เคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างสดใส ห่างไกลความกลัว







เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

           ชีวิตของคนเรานั้นถูกผลักดันด้วยความรู้สึกสองอย่าง คือ "ความรัก" และ "ความกลัว" ซึ่งความรู้สึกทั้งสองนี้ เป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้าม มีอิทธิพลอยู่เหนือการดำเนินชีวิตของเราในหนทางที่แตกต่างกันออกไป ในสถานการณ์เดียวกัน ผลลัพธ์ของสิ่งที่เราทำอาจแตกต่างกัน หากถูกผลักดันด้วยความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งในการใช้ชีวิตให้มีความสุขนั้น ความรู้สึกทั้งสองนี้ควรถ่วงดุลกันในสัดส่วนที่เหมาะสม และแน่นอน...ความรู้สึกรัก และการมองโลกในเชิงบวก ควรเป็นแรงขับดันหลักในการใช้ชีวิต

           หากมีใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องการจัดการถ่วงดุลชีวิตให้พอดี ลองมาดูวิธีดึงความสุขและความรักมา เป็นแรงขับดันหลักในชีวิตไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

1. บ่มเพาะความรู้สึกขอบคุณกับเรื่องดี ๆ รอบตัว

           การบ่มเพาะความรู้สึกขอบคุณแก่เรื่องราวดี ๆ ทั้งหลายที่เกิดขึ้นรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ เช่น รู้สึกขอบคุณคนส่งหนังสือพิมพ์ที่บรรจงส่งมาอย่างเรียบร้อยไร้รอยยับ ขอบคุณคนข้างบ้านที่เก็บจดหมายไว้ให้ตอนที่คุณไม่อยู่ หรือแม้แต่ขอบคุณวันที่แดดสดใสเพราะทำให้เสื้อผ้าที่ตากไว้แห้งเร็ว การรู้สึกขอบคุณกับเรื่องดี ๆ เหล่านี้ จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขมากขึ้น และรู้สึกเชื่อมโยงสัมพันธ์กับคนรอบตัวรวมทั้งตัวเองมากขึ้นด้วย อันจะทำให้ทุก ๆ วันของคุณดำเนินไปอย่างสดใสด้วยค่ะ
 
2. พิสูจน์ความกลัวของคุณ ว่ามันคือสิ่งที่มีอยู่จริงหรือไม่

           การใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของความกลัว ทำให้คุณรู้สึกห่อเหี่ยวไม่สดใสและหวาดระแวงไปหมด ทั้งที่หลาย ๆ ครั้งความกลัวทั้งหลายนั้น เป็นสิ่งที่เราสร้าง คิด หรือจินตนาการขึ้นมาเอง ลองเขียนสิ่งที่คุณรู้สึกกลัวลงในกระดาษสัก 3 ข้อ แล้วนั่งพิจารณาดูว่าสิ่งที่คุณคิดกลัวเหล่านั้น เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงหรือไม่ แล้วคุณจะพบว่ามีหลายสิ่งที่เป็นความกลัวที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง หรือไม่ก็เป็นความหวาดกลัวต่ออนาคตที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะรู้สึกกลัวไปล่วงหน้าจนใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข

3. ตรวจสอบความกังวลของตัวเอง

           มีความกลัวและความกังวลหลาย ๆ อย่างที่เรารู้สึกไปเอง อย่างเช่นเรื่องสุขภาพ หลายครั้งที่เราคิดว่าอาการไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวที่เป็นอยู่นี้ เป็นอาการบ่งชี้ของโรคร้ายที่น่ากลัว เช่นคุณอาจจะปวดหัวนิดหน่อย แต่คิดไปว่าตัวเองอาจจะเป็นโรคมะเร็งสมอง หรือรู้สึกปวดมวนในท้องก็คิดว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร และถึงจะกังวลขนาดนี้แต่ก็ไม่ยอมไปพบแพทย์

           แม้การกังวลไปล่วงหน้าแบบนี้จะมีผลดีอยู่บ้างที่ช่วยให้คุณระวังสุขภาพตัวเองมากขึ้น แต่ที่สุดแล้วการพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดไปว่า ความกังวลที่คุณมีอยู่นั้นเป็นจริงหรือไม่ จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ในเรื่องสุขภาพนี้คุณก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งเมื่อได้ทราบว่าเป็นอย่างไร ก็จะทำให้คุณสบายใจมากขึ้น และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติขึ้นด้วย เช่นเดียวกับเรื่องความวิตกกังวลอื่น ๆ ที่หากได้รับการพิสูจน์ให้รู้แน่ชัดแล้วก็จะทำใหสบายใจมากขึ้น

4. ให้ความสำคัญกับมิตรภาพ

           เพื่อนที่ดีมีความสำคัญต่อชีวิตของเรายิ่งนัก การมีสหายที่ดีสักคน (และจะยิ่งดีหากมีหลาย ๆ คน) ทำให้เรามีคนไว้พูดคุยแชร์เรื่องราวในชีวิต ทั้งเรื่องสุขและเรื่องเศร้าได้ ซึ่งนั่นช่วยทำให้เราผ่อนคลายความกังวล รู้สึกดีขึ้น และก้าวเดินต่อไปได้อย่างสดใสด้วย

5. ฝึกตัวเองให้ใจกว้าง

           การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทำให้โลกของคุณสดใสขึ้นได้แน่นอน รวมทั้งยังเป็นการมอบความสดใสให้กับโลกใบน้อย ๆ ของคนอื่นด้วย และเมื่อโลกที่สดใสหลาย ๆ ใบมารวมกัน ก็ทำให้ชีวิตในแต่ละวันดำเนินไปอย่างสดใสสวยงามนั่นเอง

6. เปิดใจ เปิดความรู้สึก

           ความหวาดกลัวมักทำให้เราหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องของตัวเอง ไม่ว่าจะกังวลว่าจะหาทางป้องกันอย่างไรดี หรือจะทำอย่างไรเพื่อให้ผ่านพ้นไปได้ดี ในขณะที่ความรักจะทำให้เราเปิดใจออกกว้าง เพื่อรับรู้ความรู้สึกดี ๆ เรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว เพียงได้ยินเสียงนกร้อง หรือเสียงเด็ก ๆ หัวเราะพูดคุยกัน ก็ทำให้คุณยิ้มออกมา และทำให้มีความสุขได้แล้ว ทั้งยังพร้อมจะแจกจ่ายเผื่อแผ่ความรู้สึกดี ๆ ไปให้กับคนอื่นด้วยล่ะ

           การก้าวเดินไปในชีวิตอย่างสดใส เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากนัก เปิดใจมองโลกด้วยความรัก แล้วชีวิตในแต่ละวันของคุณก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่น และมีความสุขมากขึ้นแน่นอนค่ะ








เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เคล็ดลับการใช้ชีวิตอย่างสดใส ห่างไกลความกลัว อัปเดตล่าสุด 9 ธันวาคม 2554 เวลา 12:26:31 1,303 อ่าน
TOP
x close