กางเกงในตัวโปรดที่ใส่มาหลายปี ถึงเวลาต้องบอกลาหรือยัง ? มาเช็กอายุการใช้งานชุดชั้นใน พร้อมสัญญาณเตือนที่บอกว่าโละทิ้งด่วน เพื่อสุขอนามัยที่ดีของสาว ๆ
กางเกงในและ
ชุดชั้นในเป็นเสื้อผ้าที่เราใส่ติดตัวแทบทุกวัน แต่กลับเป็นหนึ่งในไอเทมที่หลายคนมักลืมเช็กสภาพอยู่เสมอ ทั้งที่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ เนื้อผ้า ยางยืด และตะเข็บต่าง ๆ ก็ย่อมเสื่อมสภาพตามการสวมใส่และการซัก แล้วแบบนี้
เมื่อไหร่ควรเปลี่ยน ชุดชั้นในตัวเก่า ? ต้องเปลี่ยนทุก 6 เดือนหรือ 1 ปีจริงไหม ? แล้วมีสัญญาณอะไรที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า ถึงเวลาบอกลากางเกงในตัวเก่าแล้ว
ชุดชั้นในควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน ?
ไม่มีกฎตายตัวว่าชุดชั้นในมีวันหมดอายุที่แน่นอน แต่แนะนำให้เปลี่ยนทุก ๆ 6-12 เดือน โดยขึ้นอยู่กับความถี่ในการสวมใส่และการซัก ลองดูเกณฑ์คร่าว ๆ นี้เป็นไกด์ไลน์ได้เลย
- กางเกงในที่ใส่เป็นครั้งคราว เปลี่ยนทุก 12-18 เดือน
- กางเกงในที่ใส่ประจำวัน เปลี่ยนทุก 6-9 เดือน
- กางเกงในสำหรับออกกำลังกายหรือช่วงมีประจำเดือน เปลี่ยนทุก 4-6 เดือน
- บรา / เสื้อชั้นใน เปลี่ยนใหม่ทุก ๆ 6 - 12 เดือน หรือหลังจากผ่านการสวมใส่ประมาณ 180 ครั้ง
แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าระยะเวลาตามปฏิทินคือ สภาพ ของชุดชั้นในตัวนั้นมากกว่า ถ้ายังดูดี ใส่สบาย กระชับ ก็ยังใช้งานต่อได้ แต่ในทางกลับกัน หากเริ่มมีปัญหาเรื่องยางยืด เนื้อผ้า กลิ่น หรือความกระชับ ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ แม้จะยังใช้งานมาไม่ถึงระยะเวลาที่ตั้งไว้ก็ตาม
8 สัญญาณ เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนกางเกงในตัวใหม่
ภาพจาก : akhsan-rosidin / Shutterstock.com
1. ยางยืดเริ่มย้วย ไม่กระชับเหมือนเดิม
ลองสังเกตขอบเอวและขอบขาของกางเกงใน หากเริ่มย้วย เป็นคลื่น ม้วนลง หรือใส่แล้วรู้สึกหลวมกว่าปกติ นั่นเป็นสัญญาณว่าความยืดหยุ่นของชุดชั้นในเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว เพราะกางเกงในที่ดีควรกระชับพอดีตัวโดยไม่รัดแน่นหรือเลื่อนหลุดระหว่างวัน หากต้องคอยดึงหรือจัดตำแหน่งอยู่เรื่อย ๆ ก็อาจถึงเวลาหาตัวใหม่มาแทน
2. เนื้อผ้าบางลง หยาบ หรือเริ่มมีรู
ชุดชั้นในไม่จำเป็นต้องรอให้ขาดเป็นรูใหญ่เสียก่อนถึงจะเปลี่ยน เพราะการที่เนื้อผ้าบางลงมาก มีขุย ผิวสัมผัสหยาบกระด้าง หรือตะเข็บเริ่มหลุด ก็เป็นสัญญาณของการเสื่อมสภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย หากสัมผัสแล้วรู้สึกว่าเนื้อผ้าไม่เหมือนเดิม หรือเริ่มบางจนเห็นได้ชัด ก็ควรคัดออกจากชุดที่ใส่เป็นประจำ
3. ซักแล้วแต่ยังมีกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์
หากซักและตากให้แห้งอย่างเหมาะสมแล้ว แต่กางเกงในยังมีกลิ่นอับหรือกลิ่นติดอยู่ อาจเป็นสัญญาณว่าเนื้อผ้าเสื่อมสภาพหรือมีสิ่งตกค้างจากการใช้งานสะสมอยู่ ก่อนตัดสินใจทิ้งทั้งหมด อาจลองทบทวนวิธีซัก เช่น ใส่ผ้าแน่นเครื่องเกินไปหรือไม่ ซักสะอาดเพียงพอหรือเปล่า และตากในบริเวณที่อากาศถ่ายเทหรือไม่ แต่หากดูแลอย่างเหมาะสมแล้วยังมีกลิ่นติดอยู่ ก็ควรเปลี่ยนตัวใหม่
4. มีคราบฝังแน่นหรือสีเปลี่ยนไปมาก
คราบจากเหงื่อและสารคัดหลั่งตามธรรมชาติเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับชุดชั้นใน แต่หากซักหลายครั้งแล้วคราบยังฝังแน่น หรือสีของเนื้อผ้าเปลี่ยนไปมากจนเห็นได้ชัด ก็อาจเป็นสัญญาณว่าชุดชั้นในตัวนั้นผ่านการใช้งานมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม สีซีดเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งทันที หากเนื้อผ้ายังดี สะอาด และสวมใส่สบาย ก็สามารถพิจารณาจากสภาพโดยรวมร่วมด้วย
5. ใส่แล้วคัน ระคายเคือง หรือรู้สึกไม่สบายตัว
ถ้าเมื่อก่อนใส่สบาย แต่พักหลังกลับรู้สึกคัน รำคาญ หรือระคายเคืองขณะสวมใส่ ลองตรวจสอบสภาพของเนื้อผ้าและตะเข็บดูว่าเริ่มหยาบ แข็ง หรือเสื่อมสภาพหรือไม่ นอกจากนี้ หากอาการระคายเคืองเกิดขึ้นต่อเนื่องแม้เปลี่ยนชุดชั้นในใหม่แล้ว ก็ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย และหากมีอาการผิดปกติบริเวณจุดซ่อนเร้น ก็ควรปรึกษาแพทย์แทนการสรุปว่าเกิดจากกางเกงในเพียงอย่างเดียว
6. ทรงเปลี่ยน ม้วน หรือเลื่อนขึ้นระหว่างวัน
ชุดชั้นในที่เคยพอดีตัวแต่เริ่มเลื่อนขึ้น ม้วนลง หรือกองรวมกันระหว่างวัน อาจเกิดจากยางยืดและเนื้อผ้าที่เสื่อมสภาพ หรืออาจเกิดจากขนาดและทรงที่ไม่เหมาะกับรูปร่างในปัจจุบัน หากต้องคอยจัดกางเกงในให้อยู่ที่เดิมตลอดวัน นอกจากทำให้เสียความมั่นใจแล้ว ยังทำให้รู้สึกไม่สบายตัวอีกด้วย จึงควรลองเปลี่ยนเป็นตัวที่มีขนาดและทรงเหมาะสมกว่า
7. รูปร่างเปลี่ยน ทำให้ไซซ์เดิมไม่พอดี
น้ำหนักและรูปร่างของคนเราเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงวัย การใช้ชีวิต หรือปัจจัยต่าง ๆ ดังนั้น กางเกงในที่เคยพอดีเมื่อหลายปีก่อนอาจไม่พอดีกับรูปร่างในปัจจุบันก็ได้ ถ้ารู้สึกว่ารัดแน่นเกินไป ขอบเอวหรือขอบขากดผิว หรือในทางกลับกันหลวมจนไม่กระชับ ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนใส่เพียงเพราะยังอยู่ในสภาพดี การเปลี่ยนไซซ์ให้เหมาะกับรูปร่างปัจจุบันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ควรซื้อชุดชั้นในใหม่
8. บรายืดหลวม ทรงไม่พอดี หรือเริ่มชำรุด
หากรอบตัวบรายืดจนหลวม แถบคาดลำตัวไม่กระชับ หรือสายบราเลื่อนหลุดจากไหล่บ่อย ๆ แม้ปรับสายจนสั้นสุดแล้ว อาจเป็นสัญญาณว่ายางยืดเริ่มเสื่อมสภาพ รวมถึงกรณีคัพย้วยหรือคับจนไม่พอดี โครงเหล็กโผล่ทิ่มผิว หรือมีเส้นใยยางยืดเล็ก ๆ โผล่ตามขอบผ้า ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนตัวใหม่ เพราะนอกจากใส่ไม่สบายแล้ว บราก็อาจไม่สามารถรองรับและกระชับได้เหมือนเดิม
วิธีดูแลชุดชั้นในให้ใช้งานได้นานขึ้น
นอกจากเลือกชุดชั้นในให้เหมาะกับตัวเองแล้ว วิธีซักและการดูแลก็มีผลต่ออายุการใช้งานเช่นกัน ลองทำตามวิธีเหล่านี้ได้เลย
- ซักด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิไม่สูงเกินไป โดยตรวจสอบคำแนะนำบนป้ายเสื้อผ้าเป็นหลัก
- หากซักเครื่อง ควรใช้โหมดถนอมผ้าและใส่ถุงซักผ้า โดยเฉพาะชุดชั้นในที่มีรายละเอียดบอบบาง
- หลีกเลี่ยงความร้อนสูงจากเครื่องอบผ้า เพราะอาจทำให้เส้นใยและยางยืดเสื่อมเร็วขึ้น
- ตากในบริเวณที่อากาศถ่ายเทและปล่อยให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
- ไม่ควรอัดเสื้อผ้าจำนวนมากลงในเครื่องซักผ้าจนแน่นเกินไป
- สลับชุดชั้นในหลายตัว ไม่ควรหยิบตัวเดิมมาใส่ซ้ำบ่อย ๆ
- หมั่นตรวจสอบสภาพกางเกงในทุก ๆ 2-3 เดือน หากพบความเสื่อมสภาพก็ควรเปลี่ยน
ทั้งนี้ การดูแลตามคำแนะนำบนป้ายของแต่ละชิ้นยังถือว่าสำคัญที่สุด เพราะชุดชั้นในแต่ละแบบอาจใช้วัสดุและวิธีตัดเย็บแตกต่างกัน
ควรมีชุดชั้นในกี่ตัวถึงจะพอ ?
สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน การมีชุดชั้นในประมาณ 7-10 ตัว จะช่วยให้มีเพียงพอสำหรับหมุนเวียนใช้งานตลอดสัปดาห์ โดยควรมีเผื่อสำหรับวันที่ต้องออกกำลังกาย เดินทาง หรือยังไม่ได้ซักผ้า
หากมีจำนวนมากกว่านี้ก็ยิ่งช่วยให้แต่ละตัวไม่ต้องถูกใช้งานและซักซ้ำบ่อยจนเกินไป ที่สำคัญคือควรเลือกจำนวนให้เหมาะกับพฤติกรรมการซักผ้าและการใช้ชีวิตของตัวเองมากกว่าเน้นจำนวนตายตัว
ชุดชั้นในเก่าควรทิ้งอย่างไร ?
เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนชุดชั้นในตัวเก่า หากสภาพไม่เหมาะกับการนำไปบริจาค ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เช่น นำผ้าที่สะอาดและเหมาะสมไปใช้เป็นผ้าสำหรับทำความสะอาด หรือแยกวัสดุเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลสิ่งทอ หากในพื้นที่มีจุดรับที่เหมาะสม ส่วนชุดชั้นในที่มีคราบสกปรกมาก ชำรุด หรือไม่เหมาะกับการนำกลับมาใช้ใหม่ ควรจัดการทิ้งตามระบบขยะของพื้นที่นั้น ๆ
การโละ กางเกงใน หรือ ชุดชั้นใน ตัวเก่าทิ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องของการแต่งตัวให้ดูดีภายนอกเท่านั้นนะคะ แต่มันคือเรื่องของสุขอนามัยและความสบายตัวโดยตรง! ลองเจียดเวลาวันหยุดสั้น ๆ มาจัดลิ้นชักชุดชั้นในใหม่ ตัวไหนขอบย้วย ผ้าบาง หรือมีกลิ่นอับ ซักไม่ออกแล้ว ก็ตัดใจบอกลาน้อง ๆ แล้วไปชอปปิ้งเติมของใหม่เข้าตู้กันดีกว่า ร่างกายและผิวพรรณของเราจะได้สดชื่น มั่นใจในทุก ๆ วัน
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง