ส้นเท้าแตก แก้ยังไงให้กลับมาเนียนนุ่ม ? เคล็ดลับดูแลผิวบริเวณเท้าให้สวยมั่นใจทุกย่างก้าว

          ส้นเท้าแตกจนไม่กล้าโชว์เท้า พบกับคู่มือที่จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุของส้นเท้าที่ปริแยก พร้อมวิธีดูแลผิวและสูตรแก้ปัญหาเท้าแห้งให้กลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัส เพื่อให้กลับมาใส่รองเท้าคู่โปรดได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
ส้นเท้าแตก

          เคยไหมที่เลือกชุดสวยจัดเต็มมาอย่างดี รองเท้าส้นสูงคู่โปรดก็พร้อมออกงานแล้ว แต่ดันมาตกม้าตายตอนก้มมองส้นเท้าตัวเอง !  ปัญหาส้นเท้าแตกไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะคะ เพราะนอกจากจะทำให้เราขาดความมั่นใจเวลาใส่รองเท้าเปิดส้นแล้ว บางครั้งยังมาพร้อมกับอาการเท้าแห้งกร้านจนน่ารำคาญใจ วันนี้เรามาเริ่ม ดูแลผิวบริเวณเท้าให้กลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัสกันดีกว่า รับรองว่าทำตามได้ไม่ยาก แถมยังช่วยให้เรากลับมาเดินสับแบบมั่นใจได้อีกครั้ง

ส้นเท้าแตกเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง ?

          ก่อนจะไปแก้ปัญหา เรามาดูต้นตอกันก่อนค่ะว่าทำไมผิวสวย ๆ ถึงกลายเป็นรอยแยกได้
  • ขาดความชุ่มชื้น : ผิวหนังบริเวณส้นเท้าไม่มีต่อมไขมันเหมือนผิวส่วนอื่นนะคะ ถ้าเราปล่อยให้ผิวแห้งมาก ๆ ผิวก็จะขาดความยืดหยุ่นและเริ่มปริแตก
  • การเสียดสีและแรงกดทับ : การเดินลงน้ำหนักแรง ๆ การสวมรองเท้าส้นแข็ง หรือการยืนนาน ๆ ทำให้ผิวส่วนนี้ต้องรับภาระหนักจนหนาตัวขึ้นและแตกออก
  • รองเท้าไม่ซัพพอร์ต : การใส่รองเท้าแตะบ่อยเกินไป หรือรองเท้าที่เปิดส้น ทำให้ผิวเท้าสัมผัสกับอากาศและพื้นแข็ง ๆ โดยตรง
  • ปัจจัยด้านสุขภาพ : เช่น น้ำหนักตัวที่มากเกินไป สภาพอากาศที่หนาวเย็น หรือโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือโรคผิวหนัง

อาการของส้นเท้าแตกที่สังเกตได้

  1. ผิวเริ่มหนาและแข็ง : สัญญาณแรกเริ่มคือ ผิวบริเวณขอบส้นเท้าจะเริ่มดูเหลือง ๆ หรือขาว ๆ และหนากว่าผิวส่วนอื่น
  2. ผิวแห้งกร้านผิดปกติ : จับไปแล้วจะรู้สึกสากมือ ไม่ลื่นปรื๊ดเหมือนเดิม ผิวดูขาดความชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด
  3. เริ่มมีรอยแยกเล็ก ๆ : จะเริ่มเห็นเป็นเส้นริ้ว ๆ กระจายอยู่รอบส้นเท้า ซึ่งตอนแรกอาจจะยังไม่ลึกมาก
  4. ผิวลอกเป็นขุย : บางครั้งจะมีหนังกำพร้าลอกออกมาเป็นแผ่นเล็ก ๆ เวลาใส่ถุงเท้าหรือเดินบนพรมจะรู้สึกว่ามันไปเกี่ยวจนน่ารำคาญ
ส้นเท้าแตก

ส้นเท้าแตกเจ็บไหม ?

          คำตอบคือ "มีทั้งเจ็บและไม่เจ็บ" ขึ้นอยู่กับระยะของอาการ
  • ระยะเริ่มต้น (ไม่เจ็บ) : ในช่วงที่ผิวแค่หนาและแห้งกร้าน หรือมีรอยแยกตื้น ๆ ส่วนใหญ่จะ ไม่รู้สึกเจ็บ แต่อาจจะรู้สึกตึง ๆ ผิว หรือรู้สึกสากเวลาเดินเท้าเปล่าเท่านั้น
  • ระยะรุนแรง (เจ็บมาก) : ถ้าปล่อยไว้จนรอยแยกนั้น "ลึก" ลงไปถึงผิวหนังชั้นใน คราวนี้ล่ะค่ะความเจ็บจะมาเยือน

          - เจ็บจี๊ดเวลาลงน้ำหนัก : ทุกครั้งที่เท้าแตะพื้น แรงกดจะทำให้รอยแตกแยกออกจากกันมากขึ้น ทำให้รู้สึกเจ็บเหมือนโดนของมีคมบาด

          - มีเลือดซิบ : รอยแตกที่ลึกมากอาจมีเลือดไหลออกมาได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการอักเสบ

          - อาการแสบและแดง : หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย ผิวรอบ ๆ รอยแตกจะเริ่มแดง ร้อน และแสบตลอดเวลา

ข้อเสียของส้นเท้าแตก (ที่มากกว่าแค่ไม่สวย)

          เวลาส้นเท้าแตกมันไม่ใช่แค่ดูไม่สวยนะคะ แต่มีข้อเสียมากกว่านั้น
  1. ทำลายบุคลิกภาพ : แน่นอนค่ะว่ามันทำให้เราไม่กล้าใส่รองเท้าโชว์ส้นเท้า หรือรู้สึกอายเวลาต้องถอดรองเท้าในที่สาธารณะ
  2. ความเจ็บปวด : หากรอยแตกเริ่มลึกขึ้น จะทำให้รู้สึกเจ็บเวลาเดิน ยิ่งถ้าแตกจนเลือดซิบ บอกเลยว่าทรมานมาก
  3. เสี่ยงต่อการติดเชื้อ : รอยแยกที่ผิวหนังคือประตูบ้านที่เปิดรับเชื้อโรคและแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

วิธีรักษาส้นเท้าแตกให้กลับมาเนียนนุ่ม

          มาถึงขั้นตอนกู้คืนผิวสวยกันแล้วค่ะ สาว ๆ ลองทำตามสูตรนุ่มละมุนนี้ดู
  • แช่เท้าให้อ่อนนุ่ม : แช่เท้าในน้ำอุ่นผสมสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำเกลือประมาณ 15-20 นาที เพื่อให้ผิวที่ตายแล้วนุ่มลง
  • ขัดอย่างเบามือ : ใช้หินขัดเท้าหรือแปรงขัดเบา ๆ บริเวณที่หนาตัวขึ้น (ห้ามตัดหรือดึงหนังที่แตกเด็ดขาด เพราะจะยิ่งอักเสบ)
  • บำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น : หลังซับเท้าให้แห้ง รีบทาครีมสำหรับทาส้นเท้าโดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของ Urea หรือ Shea Butter เพื่อเติมความชุ่มชื้นทันที
  • สวมถุงเท้าก่อนนอน : หลังจากทาครีมหนา ๆ ให้สวมถุงเท้าผ้าฝ้ายนอน วิธีนี้จะช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ซึมเข้าสู่ผิวได้ล้ำลึกที่สุด
ส้นเท้าแตก

วิธีป้องกันไม่ให้ส้นเท้าแตกซ้ำซ้อน

          ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ เพื่อให้เท้าของเราเนียนนุ่มไปนาน ๆ
  • ทาครีมเป็นประจำ : อย่ารอให้แตกแล้วค่อยทา ให้ถือว่าการทาครีมที่เท้าคือหนึ่งในกิจวัตร Skin Care ประจำวัน
  • เลือกรองเท้าที่เหมาะสม : สวมรองเท้าที่มีพื้นนุ่ม มีแผ่นรองรับส้นเท้า และหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง ๆ นาน ๆ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : การเติมความชุ่มชื้นจากภายในส่งผลถึงผิวภายนอกรวมถึงที่เท้าด้วย
  • คอยสังเกตผิว : หากเริ่มรู้สึกว่าผิวที่ส้นเท้าหนาขึ้นให้รีบสครับและบำรุงทันที
          การมีเท้าที่สวยสุขภาพดีช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้เราได้มากจริง ๆ แม้ว่าส้นเท้าแตกจะดูเป็นปัญหาที่แก้ลำบาก แต่ถ้าเราใส่ใจดูแลผิวบริเวณเท้าอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ความเนียนนุ่มก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ต่อไปนี้จะใส่รองเท้าคู่ไหนก็สวยสับ ไม่ต้องกังวลเรื่องเท้าแห้งอีกต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลจาก : healthline.com, medicalnewstoday.com, thefoothub.com.au
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ส้นเท้าแตก แก้ยังไงให้กลับมาเนียนนุ่ม ? เคล็ดลับดูแลผิวบริเวณเท้าให้สวยมั่นใจทุกย่างก้าว โพสต์เมื่อ 6 มีนาคม 2569 เวลา 14:05:59 2,725 อ่าน
TOP
x close