รวมไอเดียตำแหน่งเจาะหูยอดนิยม ตั้งแต่ติ่งหูยันกระดูกอ่อน พร้อมบอกระดับความเจ็บ ระยะเวลาแผลหาย และสไตล์การใส่ต่างหูที่เข้ากับแต่ละจุด ใครกำลังคิดจะเจาะหูใหม่ ห้ามพลาด
ทุกวันนี้แฟชั่นการเจาะหูไม่ได้จบแค่ติ่งหูข้างละรูเหมือนสมัยก่อนแล้ว เพราะกระแส Ear Styling / Ear Curation หรือการจัดสไตล์หูให้เป็นแกลเลอรี่เล็ก ๆ ของตัวเองกำลังมาแรงมาก ๆ หลายคนเริ่มเจาะหูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่ติ่งหูและกระดูกอ่อน เพื่อสร้างลุคที่เป็นตัวเอง แต่ก่อนจะไปเจาะ เชื่อว่าหลายคนต้องเคยสงสัยว่า เจาะหูตรงไหนดี เจาะจุดไหนเจ็บน้อย เจ็บมาก แผลหายเร็วแค่ไหน วันนี้เลยรวบรวม 10 ตำแหน่งเจาะหูยอดนิยมมาให้ดูกันแบบจัดเต็ม พร้อมบอกระดับความเจ็บและสไตล์การใส่ต่างหูที่เข้ากับแต่ละจุด ใครกำลังวางแผนจะเจาะหูใหม่ อ่านจบแล้วเลือกจุดที่ใช่ได้เลย
10 ตำแหน่งเจาะหูยอดฮิต ที่สาว ๆ นิยมเจาะกัน
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าหูของแต่ละคนมีรูปทรงไม่เหมือนกัน บางตำแหน่งอาจเหมาะกับเราหรือไม่เหมาะก็ได้ ทางที่ดีควรปรึกษาช่างเจาะมืออาชีพก่อนตัดสินใจทุกครั้ง เอาล่ะ มาดูกันเลยว่ามีตำแหน่งไหนน่าสนใจบ้าง
1. Lobe (ติ่งหู)
หากถามว่าควรเริ่มเจาะหูตำแหน่งไหนดี คำตอบแรกของหลายคนคงหนีไม่พ้น Lobe หรือการเจาะติ่งหู เพราะเป็นบริเวณที่เป็นเนื้อนิ่ม ไม่มีกระดูกอ่อน มีเส้นเลือดมาเลี้ยงดี จึงหายเร็วและดูแลง่ายสุดกว่าตำแหน่งอื่น อีกทั้งยังสามารถใส่ต่างหูได้แทบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นต่างหูเม็ดเล็ก ห่วง หรือแบบห้อย เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเจาะหู หรือคนที่อยากเพิ่มรูที่ 2 และรูที่ 3 เพื่อใส่ต่างหูซ้อนกันให้ดูมีมิติมากขึ้น
- ระดับความเจ็บ : 1/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 6-8 สัปดาห์
- เหมาะกับ : มือใหม่ ทุกสไตล์การแต่งตัว และคนที่ชอบเปลี่ยนต่างหูบ่อย ๆ
2. Helix
Helix เป็นการเจาะบริเวณขอบกระดูกอ่อนด้านบนของใบหู ถือเป็นตำแหน่งยอดนิยมตลอดกาล เพราะช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ใบหูโดยไม่ดูเยอะจนเกินไป หลายคนเลือกเจาะ 1-3 รูเรียงกัน หรือจับคู่กับต่างหูห่วงขนาดเล็ก ก็ได้ลุคมินิมอลแบบสายแฟ แม้จะเจ็บกว่าการเจาะติ่งหูเล็กน้อย แต่ก็ยังเป็นตำแหน่งที่หลายคนเลือกเป็นการเจาะกระดูกอ่อนครั้งแรก
- ระดับความเจ็บ : 3-4/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 6-12 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่อยากเริ่มเจาะกระดูกอ่อนและแต่งหูสไตล์มินิมอล
3. Flat
แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรก แต่ Flat กลับได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นบริเวณกระดูกอ่อนแบนด้านบนของใบหู เหมาะสำหรับจัดเรียงต่างหูหลายเม็ด หรือสร้างลวดลายแบบ Constellation Piercing ใครชอบลุคมินิมอลแต่มีรายละเอียด รับรองว่าตำแหน่งนี้ตอบโจทย์
- ระดับความเจ็บ : 3/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 6-12 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่ชอบใส่ต่างหูเม็ดเล็กหลายชิ้น และแต่งหูสไตล์มินิมอล
4. Forward Helix
ตำแหน่งนี้อยู่บริเวณขอบหูด้านหน้า เป็นอีกจุดที่ได้รับความนิยมมาก เพราะใส่ต่างหูเม็ดเล็กเรียง 2-3 รูแล้วดูโดดเด่นแบบเรียบหรู พื้นที่ค่อนข้างเล็ก จึงควรให้ช่างประเมินรูปทรงหูก่อนว่ามีพื้นที่เพียงพอหรือไม่
- ระดับความเจ็บ : 4/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 3-9 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่ชอบลุคเรียบแต่มีรายละเอียด
5. Tragus
Tragus คือกระดูกอ่อนชิ้นเล็กบริเวณหน้ารูหู แม้จะมีพื้นที่ไม่มาก แต่เป็นตำแหน่งที่ช่วยให้ใบหูดูโดดเด่นขึ้นทันที โดยเฉพาะเมื่อใส่ต่างหูเม็ดเล็กหรือห่วงวงจิ๋ว อย่างไรก็ตาม หากใครใส่หูฟังแบบ In-Ear เป็นประจำ อาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหูฟังอาจเสียดสีกับแผลและทำให้หายช้าลง
- ระดับความเจ็บ : 4/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 6-9 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่ชอบใส่ต่างหูเม็ดเล็กและอยากเพิ่มจุดเด่นให้ใบหู
6. Conch
ตำแหน่ง Conch อยู่บริเวณแอ่งกระดูกอ่อนตรงกลางของใบหู เป็นจุดที่กระดูกอ่อนหนาที่สุดในหู เจ็บกว่าจุดอื่น ๆ พอสมควรและแผลหายค่อนข้างช้า แต่แลกมาด้วยความสวยที่คุ้มค่า เพราะใส่ได้ทั้งแบบมินิมอลและแบบโดดเด่นสะดุดตา จึงเป็นอีกจุดที่ได้รับความนิยม
- ระดับความเจ็บ : 4/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 3-9 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่อยากได้ลุคแฟชั่นแต่ยังแต่งได้หลายสไตล์
7. Daith
Daith อยู่บริเวณรอยพับกระดูกอ่อนด้านในของใบหู ตำแหน่งนี้เจาะยากเพราะตำแหน่งค่อนข้างลึกและซับซ้อน ต้องอาศัยช่างเจาะที่มีฝีมือจริง ๆ นิยมใส่ต่างหูแบบห่วง ทำให้ดูโดดเด่นแบบมีลูกเล่น แม้จะไม่เห็นชัดเหมือนตำแหน่งอื่น แต่เป็นจุดที่สายแฟชั่นหลายคนชื่นชอบ หลายคนมีความเชื่อว่าการเจาะ Daith อาจช่วยบรรเทาอาการไมเกรนในบางคน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันประสิทธิภาพอย่างชัดเจน จึงไม่ควรเจาะเพื่อหวังผลในการรักษาโรค
- ระดับความเจ็บ : 4-5/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 6-9 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่อยากได้ลุคไม่ซ้ำใคร และชอบต่างหูห่วงขนาดเล็ก
8. Rook
Rook เป็นการเจาะบริเวณสันกระดูกอ่อนด้านในของใบหู อยู่เหนือ Daith ขึ้นมาเล็กน้อย ถือเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ดูโดดเด่น เพราะมองเห็นต่างหูโค้งได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง เนื่องจากเป็นบริเวณกระดูกอ่อนที่ค่อนข้างหนา จึงอาจรู้สึกเจ็บมากกว่าการเจาะ Helix หรือ Tragus และต้องใช้เวลาในการดูแลแผลนานกว่า แต่เมื่อหายดีแล้วก็ให้ลุคที่สวยสะดุดตาไม่น้อย
- ระดับความเจ็บ : 4-5/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 6-10 เดือน
- เหมาะกับ : คนที่ชอบต่างหูทรงโค้ง และอยากได้ลุคที่แตกต่าง
9. Industrial
หากพูดถึงการเจาะหูที่โดดเด่นที่สุด หลายคนคงนึกถึง Industrial เพราะเป็นการเจาะกระดูกอ่อน 2 จุด แล้วเชื่อมด้วยต่างหูแท่งยาว ทำให้ดูเท่และมีเอกลักษณ์มาก อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งนี้เหมาะกับผู้ที่มีโครงสร้างใบหูรองรับ และต้องอาศัยการดูแลแผลอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นการเจาะ 2 จุดในครั้งเดียว จึงใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าตำแหน่งทั่วไป
- ระดับความเจ็บ : 5/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 9-12 เดือน หรืออาจนานกว่านั้น
- เหมาะกับ : สายแฟชั่น สายสตรีต และคนที่ชอบลุคโดดเด่น
10. Snug
Snug เป็นการเจาะบริเวณสันกระดูกอ่อนด้านในของใบหูในแนวนอน ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ค่อนข้างท้าทาย ทั้งในเรื่องความเจ็บและระยะเวลาการดูแล เพราะเป็นบริเวณกระดูกอ่อนที่หนา จึงเหมาะกับคนที่เคยมีประสบการณ์เจาะกระดูกอ่อนมาแล้ว และพร้อมดูแลแผลอย่างต่อเนื่อง
- ระดับความเจ็บ : 5/5
- ระยะเวลาการหาย : ประมาณ 4-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)
- เหมาะกับ : คนที่อยากได้ลุคโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร และมีประสบการณ์เจาะหูมาบ้าง
เคล็ดลับการดูแลหลังเจาะหูให้แผลแห้งไว ไม่ติดเชื้อ
- ทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือ: ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) เช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ แผลเจาะวันละ 1-2 ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือเบตาดีนทาแผลโดยตรงเพราะอาจระคายเคือง
- ห้ามจับ หมุน หรือโยกเครื่องประดับ: คำแนะนำเก่า ๆ ที่บอกให้ "หมุนต่างหูบ่อย ๆ" เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อที่กำลังสร้างใหม่ฉีกขาดและอักเสบได้
- ระวังการกดทับ: พยายามหลีกเลี่ยงการนอนทับหูข้างที่เพิ่งเจาะมา แนะนำให้ใช้หมอนรองคอ (หมอนทรงโดนัท) ช่วยรองรับศีรษะโดยเว้นช่องว่างตรงใบหูไว้
- งดการลงเล่นน้ำ: หลีกเลี่ยงการแช่น้ำในอ่าง เล่นน้ำสระ หรือน้ำทะเลประมาณ 6-8 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผล
- อย่าเพิ่งรีบเปลี่ยนต่างหู: ควรอินให้แผลหายสนิทตามระยะเวลาของแต่ละตำแหน่งก่อนค่อยเปลี่ยนเครื่องประดับใหม่ หากไม่แน่ใจสามารถให้ช่างเจาะผู้เชี่ยวชาญช่วยเช็กแผลก่อนได้
การเจาะหูแต่ละตำแหน่งมีเสน่ห์และความท้าทายที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ติ่งหูที่เจ็บน้อยเหมาะกับมือใหม่ ไปจนถึงกระดูกอ่อนที่ต้องใช้เวลาดูแลนานหน่อยแต่ได้ลุคที่ไม่ซ้ำใคร ทางที่ดีที่สุดคือค่อย ๆ เจาะทีละจุด ให้เวลาแผลหายก่อนค่อยเพิ่มตำแหน่งใหม่ และที่สำคัญคือเลือกร้านเจาะหูที่สะอาดได้มาตรฐาน มีช่างที่มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเจาะหูตรงไหนดี แล้วไปสร้างสรรค์ลุคหูในแบบของตัวเองกันนะคะ






