? ดูที่อาการกันอีกทีค่ะ
เวลาเรียนหนังสือ เด็กอื่น ๆ เรียนได้หนึ่งชั่วโมง เด็กสมาธิสั้นเรียนได้ 20 นาที พอเรียนไม่รู้เรื่อง ผลการเรียนก็ย่อมไม่ดี ผู้ใหญ่ไม่คิดว่าเขาป่วยหรอกค่ะ ส่วนใหญ่จะว่าเขาโง่ ไม่รับผิดชอบมากกว่า เวลาซนก็โดนดุโดนตี และเมื่อหุนหัน เล่นกับเพื่อนก็แย่งตลอด เพราะไม่เคยรอคิวของตัวเองได้ หรือเพื่อนแหย่นิดเดียวก็ชกทันที บ่อยเข้า เพื่อนก็ไม่อยากคบ ไม่อยากเล่นด้วย
ถ้าโดนอย่างนี้เรื่อย ๆ ตั้งแต่ 7-8 ขวบ โตขึ้นหัวใจดวงน้อย ๆ จะเหลืออะไร ...ฉันเป็นคนดีหรือไม่ ชักไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจอยู่บ้างว่าในปัจจุบัน ทันทีที่ครูพบเด็กเรียนไม่ดี ครูจะคิดถึงหมอก่อนไม้เรียว ไม่ดุไม่ตี จะเชิญผู้ปกครองให้พาไปหาหมอ เพราะสมาธิสั้นเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก ๆ ของการเรียนไม่ดีด้วยเหมือนกันช่วยลูกสมาธิสั้นได้อย่างไร
กุมารแพทย์ทุกคนสามารถวินิจฉัยโรคสมาธิสั้นได้ ถ้าพบว่าเป็นจึงจะส่งต่อไปรักษา มีรายงานว่า 1 ใน 3 สามารถหายเป็นปกติ 1 ใน 3 พอโตแล้วก็ยังมีอาการอยู่ ส่วนอีก 1 ใน 3 ยังคงมีอาการอยู่ แต่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ การรักษาเป็นหน้าที่ของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ แต่พ่อแม่ก็เป็นแรงสำคัญในการปรับพฤติกรรมของลูก ไม่ให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา หมายความว่าเวลาลูกซน พ่อแม่ต้องดุน้อยลง ตีน้อยลง หรือเลิกตีไปเลย ถ้าจะให้ลูกทำงานบ้าน ก็อย่าสั่งทีเดียวหลายรายการติดกัน เช่น
"เดี๋ยวเอาผ้าไปเช็ดโต๊ะกินข้าว แล้วเอาขยะไปเท พอเทขยะเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมล็อกประตูด้วยนะ"
โถ...สมาธิ หนูก็สั้นจะตายอยู่แล้ว แม่ยังสั่งทีเดียวตั้ง 3 อย่าง ถ้าลูกสมาธิสั้น บอกเขาทีละอย่างค่ะ เทคนิคเวลาจะบอก ให้เรียกชื่อเขาก่อน เช่น "แอนท์" แล้วจับให้เขาหันมา ลดตัวลงไปให้สายตาอยู่ระดับเดียวกัน มองตาลูกให้รู้ว่าเขาตั้งใจฟังเราอยู่ แล้วค่อย ๆ พูด
"แอนท์ เอาผ้าไปเช็ดโต๊ะนะลูก" แค่นี้พอ อย่างเวลาลูกกลับจากโรงเรียนเนื้อตัวสกปรกเลอะเทอะ พ่อแม่จะพูดเหมือนกันทุกบ้าน (ราวกับเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ)
"แอนท์ เอ๊ย...เวลาไปโรงเรียน แม่ส่งไปเรียนนะ ไม่ได้ส่งไปเล่น ทำไมเนื้อตัวสกปรกเลอะเทอะไปหมดอย่างนี้ แม่ซักผ้าเหนื่อยรู้ไหม ตัวเม้น...เหม็น ไปอาบน้ำ"
3 ประโยคแรกลูกก็ไปแล้วค่ะ สิ่งที่ต้องการจะบอกคือไปอาบน้ำ ก็เอาไว้ข้างหน้า เริ่มต้นประโยคด้วย "ไปอาบน้ำ" แล้วจะสาธยายอะไรก็ว่าไป (แต่ยังไงลูกก็ไม่ได้ยินหรอกค่ะ เพราะเขาสมาธิไม่ดี แล้วแม่ก็เป็นสิ่งเร้าที่ไม่น่าสนใจเท่าไรซะด้วย)
เด็กสมาธิสั้นจะถูกดึงจากสิ่งเร้ารอบตัวได้ง่าย เพราะฉะนั้นโต๊ะ เก้าอี้ ที่ทางสำหรับทำการบ้าน อ่านหนังสือ ก็จัดให้เป็นสัดส่วน ลดสิ่งรบกวนให้น้อย เวลาเด็กทำการบ้าน พ่อแม่อาจจะต้องปิดทีวี หรือมานั่งอ่านหนังสืออยู่ข้าง ๆ สร้างบรรยากาศ(รังสีอำมหิต) ให้ลูก เมื่อซนแล้วเกิดอุบัติเหตุบ่อย ก็ต้องปรับสิ่งแวดล้อมให้เด็กอยู่ได้อย่างปลอดภัย ลดสิ่งกีดขวางในบ้านให้น้อยลง
แล้วก็หาที่ทางให้ลูกได้ระบายความซนด้วย อาจจะพาไปตามสวนสาธารณะ ให้เขาได้ออกกำลังเพื่อปลดปล่อยพลังงานที่มันเหลือเฟือ พอเหนื่อยมาก ๆ พลังงานลด แบตฯเริ่มอ่อน อาการจะดีขึ้น แถมยังได้ผลดีเรื่องสุขภาพด้วย
ความหุนหันก็พอช่วยได้ เช่น พาไปในสถานที่ที่มีกติกาบังคับให้เขาต้องคอย เช่น ไปฝึกเข้าคิวซื้อของ เล่นเกมที่มีการรอคอย เช่น หมากกระดาน งูไต่บันได สมมติลูกเราเคยคอยได้สัก 10 วินาที พอถึงตาของพ่อแม่ก็แกล้งยืดเยื้อไปสักหน่อย รอให้เวลาผ่านไปสัก 11-12 วินาที พอลูกชักจะทนไม่ไหว กระสับกระส่าย ค่อยทอยลูกเต๋า แว้บนั้นลูกก็คอยเพิ่มได้อีก 2 วินาที ทำอย่างนี้บ่อย ๆ จะพบว่ายืดเวลาการรอคอยของเขาได้ วิธีนี้นักบำบัดเคยทดลองใช้ได้ผลมาแล้วนะคะ แกล้งลูกดูบ้างก็น่าสนุกดีเหมือนกัน
เวลาหุนหัน สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดคือความโกรธ โกรธเฉย ๆ ไม่เป็นไร เวลาไม่สบอารมณ์หรือถูกขัดใจ ใคร ๆ ก็ต้องโกรธ แต่ถ้าโกรธแล้วขว้างปาข้าวของ ทำร้ายคนอื่น แบบนั้นไม่ดีค่ะ เวลาลูกโกรธ สอนให้เขารู้จักระบายออกอย่างเหมาะสม เช่น
"อย่าตีแม่ลูก ถ้าโมโหให้บอกเลยว่าโมโหนะ"
ถ้าทำทั้งหมดแล้ว อาการของลูกยังไม่ดีขึ้น ก็เป็นไปได้ว่าสมองเขามีปัญหาจริง ๆ อาจจะต้องพึ่งยา บางกรณีฤทธิ์ของยาช่วยเด็กได้มาก ถึงขนาดที่ว่าเด็กบางคนก่อนมาหาหมอฟังครูได้ครึ่งเดียว พอกินยา ฟังได้จนจบเลย จากที่เคยสอบได้ท้ายห้องก็ขึ้นมาถึงลำดับต้น ๆ กลายเป็นเด็กที่มีความสุข เพราะเพิ่งค้นพบว่าตัวเองเก่ง ที่ผ่านมาแค่ไม่สบายเท่านั้น
ยากลุ่มนี้ก็จะมีวิธีใช้ที่ ปลอดภัย ไม่ต้องวิตกค่ะ แล้วหมอก็จะหยุดให้ยาในช่วงปิดเทอม เพราะไม่จำเป็นต้องควบคุมพฤติกรรมมากนัก ถ้าไม่รบกวนที่บ้าน ช่วงหยุดยาเป็นโอกาสดีที่จะดูว่าเด็กดีขึ้นไหม บางกลุ่มหยุดยาแล้วดีเลย แต่บางกลุ่มต้องกินยาจนเป็นวัยรุ่นก็มี ในกลุ่มที่หายขาด สมาธิสั้นอาจจะเป็นเรื่องวุฒิภาวะของสมอง เมื่อสมองโตเต็มที่ อาการจะดีขึ้น
สมาธิสั้นไม่ใช่โรคร้ายแรงที่แก้ไขไม่ได้ ขอเพียงเข้าใจเท่านั้น สำคัญที่พ่อแม่ต้องขวนขวายหาความรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะถ้าได้รับการวินิจฉัยช่วยเหลือตั้งแต่ยังเล็ก ใจของเด็กยังไม่เสียไปมาก แต่ก็อย่าถึงขั้นตื่นตระหนกจนเกินไป พ่อแม่หลายคนพาลูกไปหาหมอตั้งแต่อนุบาล ตอนนั้นยังแยกไม่ออกหรอกค่ะ เพราะอาการสมาธิสั้นจะมาเด่นชัดในชั้นประถม เพราะเริ่มมีการเรียนที่เป็นกิจจะลักษณะ เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น จึงพอแยกแยะได้ว่าใครเป็นหรือไม่เป็น แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินลูก
ถึงแม้ว่าสมาธิสั้นจะเป็นอาการที่คนทั่วไปพอเข้าใจได้ แต่การวินิจฉัยขอให้อยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนะคะ ...คุณหมอขอร้อง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก







