พาส่องเทรนด์ใหม่มาแรง บิวตี้ไอเทมผสม "ออกซิโทซิน" หรือฮอร์โมนแห่งความรัก ทั้งสเปรย์และลิปบาล์มปรับอารมณ์ จะช่วยให้ผิวสวยอารมณ์ดีได้จริง หรือเป็นแค่เรื่องจกตา ? ไปหาคำตอบกัน
ช่วงหลังมานี้หลายคนน่าจะเริ่มเห็นคำว่า Oxytocin Beauty, Love Hormone หรือ ฮอร์โมนแห่งความรัก ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์ความงามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ ลิปบาล์ม น้ำหอม ไปจนถึงสเปรย์พ่นจมูกที่เคลมว่าช่วยให้อารมณ์ดี ผ่อนคลาย และทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง แต่จริง ๆ แล้ว ออกซิโทซิน คืออะไรกันแน่ ? ฮอร์โมนชนิดนี้ช่วยให้ผิวสวยขึ้นได้จริงหรือเป็นเพียงกระแสการตลาด และเครื่องสำอางที่อ้างว่าช่วยเพิ่มออกซิโทซินมีหลักฐานรองรับมากน้อยแค่ไหน วันนี้เรารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฮอร์โมนแห่งความรักเกี่ยวข้องกับสุขภาพและผิวพรรณของเราอย่างไร
ทำความรู้จัก "ออกซิโทซิน" พระเอกตัวจริงเรื่องความผูกพัน
จริง ๆ แล้ว ออกซิโทซิน (Oxytocin) เป็นฮอร์โมนและสารสื่อประสาทที่ผลิตจากสมองส่วนไฮโปทาลามัส วงการแพทย์รู้จักมันดีในฐานะฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการคลอดบุตรและการหลั่งน้ำนมของแม่ แต่สำหรับคนทั่วไป มันคือสารเคมีที่หลั่งออกมาตอนที่เราโอบกอด จับมือ สบตา หรือมีเซ็กส์กับคนที่เรารัก มันจึงได้ชื่อเล่นน่ารัก ๆ ว่า Love Hormone หรือฮอร์โมนแห่งความเชื่อใจ
สเปรย์พ่นจมูก VS ลิปบาล์ม... ผิวซึมได้จริงไหม ?
พอแบรนด์บิวตี้เอาฮอร์โมนตัวนี้มาใส่ในผลิตภัณฑ์ รูปแบบการใช้งานที่ต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันลิบลับตามหลักวิทยาศาสตร์ ดังนี้
- รูปแบบสเปรย์พ่นจมูก: ในแง่ชีววิทยา ถือว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะบริเวณโพรงจมูกมีเส้นเลือดและเส้นประสาทที่สามารถส่งผ่านสารเข้าสู่สมองได้โดยตรง ปัจจุบันในทางการแพทย์กำลังศึกษาวิจัยเพื่อใช้เยียวยาผู้ที่มีความบกพร่องทางสังคม เช่น กลุ่มออทิสติก หรือผู้ที่ขาดความมั่นใจ/ขี้อายอย่างรุนแรง แต่สำหรับสเปรย์พ่นจมูกสไตล์บิวตี้ทั่วไป งานวิจัยส่วนใหญ่ระบุว่าการดูดซึมยังไม่แน่นอน และปริมาณยาที่พ่นในแต่ละครั้งอาจสูงเกินไปโดยไม่มีการควบคุมที่ชัดเจน จึงยังต้องใช้อย่างระมัดระวัง
- รูปแบบทาภายนอก (ลิปบาล์ม ครีม เซรั่ม): จุดนี้แพทย์ผิวหนังประสานเสียงกันเลยว่า "เป็นไปได้ยากมาก" เพราะออกซิโทซินเป็นสารประเภทเปปไทด์ (Peptide) ซึ่งมีโมเลกุลใหญ่เกินกว่าจะซึมผ่านชั้นผิวหนังที่สมบูรณ์ของเราเข้าไปได้ ผลิตภัณฑ์บิวตี้หลายตัวที่เคลมเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วอาจไม่ได้ใส่ฮอร์โมนออกซิโทซินลงไปตรง ๆ แต่ใช้กลิ่นหอมหรือสารสกัดอื่น ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อสัมผัส เป็นการเน้น "ประสบการณ์ทางอารมณ์" (Emotional Branding) มากกว่าผลทางเภสัชวิทยาค่ะ
ทางลัดกู้ผิวฉ่ำด้วย "ความรัก" วิทยาศาสตร์เบื้องหลังผิวโกลว์
แม้ว่าสกินแคร์ผสมออกซิโทซินอาจจะยังไม่สามารถซึมเข้าไปได้โดยตรง แต่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "การที่ร่างกายมีระดับออกซิโทซินสูง" ส่งผลดีต่อผิวพรรณ ดังนี้
- ช่วยลดระดับ "คอร์ติซอล" (ฮอร์โมนความเครียด) ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันน้อยลง สิวอุดตันและผิวอักเสบจึงลดลงตามไปด้วย
- กระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตขนาดเล็กใต้ผิวหนัง ทำให้เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารเต็มที่ ผิวจึงดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด
- มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเรื้อรัง (ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอย) และมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้แผลหายเร็ว ผิวยืดหยุ่น
วิธีบูสต์ออกซิโทซินแบบธรรมชาติ
ถ้าสกินแคร์ราคาแพงยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เรามาบูสต์ฮอร์โมนแห่งความรักแบบธรรมชาติเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงกันดีกว่า ทำง่าย ๆ ได้ทุกวันแถมสบายกระเป๋าด้วย
- กอดคนที่คุณรัก: ไม่ว่าจะเป็นแฟน คุณพ่อคุณแม่ หรือเพื่อนสนิท การโอบกอดอย่างอบอุ่นเพียง 5-10 วินาที ก็กระตุ้นให้สมองหลั่งออกซิโทซินได้แล้ว
- เล่นกับสัตว์เลี้ยง: การกอด ลูบหัว หรือฟัดกับน้องหมาน้องแมวที่บ้าน ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความเครียดและเพิ่มฮอร์โมนความสุขได้ดีสุด ๆ
- นวดผ่อนคลาย: การไปสปา นวดหน้า หรือนวดตัว การสัมผัสทางกายอย่างอ่อนโยนจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการหลั่งออกซิโทซินไปพร้อมกัน
- หัวเราะบ่อย ๆ และฝึกสติ: การดูซีรีส์ตลก ๆ การเล่นโยคะ หรือการนั่งสมาธิหายใจเข้าลึก ๆ ช่วยลดฮอร์โมนความเครียดและปรับสมดุลให้ร่างกายหลั่งสารสุขได้อย่างเป็นธรรมชาติ
กระแสการใส่ "ออกซิโทซิน" ในผลิตภัณฑ์ความงามตอนนี้ อาจจะยังค่อนไปทาง "เทคนิคการตลาดเพื่อสร้างจุดขาย" มากกว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ที่เห็นผลชัดเจน 100% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภทครีมหรือลิปบาล์มที่ผิวไม่สามารถซึมซับฮอร์โมนตัวนี้เข้าไปได้จริง แต่ถ้าสาว ๆ ลองใช้แล้วรู้สึกชอบ รู้สึกว่ากลิ่นหอมช่วยให้ผ่อนคลายและมีความสุขทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาทา ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรค่ะ เพราะสุดท้ายแล้ว "ความสุขและความเพลิดเพลิน" เล็ก ๆ น้อย ๆ ในกิจวัตรความงามของเรานี่แหละ คือยารักษาผิวชั้นดีที่จะช่วยลดความเครียด และปลุกฮอร์โมนออกซิโทซินในร่างกายให้ทำงานตามธรรมชาติ ทำให้ผิวเราสวยโกลว์จากภายในได้อย่างแท้จริง
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลจาก : realsimple.com, everydayhealth.com, bangkokhospital.com, foreo.com, vanguardskin.com






